ชัชชาติ ลงพื้นที่หาเสียงยานนาวา พบ 3 ผู้สมัครสก.เขต โผล่รอต้อนรับ ไม่กังวลผลโพล ย้ำสอบทุจริตเครื่องออกกำลังกายยังไม่ยุติ ป.ป.ช.-กทม.ลุยสอบอยู่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย.2569 ที่วัดทองบน โรงเรียนผู้สูงอายุยานนาวา เขตยานนาวา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข 9 ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชน พร้อมนำเสนอนโยบาย

ทั้งนี้ มีผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) เขตยานนาวาถึง 3 ราย จากหลายกลุ่มการเมือง มาร่วมต้อนรับและทักทาย ประกอบด้วย น.ส.หัทกร โกศลจิตร์ ผู้สมัคร สก. หมายเลข 2 ในนามกลุ่ม ทีมคนทำงาน นายวิทยา ดอกกลาง (แอดหมู) ผู้สมัคร สก. หมายเลข 4 ในนามผู้สมัครอิสระ และนายพุทธิพัชร์ ธันยาธรรมนนท์ ผู้สมัคร สก. หมายเลข 6 ในนามกลุ่มกรุงเทพที่ดีกว่า ซึ่งเป็นอดีตสก. แชมป์เก่าในพื้นที่

นายชัชชาติ ร่วมพูดคุยและกล่าวให้กำลังใจแก่ผู้สมัครทุกคน พร้อมเน้นย้ำจุดยืนสนับสนุนให้ประชาชนยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย เลือกคนที่รักและชอบ และขอให้ผู้สมัครทุกคนมีความรักใคร่กลมเกลียว สามัคคีกัน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเมืองและสร้างประโยชน์สูงสุดให้แก่ประชาชน

นายชัชชาติ นำเสนอนโยบายเตรียมความพร้อมกรุงเทพมหานคร สู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ โดยพัฒนาโรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน เป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร การเพิ่มคลินิกผู้สูงอายุในโรงพยาบาล ให้ครบทั้ง 14 แห่ง สนับสนุนผ้าอ้อมผู้ใหญ่ฟรีร่วมกับ สปสช. เฉลี่ยเดือนละ 20,000 ชิ้น และเพิ่มผู้ดูแลผู้สูงอายุเป็น 5,000 คน พร้อมใช้ระบบ GPS ติดตามดูแลผู้ป่วยติดเตียงกว่า 6,000 คน ภายใต้นโยบายขยายเตียง 100,000 เตียงสู่บ้าน

ส่วนของสุขภาพใจ ตั้งเป้าขยายโรงเรียนผู้สูงอายุให้ครบทั้ง 50 แห่ง จาก14 แห่ง และเพิ่มชมรมผู้สูงอายุ ขยายกิจกรรมสุขภาพในชุมชน นอกจากนี้ยังมีแนวทางขยายโมเดลบ้านย่ายาย อย่างไรก็ตาม นโยบายผู้สูงอายุ ไม่ได้เน้นการแจกเงินเพิ่ม แต่เน้นให้ความรู้ พื้นที่ กิจกรรม โอกาส และระบบสนับสนุน เพื่อให้ผู้สูงอายุสบายกาย สบายใจ และยังมีรายได้ดูแลตัวเอง

นายชัชชาติ กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ว่า ปีนี้ฝุ่นลดลงร้อยละ 45 โดย กทม.จะยังคงเดินหน้ามาตรการเชิงรุกตลอด 365 วัน เน้นกำจัดที่ต้นตอ ทั้งการกวดขันควันดำ ขยายเขตห้ามรถเข้าเมือง (Low Emission Zone) ให้ครอบคลุมรถกระบะและรถเก๋ง ขยายเครือข่าย Work From Home ให้ถึง 500,000 คน ประสานความร่วมมือกับจังหวัดรอบนอกเพื่อชะลอการเผาชีวมวล

ล่าสุดร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ติดตั้งสถานีซูเปอร์สเตชั่น (Super Station) มูลค่าเกือบ 100 ล้านบาทจากประเทศจีน เพื่อวิเคราะห์ต้นตอฝุ่นรายวันและเข้าจัดการได้อย่างแม่นยำ

เมื่อถามถึงนายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานพรรคเศรษฐกิจ และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.พรรคเพื่อไทย ยื่นพยานหลักฐานต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อร้องเอาผิดผู้ว่าฯกทม.และคณะ ในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงของกทม. 17 ราย โดยระบุส่อทุจริตและมิชอบด้วยกฎหมาย นายชัชชาติ กล่าวว่า การยื่นตรวจสอบเป็นสิทธิที่ใครก็ทำได้

ที่ผ่านมาถูกร้องเรียนมาแล้วนับสิบครั้ง ยืนยันว่ากระบวนการทำงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ดำเนินการอย่างถูกต้องตามระเบียบ ตรงไปตรงมา และพร้อมรับการตรวจสอบอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ ตนยินดีให้ ป.ป.ช. พิจารณาและมองว่าเป็นเรื่องดีที่มีการช่วยเร่งรัดติดตามคดีเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบสิ้นสุดและเกิดความชัดเจน

นายชัชชาติ กล่าวถึงกรณีมีผู้สมัคร สก.บางราย จัดทำแผ่นพับหาเสียงปลอมโดยนำภาพใบหน้าและชื่อของตนไปแนบติดเพื่อสร้างความเข้าใจผิดว่า ได้มอบให้ทีมฝ่ายกฎหมายตรวจสอบรายละเอียดและสืบหาพื้นที่เขตดังกล่าวแล้ว

แนวทางเบื้องต้นจะเน้นการตักเตือนเพื่อป้องปรามก่อน เนื่องจากไม่อยากให้เป็นคดีความขึ้นศาล แต่หากพบว่ายังมีความเจตนาสร้างความสับสนแก่ประชาชน ก็พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุดเพื่อรักษาสิทธิ

ส่วนเรื่องคะแนนนิยม นายชัชชาติ ยันยืนว่าไม่รู้สึกกังวลใจต่อความผันผวนของผลโพล เนื่องจากท้ายที่สุด ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน สิ่งที่กังวลและมุ่งมั่นมากที่สุดคือการผลักดันนโยบายให้ดีที่สุด ซึ่งปัจจุบันมีการปรับเพิ่มเติมนโยบายครอบคลุมถึง 260 ข้อแล้ว

ส่วนที่นายศุภณัฐ มีนชัยนันท์ ส.ส.พรรคประชาชน เร่งรัดป.ป.ช. ให้ติดตามเรื่องทุจริตเครื่องออกกำลังกายนั้น ยืนยันว่าขบวนการยังไม่สิ้นสุด มีทั้งขบวนการป.ป.ช.ที่ยังเดินต่อ ขบวนการของ กทม.ที่คณะกรรมการให้ไปตรวจสอบใหม่ ขอบคุณที่ช่วยไปเร่ง ป.ป.ช.ให้ เพราะขบวนการมีขั้นตอนยาว ที่เคยยื่นป.ป.ช.ไป ยังไม่มีผลออกมา ฝากไปถาม ป.ป.ช.ด้วยเลย จะได้รู้ว่าไปถึงไหนแล้ว ช่วยกันเร่งรัดด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าได้เป็นผู้ว่าฯกทม. อก พ.ร.บ.บริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 ที่มีการแก้ไข หลังจากใช้ฉบับเดิมมา40 ปี จะช่วยให้การบริหารของกทม. มีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่ นายชัชชาติ กล่าวว่า ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้รวบรวมจุดอ่อน ตอนนี้ยังไม่ชัดเจน เพราะมีหลายร่าง

เข้าใจว่าสส.พรรคประชาชน มีการยื่นไปด้วย ทั้งนี้ เป็นเรื่องสำคัญ เพราะ พ.ร.บ.กทม. ไม่ใช่อำนาจของ ผู้ว่าฯกทม. เป็นอำนาจของสภาใหญ่ ต้องฝากสส. กทม. ช่วยกันผลักดันตรงนี้ให้ด้วย

ในส่วนของกทม. ได้ยื่นผ่านกระทรวงมหาดไทยแล้ว ต้องรอเข้าคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกทม.เน้นเรื่องอำนาจที่เหมาะสม เช่น ดูแลเรื่องการจราจร รถขนส่งสาธารณะ เรื่องผิดกฎหมายต่างๆ การเก็บภาษีน้ำมัน ภาษีโรงแรมเพิ่ม เพราะปัจจุบันกทม. ยังไม่มีอำนาจ รวมถึงการเลือกตั้งในระดับ ผอ.เขต เน้นเป็นโซน ไม่ได้เลือก ผอ.ทุกเขต

จึงจะทำให้โครงสร้างมีการกระจายอำนาจ สามารถตอบโจทย์ประชาชนในปัจจุบันมากขึ้น เพราะ พ.ร.บ.เก่าตั้งแต่ปี 2528 มิติหลาย ๆ อย่างของเมืองเปลี่ยนไปแล้ว เชื่อว่าจะทำให้การบริหารราชการมีประสิทธิภาพมากขึ้น ขณะเดียวกันเราไม่สามารถรอ พ.ร.บ.ฉบับใหม่ ได้ ดังนั้น ผู้ว่าฯกทม. ต้องเอาสิ่งที่มีอยู่ ทำให้ดีที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน