เจอตัวแล้ว กระบะทำหัวน็อตสกรู หล่นบนมอเตอร์เวย์สาย 7 รถยางรั่วเกือบ 100 คัน คนขับรับสารภาพ บรรทุกสิ่งของ จากสมุทรสาครจะนำไปส่งลูกค้าที่ระยอง

วันที่ 13 มิ.ย.2569 พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร กำชับให้ตำรวจดำเนินการทางกฎหมายอย่างเข้มงวดและเด็ดขาด กับผู้ขับขี่รถบรรทุกที่ทำหัวน็อตสกรู ร่วงหล่นบนถนนทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง หมายเลข 7 ขาออก บริเวณ กม.39+500 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เหตุเกิดช่วงบ่ายวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ใช้รถคันอื่นขับเหยียบและยางรั่วจำนวนหลายคัน

ล่าสุดตำรวจทางหลวงสืบสวนจากกล้องวงจรปิด จนสามารถติดตามตัวผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา

เหตุการณ์นี้มีผู้เสียหายเข้ามาลงบันทึกประจำวัน 15 ราย ตำรวจและเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุ พบรถกระบะต้องสงสัย จึงสืบสวนพิสูจน์ทราบ จนทราบว่าผู้ขับขี่คือ นายศิริพร จึงติดตามตัวเข้ามาพบพนักงานสอบสวน

จากการสอบสวนนายศิริพรรับว่า เป็นผู้ขับขี่รถยนต์กระบะบรรทุกคันดังกล่าวจริง และบรรทุกสิ่งของเป็นวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้าง รวมถึงหัวสกรูปลายสว่านยาว 19 มิลลิเมตร จากสมุทรสาครจะนำไปส่งลูกค้าที่ระยอง ภายหลังมาทราบว่าทำกล่องบรรจุหัวสกรูปลายสว่านยาว 19 มิลลิเมตร ตกหล่นจากท้ายกระบะบรรทุก จนเป็นเหตุรถยนต์ของผู้อื่นขับมาเหยียบจนได้รับความเสียหายจำนวนหลายราย

พนักงานสอบสวนจึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทราบและดำเนินการตามกฎหมายข้อหา “เป็นผู้ขับขี่รถบรรทุกสิ่งของ ไม่จัดให้มีสิ่งป้องกันสิ่งของที่บรรทุกตกหล่น ก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคลหรือทรัพย์สิน” ตามมาตรา 20 พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ส่วนการชดใช้ค่าเสียหาย ได้มีบริษัทประกันภัยเข้ามาร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายให้ทางคู่กรณีต่อไป

พล.ต.อ.สำราญ เตือนผู้ขับขี่ทุกท่านว่า การบรรทุกสิ่งของไม่ใช่แค่การขนให้ถึงปลายทาง แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคนด้วย โดยการบรรทุกสิ่งของต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันมิให้สิ่งของตกหล่นหรือปลิว หากฝ่าฝืนบรรทุกสิ่งของโดยไม่มีสิ่งป้องกัน ทำให้ตกหล่น รั่วไหล หรือปลิวไปจากรถ ถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติการจราจรทางบก มีโทษตามกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดทุกราย เพราะความประมาทเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุและความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น

สำหรับประชาชนท่านใดได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์นี้ขอให้ติดต่อได้ที่สถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 8 กองบังคับการตำรวจทางหลวง หรือสอบถามที่สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193 เพื่อจะได้เรียกร้องในส่วนค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากความประมาทดังกล่าวต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน