ประชาชนร่ำไห้ ก้มกราบโศกเศร้า หลั่งน้ำตา ขณะขบวนรถยนต์พระที่นั่งเชิญพระศพเคลื่อนผ่าน เผยใจสลายยังไม่เชื่อว่าพระองค์สิ้นพระชนม์

เมื่อเวลา 16.25 น. วันที่ 13 มิ.ย.2569 ขบวนรถยนต์พระที่นั่งเชิญพระศพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคลื่อนออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยพระศพประทับ บนรถยนต์พระที่นั่ง ยี่ห้อโฟล์คสวาเกน (Volkswagen) รุ่น T4 สีเทาคาดแถบสีฟ้า ทะเบียน 1ด-0929 หรือ ‘เจมส์ บอนด์’ ซึ่งเป็นรถคันเดียวกับที่เคยใช้อัญเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ระหว่างนั้น ประชาชนหลายคนพร้อมใจกันกราบพระศพ เพื่อถวายสักการะแด่พระองค์ ในการส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย หลายครั้งหลั่งน้ำตาออกมา ซึ่งบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้า

ด้านนางสมหวัง พวงเข็มแดง อายุ 73 ปี ชาวสมุทรปราการ บอกว่า วันนี้ตนมาอยากมาร่วมส่งเสด็จ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และอยากถวายกำลังใจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย

“ทันทีที่เห็นรถตู้พระที่นั่งเคลื่อนพระศพผ่าน รู้สึกว่าไม่อยากจะเห็นรถคันนี้เลย ใจจะขาด ไม่อยากเจอสิ่งแบบนี้ อยากให้มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น แต่ก็ไม่มีให้เรา ก่อนบอกว่า “เทวดาใจร้าย รีบมารับท่านเร็วไป”

นางสมหวัง เผยว่า เหตุการณ์ในครั้งนี้บีบหัวใจเป็นอย่างมาก พระองค์ทรงเป็นทุกอย่าง ตั้งแต่ทราบข่าวที่พระองค์ประชวร ก็สวดมนต์ และอุทิศส่วนกุศลที่ตัวเองทำ ขอให้พระองค์ท่านปลอดภัย กระทั่งที่ทราบข่าวว่าพระองค์สิ้นพระชนม์ ตนก็ไม่เชื่อ คิดว่าไม่ใช่ความจริง รู้สึกใจหาย

นางสมหวังยังบอกว่า ขณะที่ขบวนพระศพเคลื่อนผ่าน ได้น้อมจิตระลึกถึงพระองค์ และขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย ไปพบเสด็จปู่เสด็จย่า

ขณะที่ นางวิศิรัส นาคบุญคง อายุ 69 ปี บอกว่า ตั้งแต่ทราบข่าวพระองค์ประชวร ก็อยากจะมาเฝ้าท่าน แต่ก็เข้าไม่ถึง ได้แต่มามองดูตึกที่พระองค์ประทับแค่นั้น เวลามองดูตึกไม่อยากคิดไปในทางลบ คิดเพียงว่า “เดี๋ยวท่านก็หาย หมอจุฬาฯเก่งมาก หมอก็เยอะแยะต้องหาย ก็รอวันแล้ววันเล่า จนวันนี้” ก่อนบอกว่ายังรู้สึกทำใจไม่ได้

ส่วนนางเฉิดโฉม ดอกบัว อายุ 52 ปี เผยด้วยความโศกเศร้าว่า เดินทางมาจากรังสิต จ.ปทุมธานี เพื่อมารอร่วมพิธีเคลื่อนพระศพ สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา เพราะที่ผ่านมาตนก็ได้มาร่วมพิธีเคลื่อนพระศพของ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี , พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มาแล้ว

แต่ครั้งนี้รู้สึกว่าพระองค์ภา ยังไม่ถึงคราท่านยังอายุน้อย ทำให้รู้สึกเสียใจอย่างมาก และตั้งแต่ทราบข่าวว่าพระองค์ท่านประชวร ตนทำใจแต่ก็หวังว่าปาฏิหาริย์จะมีจริง เพราะว่าท่านปรีชาสามารถมาก แต่วันนี้ตนรู้สึกสูญเสียพระองค์หญิงของเราจริงๆ จากใจเราผูกพันกับราชวงศ์เพราะเราเป็นคนไทย รู้สึกว่าพระองค์ท่านเป็นต้นตระกูลของพวกเรา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน