เกษตรกรระทม บ่อกุ้ง 50 ไร่ เจ๊งยับ หมอคางดำ 5 ตัน บุกกินเรียบ ขายได้แค่โลละ 8 บาท วอนรัฐช่วย ชี้สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจรุนแรง หวั่นอาชีพเลี้ยงกุ้ง-ปูทะเล ต้องล่มสลาย

วันที่ 17 มิ.ย. 2569 ผู้สื่อข่าว จ.สมุทรสงคราม รายงานว่า ขณะนี้สถานการณ์การแพร่ระบาด ปลาหมอคางดำ ในหลายพื้นที่ยังคงทวีความรุนแรงและสร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะในพื้นที่ ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ล่าสุดทำเอาเกษตรกรเลี้ยงกุ้งถึงกับต้องถอดใจ ยอมรับสภาพขาดทุนยับเยินหลังเอากุ้งลงเลี้ยงในบ่อ แต่กลับได้ปลาเอเลี่ยนสปีชีส์นี้มาเต็มบ่อ

นางอมลวรรณ สุขโสภณ อายุ 61 ปี เกษตรกรเลี้ยงกุ้ง เจ้าของบ่อเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 5 ต.ยี่สาร อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม ซึ่งกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจนไม่สามารถประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งตามปกติได้

การเปิดบ่อจับกุ้งล่าสุด แทนที่จะได้กุ้งขาวตัวโตๆ กลับกลายเป็นว่าได้ปลาหมอคางดำ รวมน้ำหนักกว่า 5 ตัน (5,000 กิโลกรัม) ซึ่งขายได้เพียงกิโลกรัมละ 8 บาท เท่านั้น รวมรายได้ทั้งหมดเพียง 40,000 บาท ซึ่งไม่คุ้มทุน

นางอมลวรรณ กล่าวด้วยความท้อแท้ว่า เมื่อก่อนย้ายมาจากสมุทรปราการมาซื้อที่เลี้ยงกุ้งที่นี่กว่า 20 ปี สมัยก่อนกุ้งเยอะมาก เปิดบ่อทีขายได้เป็นล่ำเป็นสัน มาสมัยนี้กุ้งลดลงเรื่อยๆ จนตอนนี้ไม่มีกุ้งเหลือเลย เพราะปลาหมอคางดำมันหลุดรอดเข้ามาในบ่อ ตอนแรกก็มาไม่เยอะ แต่พอมันแพร่พันธุ์ 8-9 เดือนเปิดบ่อทีเจอแต่ปลาหมอคางดำล้วนๆ ไม่มีปลาอื่นปนเลย

เกษตรกรเลี้ยงกุ้งช้ำ

 

นางอมลวรรณ กล่าวอีกว่า จากเคยเลี้ยงกุ้งตอนนี้เหมือนต้องมาเลี้ยงปลาหมอคางดำประชดชีวิตแทน ปัญหานี้เจ้าใหญ่ๆ เขายังแก้ไม่ได้ เกษตรกรรายย่อยอย่างเราก็ต้องทนอยู่กับมันไปตามสภาพ ดีที่ไม่มีหนี้สิน ไม่งั้นคงไม่รอด

ด้านนางเนตรชนก ศรีช่วง อายุ 40 ปี หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในนาม “เสี่ยนุ้ย ปลาซิ่ง” ผู้รับซื้อปลาหมอคางดำรายใหญ่ในพื้นที่ เปิดเผยถึงมุมมองในฝั่งของแพปลาว่า ปัจจุบันปลาหมอคางดำสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจชุมชนอย่างรุนแรง เกษตรกรปล่อยพันธุ์กุ้ง พันธุ์ปู ลงไปเท่าไหร่ก็ไม่โต เพราะถูกปลาหมอคางดำรุมกินตั้งแต่ตัวเล็กๆ

นางเนตรชนก กล่าวต่อว่า ราคาก็ค่อนข้างตกต่ำ เนื่องจากปลาชนิดนี้ไม่เป็นที่นิยมนำมาบริโภคในตลาดทั่วไป ส่วนใหญ่แพปลาจะรับซื้ออยู่ที่หน้าบ่อประมาณกิโลกรัมละ 5-6 บาท แล้วนำไปส่งขายต่อในราคากิโลกรัมละ 6-7 บาท เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ เช่น นำไปทำเป็นเหยื่อเลี้ยงป่าปลากะพง เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงปูทะเล หรือนำไปแช่แข็งเพื่อใช้เป็นเหยื่อลอบปูม้าในทะเล

นางเนตรชนก กล่าวอีกว่า ปัญหาตอนนี้คือแหล่งรับซื้อมีน้อยและราคาถูกมาก ไม่คุ้มค่าแรงที่เกษตรกรต้องจ้างคนมาจับปลา ซึ่งค่าแรงคนงานขึ้นจับปลาแต่ละครั้งสูงถึงหลักหมื่นบาท บางทีชาวบ้านจับปลามาได้ตันเดียว ขายได้แค่ 5,000 บาท เท่ากับขาดทุนทันที

นางเนตรชนก กล่าวต่อว่า อยากวิงวอนให้หน่วยงานราชการยื่นมือเข้ามาช่วยเหลืออย่างจริงจัง ทั้งการสนับสนุนราคารับซื้อ การช่วยลงแขกจับปลาในลำคลอง และอยากให้ช่วยสนับสนุนแจกจ่ายพันธุ์ปู พันธุ์กุ้ง หรือพันธุ์ปลาอื่นๆ ให้ชาวบ้านบ้าง เพราะตอนนี้ต้นทุนซื้อพันธุ์สัตว์น้ำมาลงใหม่ราคาสูงมาก อย่างลูกปูทะเลกิโลกรัมละ 200 บาท พอซื้อมาปล่อยก็โดนปลาหมอคางดำกินเรียบ เกษตรกรแทบไม่เหลือทางรอดแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หากภาครัฐยังไม่มีมาตรการเยียวยาหรือวิธีการควบคุมประชากรปลาเอเลี่ยนชนิดนี้อย่างเป็นรูปธรรม อนาคตอาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งและปูทะเลใน จ.สมุทรสงคราม อาจต้องล่มสลายไปในไม่ช้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน