สว.สำรอง แฉใบสั่งต้องเลือก 138 สว. อ้างมีชื่อ มงคล-บิ๊กเกรียง พริษฐ์ ชวนจับตา กกต.จะยื่นฟ้องหรือยกคำร้อง 229 สว.คดีฮั้ว พร้อมทำหนังสือถามเหตุ ตั้งคณะอนุวินิจฉัยคณะที่ 36 โดยไม่ใช้คณะที่มีอยู่

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 18 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) รับมอบหลักฐานจากกลุ่ม สว.สำรอง นำโดย นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชิตกุล น.ส.ณัฐนันท์ ทองดีวงศ์ และนายมนัส นครศรี อดีตผู้ตรวจการการเลือกตั้ง เพื่อมอบแฟ้มหลักฐานลับสำคัญที่สุดคดีฮั้ว สว.

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาที่มีการเปิดเผยคลิปบรรยากาศการเลือก สว.ในปี 67 จนทำให้หลายคนตั้งคำถาม รวมถึง สว.ที่ทำหน้าที่อยู่ตอนนี้ว่าใครเป็นผู้นำมาเปิด คลิปที่ได้มาใครอนุญาตให้มาเปิด ซึ่งอีกฝ่ายบอกว่าในคลิปไม่สามารถที่จะเหมารวมได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สว.ทั้งหมดกระทำความผิด นี่คือสิ่งที่ สว.สำรองกำลังขับเคลื่อนต่อสู้เรื่องนี้ แต่ในคลิปที่เกิดขึ้น มีกระบวนการโกง สว.จนประสบผลสำเร็จ 138 คน แต่ที่ผ่านมามีกระบวนการพยายามจะล้มคดีฮั้ว สว.แล้วคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหน้าที่ถูกต้อง สุจริต โปร่งใสเที่ยงธรรมแล้วหรือไม่ วันนี้จึงนำหลักฐานที่เก็บมาตลอด 2 ปี ไม่ว่าจะจากสถานที่เกิดเหตุ โรงแรมที่พัก รวมถึงจังหวัดต่างๆ ที่ก่อให้เกิดกระบวนการนี้

นายอัครวัฒน์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้โพยที่จะนำเข้าสู่คูหาการเลือกตั้งได้นั้นเรียกว่า สว.3 ที่ได้มาในขั้นตอนระดับจังหวัด แต่ กกต.นำมากล่าวอ้างว่าโพยไม่ผิด สามารถนำเข้าไปในคูหาได้ กกต.กำลังสร้างความสับสนให้กับประชาชน ทั้งที่ กกต.พูดเองว่าการเลือกตั้งเป็นของประชาชน กกต.มีหน้าที่จัดให้ประชาชนมาพบกัน ส่วนการตรวจสอบเพื่อความสุจริตเที่ยงธรรมโปร่งใสให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตา นี่คือสิ่งที่ตนทำแล้ว เห็นว่ามีการโกง ทุจริตกันจริง

นายอัครวัฒน์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ตนนำมาวันนี้คือใบสั่ง ต้องเลือกสว. 138 คน อาจจะมีสมาชิกพรรคการเมืองเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างชัดเจน ซึ่งคณะกรรมการชุดที่กกต.ตั้งขึ้นมาก็ได้ออกหมายเรียกหนึ่งในนั้นมี นายกรัฐมนตรี ประธานวุฒิสภา และรองประธานวุฒิสภา รวมถึงรัฐมนตรีอีกหลายคน

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ในโพยนั้นมีชื่อและหมายเลขอย่างชัดเจน เช่น นายมงคล สุระสัจจะ หมายเลข 84 ได้คะแนนมาเป็นลำดับ 1 ในกลุ่มนั้นๆ ได้ 67 คะแนน พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ หมายเลข 7 ได้ 74 คะแนน นั่นหมายความว่าในแต่ละกลุ่มมีการลงคะแนนซ้ำๆ กัน ต้องออกมาชี้แจงให้สังคมรับทราบว่าได้คะแนนเหล่านี้มาอย่างไร เป็นเรื่องที่น่าสงสัยหรือไม่ ขอให้ กกต. รีบทำสำนวนเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และโปร่งใสโดยนำสำนวนของคณะกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ส่งศาลฎีกาโดยเร็วที่สุด

ด้านนายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอบคุณการยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม และในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาฯ ที่ตรวจสอบเรื่องนี้ จะนำข้อมูลหลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ กกต.จะมีมติทางใดทางหนึ่ง กับการดำเนินการว่าจะยกคำร้องหรือยื่นฟ้องต่อผู้ถูกกล่าวหา 229 คนไปยังศาลฎีกาภายใน 90 วัน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า กมธ.องค์กรอิสระฯ พิจารณาวาระนี้เกี่ยวกับคดีฮั้ว สว.และการเลือกตั้งปี 2569 จากข้อมูลที่ตัวแทน กกต.มาชี้แจงได้เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต.อยู่ระหว่างการดำเนินตรวจสอบข้อมูล 2 ชุด คือ 1.รายงานของคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่มีสรุปรายงานว่าให้ยื่นฟ้อง และ 2.คณะอนุชุดที่ 36 ซึ่งผลสรุปรายงานให้ยกฟ้อง ซึ่งสวนทางกัน ซึ่งกมธ.พยายามตรวจสอบการทำหน้าที่ของคณะทั้ง 2 ชุดเกี่ยวกับความรอบคอบในการพิจารณา เพื่อพิจารณาว่าข้อมูลของคณะไหนมีความน่าเชื่อถือมากกว่ากัน

ซึ่งคณะไต่สวนชุดที่ 26 มีการตรวจสอบร่วมกันระหว่าง กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ใช้เวลา 120 วันตรวจสอบ มีผลตรวจสอบยาว 90,000 หน้า ยังมีความเห็นของกรรมการความยาว 1,000 หน้า รวมถึงการสอบพยานบุคคล 100 คน โดย ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต.ในฐานะ ประธานคณะสอบสวนชุดที่ 26 ไม่ได้ตอบว่าในสำนวนมีหลักฐานอะไรบ้าง เพียงยืนยันว่ามีประเภทหลักฐานที่หลากหลาย เช่น หลักฐานการนัดหมาย การตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์รวมถึงเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้อง

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า กมธ.ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนว่าคณะอนุวินิจฉัยที่ 36 มีกรอบเวลาในการพิจารณา จำนวนครั้งในการประชุม และผลสรุปที่ออกมาได้ข้อสรุปอย่างไร และคณะชุดนี้เป็นการตั้งขึ้นพิเศษขึ้นมา ไม่ได้ใช้ 35 คณะที่มีอยู่แล้ว และ 7 คนที่เป็นอนุกรรมการไม่ได้ใช้คนมาจากคณะอนุที่มีอยู่ 35 ชุด แต่แต่งตั้งคนนอก ทางกรรมาธิการฯ จึงทำหนังสือสอบถามไปยัง กกต.เป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมเชิญชวนสังคมตรวจสอบในประเด็นนี้ เพื่อเทียบเคียงมาตรฐานการทำงานของคณะตรวจสอบ 2 ชุด เพื่อที่จะได้สรุปว่าชุดไหนมีพยานหลักฐานหนักแน่นมากกว่ากัน

นายพริษฐ์ กล่าวกรณีที่นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต.จะเอาผิดผู้ที่เผยแพร่คลิปวันเลือก สว.ที่ได้นำมาเผยแพร่ว่า หน้าที่ของ กกต.ในตอนนี้คือการตรวจสอบในทุกเรื่องที่มีความปรากฏ ขอเรียกร้องให้ กกต.มีสมาธิในการตรวจสอบ และทำงานอย่างตรงไปตรงมาในคดีฮั้ว สว.

“ขอตั้งข้อสังเกตในเชิงข้อกฎหมายจริงๆ กกต.มีหน้าที่ในการบันทึกคลิปไว้อยู่แล้วในการเลือก ทั้งระดับอำเภอ จังหวัด ประเทศ หากตรวจสอบว่าคลิปมาจากหน่วยงานไหน รู้ว่าหน่วยงานที่มีหน้าที่บันทึกคลิปคือ กกต. ไม่นับวันนี้ตัวแทน กกต.ชี้แจงด้วยว่าเคยมีกรณีในอดีต พอมีข้อสงสัยเกิดขึ้น เพื่อให้ประชาชนรับความชัดเจน กกต. นำบางส่วนของคลิปมาเผยแพร่ให้ประชาชนรับรู้ จึงต้องถามกลับว่าหาก กกต. มีคลิปเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในมือ และมีข้อสงสัยจากสังคมว่าเกิดอะไร การที่กกต.จะเลือกเอาบางส่วนตอบข้อสงสัยได้มาเผยแพร่โดยไม่ขัดกฎหมาย เชื่อว่า กกต.สามารถดำเนินการได้และทำให้เกิดความโปร่งใส ทำให้ข้อหาได้รับคำตอบที่ชัดเจน“ นายพริษฐ์ กล่าว

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน