ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก สิบโท 10 ปี 8 เดือน ยิงชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย บนเขาตะเว จ.นราธิวาส นับเป็นคดีแรกที่ทหารถูกสั่งจำคุกเกิน 10 ปี โดยศาลพลเรือน

วันที่ 19 มิ.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีเหตุญาติร่วมกันฟ้อง เจ้าหน้าที่ทหารพรานวิสามัญอย่างชาวบ้านเสียชีวิต 3 ราย บนเทือกเขาตระเว จ.นราธิวาส

โดย ศาลจังหวัดนราธิวาส อ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีเขาตะเว ซึ่งเป็นคดีอาญาของศาลจังหวัดนราธิวาส หมายเลขดำที่ อ71/2566 หมายเลขแดงที่ อ157/2567 โดยศาลฎีกาพิพากษาลงโทษ

  • จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหารยศสิบโท ให้จำคุก 10 ปี 8 เดือน ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
  • จำเลยที่ 2 ซึ่งเป็นอาสาสมัครทหารพราน พิพากษายกฟ้อง

ซึ่งคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นการยืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 9

ก่อนหน้านี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกเจ้าหน้าที่ทหารทั้งสองนาย ในความผิด”ฐานกระทำการโดยประมาท”เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ประกอบมาตรา 62 วรรคสอง จำคุก 6 ปี แต่ลดโทษหนึ่งในสาม เหลือเป็นจำคุกคนละ 4 ปี เนื่องจากทางนำสืบของจำเลยทั้งสองเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ส่วนศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ลงโทษจำคุก 16 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 10 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 ยกฟ้อง”

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2562 ชาวบ้าน 3 คน ได้แก่

  1. นายบูดีมัน (สงวนนามสกุล)
  2. นายมะนาเซ (สงวนนามสกุล)
  3. นายฮาฟิซี (สงวนนามสกุล)

เดินทางขึ้นไปตัดไม้บนเทือกเขาตะเว ในเขตพื้นที่ ต. บองอ อ. ระแงะ จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้เคียงสวนยางพาราและหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ทำมาหากินและหาของป่า เช่น น้ำผึ้ง มาเป็นอาหาร และตัดไม้มาสร้างที่อยู่อาศัย ทว่าชาวบ้านทั้งสามคนกลับถูกชุดลาดตระเวนของเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 45 ยิงจนเสียชีวิต

เหตุการณ์ชาวบ้านถูกยิงที่เขาตะเว มีการไต่สวนการตายเสร็จสิ้นที่ศาลจังหวัดนราธิวาส ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 150 เมื่อปี 2564 ซึ่งญาติของผู้ตายทั้งสามได้แต่งตั้งทนายความเข้าไปในคดีไต่สวนการตายเพื่อพิสูจน์ความจริงของเหตุการณ์ โดยมีทนายความจากมูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) และมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม

ต่อมาพนักงานอัยการจังหวัดนราธิวาส ฟ้องคดีอาญากับเจ้าหน้าที่ทหารสองคนดังกล่าว และญาติผู้ตายทั้งสามได้แต่งตั้งทนายความชุดเดิม โดยญาติเป็นโจทก์ร่วมในคดีอาญา คดีจึงเริ่มที่ศาลจังหวัดนราธิวาส เมื่อปี 2566 และคดีถึงที่สุดในวันที่ 17 มิถุนายน 2569 รวมระยะเวลาในการดำเนินคดีในชั้นศาลทั้งสิ้น 6 ปี 6 เดือน

คดีนี้ถือเป็นคดีแรกที่มีการสั่งฟ้องเจ้าหน้าที่ทหารที่ศาลพลเรือนและมีการสั่งลงโทษจำคุกถึง 10 ปี ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อยู่ภายใต้กฎหมายพิเศษที่ให้อำนาจกับเจ้าหน้าที่ทหาร ส่งผลให้มีคดีที่เจ้าหน้าที่ทหารอ้างว่ายิงประชาชนเพื่อป้องกันเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทว่าไม่สามารถนำคดีขึ้นสู่ศาล สั่งฟ้อง และดำเนินการตรวจสอบในชั้นศาลได้

คดีนี้จึงเป็นบรรทัดฐานที่สำคัญในการลงโทษเจ้าหน้าที่ทหารที่ลุแก่อำนาจ และเป็นแนวทางให้เจ้าหน้าที่รัฐต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และอยู่บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิ เสรีภาพ และศักดิ์ความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน

หลังจากคดีอาญาถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกา ญาติผู้ตายซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่ทหารได้กระทำละเมิดต่อชีวิตของผู้ตาย ยังมีสิทธิฟ้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งได้ โดยฟ้องหน่วยงานต้นสังกัดของฝ่ายทหาร คือกองทัพบก ตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน