เร่งล่าตัว เพื่อนบ้านโหดบุกตีชาย65 เสียชีวิตคาบ้าน ต่อหน้าภรรยา เผยผู้ก่อเหตุเมาเหล้า-เสพยา ชอบทะเลาะกับเพื่อนบ้านเป็นประจำ แม่ห้ามไม่ฟังบอกต้องมีเรื่องกันบ้าง
จากกรณี นายไสว อายุ 65 ปี ถูกเพื่อนบ้านใช้ท่อนไม้บุกมากระหน่ำตีจนเสียชีวิตคาบ้าน ในพื้นที่หมู่ที่5 ตำบลห้วยไผ่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง โดยทางตำรวจ สภ.สีบัวทอง ทราบตัวผู้ก่อเหตุแล้วชื่อ นายวิเชษฐ์ อายุ 54 ปี โดยอยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
คืบหน้าวันที่ 19 มิ.ย. 69 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปิดล้อมพื้นที่บริเวณใกล้เคียงบ้านที่เกิดเหตุตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าแต่ก็ยังไร้วี่แวว นายเชษฐ์ พบว่าที่บ้านเกิดเหตุถูกปิดล็อก และบ้านของผู้ก่อเหตุตั้งอยู่ติดกันถูกเปิดทิ้งไว้
นางสวี อายุ 72 ปี เพื่อนบ้าน เล่าให้ฟังว่า ผู้เสียชีวิตนั้นเป็นคนดีไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกับใคร ส่วนผู้ก่อเหตุนั้นทราบว่าทำงานรับเหมาก่อสร้างแล้วกลับมาอยู่บ้าน เมื่อก่อนเป็นคนดีแต่ช่วงหลัง ชอบดื่มสุราจนเมาแล้วชอบก่อเหตุทะเลาะวิวาทกับเพื่อนบ้านเป็นประจำ
ด้านนางโกมล อายุ 71 ปี แม่ผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบสาเหตุว่าลูกชายทำไมถึงลงมือก่อเหตุได้ ตอนก่อเหตุตนไปรับจ้างนวดอยู่นอกบ้าน จนมีเพื่อนบ้านโทรมาบอกว่าลูกชายก่อเหตุใช้ไม้ตีเพื่อนบ้านเสียชีวิต
ตนรู้สึกตกใจมากแต่ไม่กล้ามาดูเพราะกลัวว่าญาติของผู้เสียชีวิตจะทำร้าย ส่วนตัวลูกชายเมื่อก่อนนี้นิสัยดีแต่ช่วงหลังดื่มสุราและติดยาเสพติด ตนเคยเตือนว่าให้อย่าไปยุ่งกับเพื่อนบ้านแต่ลูกชายกลับบอกว่ายังไงต้องมีเรื่องกันไปข้าง ซึ่งผู้ตายนั้นเป็นคนนิสัยดี เมียผู้ตายก็จะเรียกตนว่าแม่
ขณะที่ พ.ต.ท.สุเมธ ธิราพืช รอง ผกก.สอบสวน หัวหน้างาน สภ.แสวงหา กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งชุดสืบสวน สภ.แสวงหา และชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอ่างทอง ได้ลงพื้นที่ปิดล้อมตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงรุ่งเช้าแต่ยังไร้วี่แวว ซึ่งเมื่อช่วงสายที่ผ่านมาทางผู้ก่อเหตุได้โทรศัพท์เข้าไปหา คนที่รู้จักกันที่อยู่ในละแวกบ้านเพื่อถามเหตุการณ์
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงปักใจเชื่อว่าน่าจะกบดานอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นป่าหญ้าและต้นไม้รกทึบ และก่อนหลบหนีคนร้ายได้นำโทรศัพท์ของเมียผู้เสียชีวิตและพกมีดไปด้วย ซึ่งทางเจ้าที่ตำรวจเตรียมออกหมายจับในข้อหา ฆ่าผู้อื่น บุกรุกในเวลากลางคืน โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยมีอาวุธ พกพาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควร และชิงทรัพย์ ซึ่งคาดว่าจะทำการจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างแน่นอน