อ๊อฟชั่น ปล่อยหมัดเด็ด! “ดูมันดิ” เปิดไลน์อัพ 2026 ใหญ่สุดตั้งแต่เคยมีมา ลุยซีรีส์-คอนเสิร์ต-คาเฟ่ พร้อมปั้นศิลปินเต็มสูบ
สร้างความฮือฮาให้แฟนๆ อีกครั้ง เมื่อค่าย ดูมันดิ จัดงาน DMD LINE UP 2026 “THE RISE CONTINUES” วันก่อน ที่ ยูเนียนฮอลล์ ชั้น 6 ยูเนียนมอลล์ ประกาศไลน์อัพปี 2026 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่ก่อตั้งค่าย
งานนี้ อ๊อฟชั่น กิตติพัฒน์ จำปา ผู้บริหารค่ายดูมันดิ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยเตรียมเสิร์ฟซีรีส์หลากหลายเรื่อง พร้อมขยายธุรกิจสู่การเดบิวต์ศิลปิน อีเวนต์ คอนเสิร์ต และคาเฟ่ ขณะที่ครึ่งปีหลังยังอัดแน่นด้วยโปรเจ็กต์ฟอร์มยักษ์ ก่อนยอมรับว่ากดดันกับความคาดหวังที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงเดินหน้าทุ่มทุนด้านโปรดักชั่นเต็มที่ เพื่อผลักดันศิลปินทั้ง 46 ชีวิตในสังกัดให้เติบโตและประสบความสำเร็จไปพร้อมกับค่าย
เปิดตัว Line up ปี 2026 เป็นยังไงบ้าง? “ตื่นเต้นครับ เพราะว่าคิดว่าน่าจะเป็น Line up ที่จัดใหญ่ที่สุดตั้งแต่เราจัดมาเลย ผมก็น่าจะมีคอนเทนต์หลากหลายที่ให้ทุกคนรอติดตาม สำหรับคอนเทนต์หลักๆ ของเราปีนี้ยังเป็นซีรีส์ แต่ว่าเมื่อกี้ที่ประกาศไปว่าในอนาคตเราก็จะมีการเดบิวต์ศิลปินมากขึ้น การจัดอีเวนต์และคอนเสิร์ตมากขึ้น รวมถึงเราจะทำคาเฟ่ขึ้นมาด้วย”
ค่ายโตขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้มีศิลปินประมาณกี่ชีวิต? “ตอนนี้ถ้าเป็นทางการก็ 46 ชีวิตครับ”
ปีที่ผ่านมาเปิดตัวมาแล้วปังหลายคู่มากเลย? “ต้องขอขอบคุณทุกคนด้วย ไม่ว่าจะเป็นพี่ๆ สื่อที่ช่วยกันโปรโมต และแฟนๆ ทุกคนที่เอ็นดูซีรีส์และน้องๆ ของเรา เพราะการซัพพอร์ตของทุกฝ่ายคือการที่ทำให้ค่ายเราได้เติบโตมากยิ่งขึ้นด้วย ถามว่ายังมีเพชรเม็ดใหม่ที่ซ่อนเอาไว้อีกไหม มีอยู่แล้ว ผมว่าทุกคนเป็นเพชรหมด อยู่ที่ว่าจะส่องแสงเมื่อไหร่มากกว่า”
ครึ่งปีหลังนี้จะได้เห็นเรื่องไหนบ้าง? “ครึ่งปีหลังทุกคนคงได้เห็น เขมจิรา ตอนพิเศษ ซึ่งมีชื่อว่า เขมจิราตลอดกาล, You(r)tuber, ที่สามของเธอ, Mr. Fanboy, มนต์รักฮักอีหลี รวมถึง Magic Lover ด้วยถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คิดว่าออนปีนี้แน่นอน รวมถึงโปรเจ็กต์ใหญ่ช่วงปลายปี แน่นมากจริงๆ ช่วงนี้เห็นว่าซุ่มเตรียมงานที่จะเปิดกล้องซ้อนๆ กันเยอะมาก เราต้องขอบคุณที่มีทีมงานอยากร่วมกับเรามากขึ้น เราได้ขยายทีมงานและโปรดักชั่นเยอะกว่าทุกปีที่ผ่านมา”
ก่อนหน้านี้ซีรีส์ปังทุกเรื่องเลย กดดันไหมที่แฟนๆ คาดหวังมากขึ้นเรื่อยๆ? “กดดันครับ เพราะการทำซีรีส์เรื่องหนึ่งมันหลายองค์ประกอบที่จะประสบความสำเร็จ ความกดดันสะสมมาตั้งแต่วันแรก แต่ตอนนี้พยายามคิดว่าเราทำให้ดีที่สุดในส่วนของโปรดักชั่น ผลงาน และการประชาสัมพันธ์ เพราะสุดท้ายเราคาดเดาไม่ได้ว่ามันจะออกหัวหรือก้อย แต่ถามว่ากดดันไหม ก็กดดัน เพราะเราอยากทำทุกเรื่องให้ประสบความสำเร็จ มันไม่ใช่แค่ซีรีส์ประสบความสำเร็จ แต่มันคือน้องๆ ที่เป็นลูกเราด้วย ถ้าเขาประสบความสำเร็จเขาก็เติบโตยิ่งขึ้น”
“เขมจิราตลอดกาล” บอกได้ไหมมีประมาณกี่ตอน? “น่าจะสปอยล์ได้ว่าประมาณ 4 ตอนครับ เป็นการรวบยอดโมเมนต์สำคัญในนิยาย รวมถึงมีบทบาทเนื้อหาใหม่ๆ ที่สอดแทรกเข้าไปด้วย รับรองว่าเข้มข้น ผมมั่นใจเพราะได้เช็กฟุตเตจแล้ว โปรดักชั่นเรายังจัดเต็มเหมือนเดิม”
ครึ่งปีหลังมีเรื่องไหนที่อยากให้แฟนๆ จับตาเป็นพิเศษไหม? “จริงๆ ก็น่าจะเป็นเรื่อง มนต์รักฮักอีหลี เดอะมิวสิคัล พราะน่าจะเป็นการทำมิวสิคัล BL ครั้งแรกในประเทศไทย แล้วเราก็มีแพสชั่นในการทำเพลงอยู่แล้ว เราได้นักแสดงระดับแม่เหล็กอย่าง ‘ซี-นุนิว’ มาร่วมเล่นด้วย รวมถึงศิลปินในวงการที-ป๊อปทุกแขนงมาอยู่ในเรื่องนี้ คิดว่าทุกคนน่าจะเอ็นจอยมากๆ ในไพลอตอาจจะเห็นเกสต์บ้างแล้ว แต่ของจริงมีพิเศษอีกเยอะ มีตัวละครลับอยู่ คิดว่าว้าวนะ(หัวเราะ)”
น้องๆ ในค่ายชื่นชมเรื่องที่เรายอมควักจ่ายทุ่มเทกับโปรดักชั่นมาก? “แน่นอนครับ ผมว่ามันเป็นซิกเนเจอร์ของค่ายเราไปแล้วกับการทุ่มเท ผมเชื่อว่าการที่เติบโตมาขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการทุ่มเทในโปรดักชั่นและการกล้าลงทุน สู้ต่อไปจนกว่าวันนึงรู้สึกว่าเราได้บทเรียน แต่ตอนนี้เรายังได้บทเรียนที่ดีอยู่ แล้วก็ยังอยากสู้ต่อในเวย์นี้ครับ”
หลายคนสงสัยว่าบางโปรเจ็กต์เอากำไรจากไหน? “ถ้าพูดตรงๆ กำไรมันอาจจะมาจากการเติบโต อย่างงาน DMD Land ที่เพิ่งจัดไป มันอาจไม่ได้กำไรเยอะแยะ หรืออาจจะเท่าทุนด้วยซ้ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมว่าได้กำไรคือได้เปิดการมองเห็นความสามารถของน้องๆ ตรงนั้นเงินกี่บาทก็ซื้อไม่ได้ แต่มาซื้อได้ใน DMD Land คิดว่าสิ่งที่เราได้มันคือสิ่งนั้นมากกว่าจำนวนเงิน
แต่แน่นอนว่าเราทำธุรกิจเนอะก็ต้องหาเงินเหมือนกัน มันก็คงมีงานที่เราต้องได้กำไร แต่งงานไหนที่เรารู้สึกว่าตรงนี้เราทุ่มเทโปรดักชั่น ลิขสิทธิ์เพลง แล้วสิ่งที่ได้รับกลับมามันมากกว่าตัวเงินเราก็พร้อมที่จะทำ”
เลยทำให้เป็นครั้งสุดท้ายไปเลย? “อันนั้นอาจจะเป็นเรื่องของคิวของน้องๆ ในการรวมตัวกันด้วยครับ สมมติถ้าคอนเซ็ปต์คือต้องมาครบทุกคน วันหนึ่งคนเยอะขึ้นอาจจะต้องจัดเที่ยงวันยันเที่ยงคืน ซึ่งอาจจะไม่ไหว หรืออาจจะต้องจัด 2 วันติดเป็นมาราธอนไปเลย แต่ถ้าวันหนึ่งทุกคนคิดถึง DMD Land ก็อาจจะเอากลับมาก็ได้ แต่มันก็มีทางเลือกอื่นอื่นที่เราจัดเป็นแฟนคอนของแต่ละคู่แต่ละคนไปเลย”




