เขตสัมพันธวงศ์ สั่งปิด 5 คูหา เหตุ อาคารถล่ม ทับคนเสียชีวิต เผยเป็นโครงสร้างแบบโบราณ ไม่มีเสาเข็ม ใช้ผนังในการรองรับน้ำหนัก เตรียมตรวจสอบอาคารในย่านนี้ โครงสร้างคล้ายกัน

จากกรณี เกิดเหตุกันสาดของอาคารใกล้เคียงแยกหมอมี ถนนพระราม 4 แขวงป้อมปราบ เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. พังถล่มลงมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และรถยนต์ได้รับความเสียหาย 3 คัน เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา (20 มิ.ย.)

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.05 น. วันที่ 20 มิ.ย.69 นายธนาเดช จันทร์แก้ว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ เปิดเผยความคืบหน้าว่า จุดเกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 5 คูหา โดยกันสาดบริเวณชั้น 2 ของอาคารได้ร่วงหล่นลงมา ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย คือ นายประวิทย์ อายุ 67 ปี เจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาลสมิติเวช ไชน่าทาวน์ ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ภายหลังเกิดเหตุ สำนักงานเขตสัมพันธวงศ์ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัย พร้อมออกคำสั่งห้ามใช้อาคารทั้ง 5 คูหาเป็นการชั่วคราว โดยสำนักการโยธา สำนักควบคุมอาคาร และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย จะร่วมกันเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารอย่างละเอียด เพื่อประเมินความมั่นคงแข็งแรงและความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน การไฟฟ้านครหลวงได้เข้าตัดกระแสไฟฟ้าบริเวณจุดเกิดเหตุ เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติงานรื้อถอนซากกันสาดและชิ้นส่วนคอนกรีตขนาดใหญ่ โดยสำนักการโยธาได้สนับสนุนรถบรรทุก 6 ล้อและเครื่องมือตัดคอนกรีตเข้าช่วยดำเนินการ ขณะที่สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยส่งรถกู้ภัยและเจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ รวมถึงติดตั้งระบบไฟส่องสว่างเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานช่วงกลางคืน ร่วมกับอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ด้านการจราจรบริเวณถนนพระราม 4 ล่าสุดเริ่มคลี่คลาย หลังได้รับความร่วมมือจากสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 ในการจัดการเส้นทาง โดยเบื้องต้นปิดการจราจรบางส่วนและให้รถเบี่ยงไปใช้ถนนมิตรภาพไทย-จีนแทน เพื่อเร่งระบายรถที่สะสมอยู่

สำหรับผู้พักอาศัยในอาคารข้างเคียง แม้จะไม่ได้ถูกสั่งห้ามใช้อาคาร แต่เนื่องจากมีการตัดกระแสไฟฟ้า ทำให้ไม่สะดวกต่อการพักอาศัยในคืนนี้ โดยมีเพียง 1 ครอบครัวที่ประสงค์จะย้ายไปพักโรงแรมชั่วคราว

นายธนาเดช ระบุว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าอาคารดังกล่าวเป็นอาคารเก่าอายุกว่า 100 ปี ตั้งอยู่บนที่ดินของวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และเป็นอาคารที่ไม่มีเสาเข็มตามรูปแบบการก่อสร้างในอดีต จึงต้องอาศัยผนังอาคารเป็นโครงสร้างหลักในการรับน้ำหนัก ซึ่งอาคารเก่าในพื้นที่จำนวนมากมีลักษณะคล้ายคลึงกัน จำเป็นต้องรอผลการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญอีกครั้ง

ส่วนข้อสังเกตของชาวบ้านที่ระบุว่าบริเวณดังกล่าวอยู่ใกล้แนวรถไฟฟ้าและมีแรงสั่นสะเทือนเป็นประจำ อาจเกี่ยวข้องกับสาเหตุของเหตุการณ์หรือไม่นั้น ผู้อำนวยการเขตระบุว่า ยังไม่สามารถสรุปได้ เนื่องจากรถไฟฟ้าเปิดใช้งานมาหลายปีแล้ว และต้องรอผลการตรวจสอบทางวิศวกรรมอย่างละเอียด

ทั้งนี้ เบื้องต้นพบผู้เสียชีวิต 1 ราย และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติม หลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลตรวจสอบอาคารใกล้เคียงที่มีรูปแบบการก่อสร้างลักษณะเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย โดยคาดว่าจะเร่งรื้อถอนซากทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อเปิดการจราจรให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติอีกครั้ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน