ยศชนัน ชู SITE 2026 ปลุกพลังสตาร์ทอัพไทย สร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ ดันนวัตกรรมสู่เวทีโลก ประกาศหมุดหมายปีแห่งการลงทุนนวัตกรรม
เมื่อวันที่ 25 มิ.ย.2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงานและกล่าวปาฐกถาเรื่อง “ปลดล็อกสตาร์ตอัปไทยสู่ตลาดโลก” จัดโดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติหรือ NIA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดงาน Startup x Innovation Thailand Expo 2026 (SITE 2026) ภายใต้แนวคิด “Global Innovation Impact: The Year of Investment”
โดยมีนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมว.แรงงาน ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.กระทรวง อว. นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ประธานกรรมการนวัตกรรมแห่งชาติ ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการ NIA และผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตและคณะทูตหลายประเทศ ตลอดจนผู้บริหารจากภาครัฐ ภาคเอกชน นักลงทุน และผู้ประกอบการนวัตกรรมเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
นายยศชนัน กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง “ปลดล็อกสตาร์ตอัปไทยสู่ตลาดโลก” ว่า งาน SITE เป็นงานระดับนานาชาติ ที่ทำให้สตาร์ตอัปได้มาเจอและแลกเปลี่ยนความคิดกันเพื่อให้เกิดนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ ขณะนี้รัฐบาลกำลังเร่งสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ให้ประเทศ
โดยมุ่งพัฒนาระบบนิเวศสตาร์ตอัปและนวัตกรรมควบคู่กับการพัฒนาทุนมนุษย์ เพื่อสร้างคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการ(Entrepreneurial Mindset) และสามารถต่อยอดองค์ความรู้ไปสู่ธุรกิจและนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจได้จริง

ขณะที่ กระทรวง อว.โดย NIA ก็มีกลไกของ Startup Thailand League ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนไม่ว่าจะอยู่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีสิทธิ์ มีโอกาสเท่าเทียมกันที่จะเข้าถึงการลงทุน ทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการบ่มเพาะที่เท่าเทียมกันเราจะทำให้ Startup Thailand League เป็นลีกแห่งความหวัง แล้วก็พยายามที่จะขยายผลไปสู่ระดับชาติและเอเชีย
นายยศชนัน กล่าวต่อว่า รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการผลักดัน Deep Tech หรือเทคโนโลยีเชิงลึก และผู้ประกอบการที่มีเทคโนโลยีเป็นของตนเองรวมถึงการกระจายโอกาสด้านวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ผ่านเครือข่ายอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค (Regional Science Park) เพื่อให้ผู้ประกอบการและชุมชนในภูมิภาคเข้าถึงเครื่องมือและเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้มากขึ้น

ผู้ประกอบการไทยต้องมองไกลกว่าตลาดในประเทศที่มีประชากรราว 60 ล้านคน ไปสู่ตลาดอาเซียนกว่า 600 ล้านคน และขยายสู่ตลาดโลก โดยอาศัยจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งความหลากหลายทางชีวภาพ ศักยภาพด้านการผลิตและความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางเชื่อมโยงการลงทุนและนวัตกรรมของภูมิภาค
“รัฐบาลอยากเห็นสตาร์ตอัพไทยเติบโตเป็นยูนิคอร์นมากขึ้น และเกิดความร่วมมือกับพันธมิตรจากทั่วโลก เพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยี การลงทุน และการสร้างธุรกิจแห่งอนาคต การพัฒนาเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมต้องดำเนินควบคู่ไปกับการดูแลสังคม สิ่งแวดล้อม และการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้การพัฒนาประเทศเกิดประโยชน์ต่อประชาชนทุกภาคส่วน และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศไทยในระยะยาว” นายยศชนัน กล่าว
ทั้งนี้ งาน SITE 2026 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25 – 27 มิ.ย.บนพื้นที่รวมกว่า 6,500 ตารางเมตร ครอบคลุม Paragon Hall, Nex Hall ชั้น 5 และ SCBx Next Stage ชั้น 4 เพื่อเป็นสะพานเชื่อมโยงโอกาสและเงินทุนระดับโลก ผ่านกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ เวทีสัมมนาและฟอรัมจากวิทยากร สตาร์ตอัปและผู้ประกอบการกว่า 200 ท่าน บน 3 เวทีหลัก

รวมถึงกิจกรรมและเวทีพิเศษภายใต้SYNC @ SITE 2026,นิทรรศการนวัตกรรมและเทคโนโลยีจากผู้ประกอบการไทยและต่างประเทศมากกว่า 250 บริษัท,นิทรรศการไอเดียธุรกิจจาก Startup Thailand League จำนวน 100 ทีม,เวที Top 100 Startup Pitch สำหรับสตาร์ตอัปด้าน AI, Sustainability, Deep Tech และ Wellness,กิจกรรม Business Matching มากกว่า 100 คู่ธุรกิจ เป็นต้น