รมช.อัครนันท์ ตีรถด่วนลงพื้นที่กาญจนบุรี เคลียร์ปมทางเข้า-ออกหมู่บ้าน เดือดร้อนโครงการก่อสร้างจุดตัดแยกแก่งเสี้ยน

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 26 มิ.ย.69 นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ ในฐานะ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 1 พร้อมคณะ เดินทางไปพบปะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านพฤกษากาญจน์ 7 หมู่ 8 ต.แก่งเสี้ยน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากโครงการก่อสร้างจุดตัดทางหลวงหมายเลข 367 กับทางหลวงหมายเลข 323 และทางหลวงหมายเลข 3199 ที่แยกแก่งเสี้ยน

โดยเฉพาะปัญหาเส้นทางเข้า-ออก หมู่บ้านจัดสสรร และการสัญจรบนถนนด้านหน้าหมู่บ้านที่ยังไม่ได้รับความสะดวกจากการก่อสร้างโครงการดังกล่าว

โดยมีนายพนม โพธิ์แก้ว สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย เขต 5 ร่วมสังเกตการณ์ มีนายพรชัย ศิลารมย์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงกาญจนบุรี พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้แทนเทศบาลตำบลแก่งเสี้ยน ร่วมชี้แจงประเด็นปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น พร้อมประชาชนที่มีบ้านเรือนอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ร่วมชี้แจงปัญหาความเดือดร้อนที่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมาประธานและรองประธานกรรมการ นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร หมู่บ้านพฤกษากาญจน์ 7 มีหนังสือร้องเรียนไปถึงหลายหน่วยงาน เช่น ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี อบจ.กาญจนบุรี และแขวงทางหลวงกาญจนบุรี ข้อร้องเรียนระบุว่า ประชาชนที่อาศัยอยู่หมู่บ้านนี้จำนวน 263 หลังคาเรือน ได้รับผลกระทบและได้รับความเดือดร้อนจากโครงการก่อสร้างจุดตัดทางหลวงหมายเลข 367 กับทางหลวงหมายเลข 323 ตัดทางหลวงหมายเลข 3199 (แยกแก่งเสี้ยน) โดยถนนทางเข้าออกหมู่บ้านพฤกษากาญจน์ 7 เดิม ได้อนุญาตทำทางเชื่อมต่อกับถนนทางหลวงอย่างถูกต้องแล้ว แต่ปัจจุบันไม่สามารถใช้เส้นทางเดิมได้

เนื่องจากการก่อสร้างได้ปิดกั้นและขุดพื้นผิวถนนทำให้ระยะห่างระหว่างพื้นถนนกับทางเข้าออกหมู่บ้านมีความต่างระดับกันมาก ทำให้ไม่สามารถใช้ทางเดิมได้ และรูปแบบการก่อสร้างที่ก่อให้เกิดผลกระทบกับสมาชิกหมู่บ้าน สามารถปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับความสะดวกและปลอดภัยได้หรือไม่ โดยขอให้แขวงทางหลวงกาญจนบุรี พิจารณาแก้ไขความเดือดร้อนในกรณีดังกล่าว พร้อมทั้งรายงานผลให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรพฤกษากาญจน์ 7 ทราบโดยตรง

จากข้องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชานข้างต้นนั้น นายพรชัย ศิรารมย์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงการกาญจนบุรี ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวและได้ชี้แจงประเด็นที่เกี่ยวข้องให้ผู้ร้องเรียนร้องทุกข์ทราบ เป็นข้อๆ ดังนี้

1.ตามข้อกำหนดเงื่อนไขการขออนุญาตเชื่อมทางข้อที่ 12 และพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ.2535 มาตรา 37 กำหนดว่าห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้างทางถนนหรือสิ่งอื่นใดในเขตทางหลวงเพื่อเป็นทางเข้าออกทางหลวงเว้นแต่ได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากผู้อำนวยการทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวงในการอนุญาต ผู้อำนวยการทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวงจะกำหนดเงื่อนไขอย่างใดก็ได้ รวมทั้งมีอำนาจกำหนดมาตรการในการจัดการเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมการป้องกันอุบัติภัยและการติดขัดของจราจร

2.การอนุญาตตามวรรคหนึ่ง เมื่อมีความจำเป็นแก่งานทาง หรือเมื่อปรากฏว่าผู้ได้รับอนุญาตได้กระทำการผิดเงื่อนไขที่กำหนดในการอนุญาต ผู้อำนวยการทางหลวงหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้อำนวยการทางหลวง จะเพิกถอนเสียก็ได้ ซึ่งสอดคล้องกับการก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข 367 ที่มีความจำเป็นแก่งานทาง ส่งผลให้การอนุญาตทำทางเชื่อมของผู้ร้องเรียนสิ้นสุดลง ผู้ร้องต้องดำเนินการขออนุญาตทำทางเชื่อมกับทางหลวงใหม่และก่อสร้างตามแผนผังที่กรมทางหลวงอนุญาต โดยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทางเชื่อมตามแผนผังที่กรมทางหลวงอนุญาตนั้น เป็นหน้าที่ของผู้ขออนุญาตออกค่าใช้จ่ายเองทั้งสิ้น ดังคำรับรองและสัญญาที่ผู้ขออนุญาตได้ให้ไว้กับกรมทางหลวง ในหนังสือขออนุญาตตามมาตรา 37 แห่งพระราชบัญญัติทางหลวงพ.ศ 2535

3.ในการดำเนินการก่อสร้างของโครงการก่อสร้างจุดตัดทางหลวงหมายเลข 367 ตัดทางหลวงหมายเลข 323 ตัดทางหลวงหมายเลข 3199 (แยกแก่งเสี้ยน) จ.กาญจนบุรี 1 แห่ง ได้แจ้งเกี่ยวกับการเข้าดำเนินการในช่วงเวลาต่างๆรวมทั้งแจ้งเกี่ยวกับการขออนุญาตทางเชื่อมทางหลวงที่จะต้องดำเนินการตามระเบียบและโครงการได้แจ้งประชาสัมพันธ์กับทางตัวแทนของหมู่บ้านจัดสรรพฤกษากาญจน์ 7 ให้ทราบถึงระเบียบดังกล่าว รวมทั้งการดำเนินการขออนุญาตและก่อสร้างทางเชื่อมทางหลวงแล้วด้วย

4 จากกรณีผู้ร้องเป็นการก่อสร้างทางเชื่อมทางหลวงที่จะต้องปรับเข้ากับรูปแบบของกรมทางหลวงและเป็นการดำเนินการนอกเขตของทางหลวงซึ่งตามระเบียบ พ.ร.บ.กรมทางหลวงไม่สามารถดำเนินการตามที่ผู้ร้องขอให้ดำเนินการให้ได้

หลังจาก นายอัครนันท์ รับทราบข้อชี้แจงจากเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงกาญจนบุรีและปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนที่อาศัยอยู่หมู่บ้านพฤกษากาญจน์ 7 จึงพูดคุยกับทั้ง 2 ฝ่ายด้วยการเสนอแนวทางแก้ปัญหาร่วมกัน เช่น หากประชาชนไม่ต้องการจ่ายเงินในการสร้างทางเชื่อมต่อกับถนนทางหลวง ขอให้ประชาชนยกเส้นทางเข้าออกหน้าหมู่บ้านให้กับเทศบาลตำบลแก่งเสี้ยน เพื่อใช้เป็นทางสาธารณะ โดยเทศบาลตำบลแก่งเสี้ยนจะรับผิดชอบดำเนินการให้ฟรี โดยไม่มีค่าใช้จ่าย จากข้อเสนอดังกล่าวทำให้ประชาชนที่มารู้สึกพึงพอใจในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถตัดสินใจได้ทั้งหมด ต้องเรียกประชุมสมาชิกภายในหมู่บ้าน เพื่อหาทางออกร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน