‘วิโรจน์‘ ลั่น ส.ก.บางประเภท เป็นอิสระจากประชาชน แต่แนบแน่นกับผู้รับเหมา ซัดอยากดู ส.ก.ต้องสงสัยกินเงินทอนให้สังเกตเขตไหน ไซต์ก่อสร้างทิ้งงานเยอะ
วันที่ 26 มิ.ย.69 ที่สวนเบญจกิติ พรรคประชาชน (ปชน.) จัดปราศรัยใหญ่ภายใต้ชื่องานเติมกรุงเทพให้เต็ม 10 เพื่อรณรงค์หาเสียงให้กับ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ทั้ง 50 เขต ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย.นี้ โดยมีแกนนำพรรคและ สส.ปชน. ร่วมขึ้นเวทีปราศรัยด้วย
เมื่อเวลา 18.50 น. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ปราศรัยว่า ที่ผ่านมาเวลาเราเลือกตั้งผู้ว่าฯ เรามักจะจดจ้องว่าผู้ว่าคือใคร แต่สำหรับ ส.ก.เราไม่เคยโฟกัส หลายคนเป็น ส.ก.มาหลายสมัย แต่ชาวกรุงเทพฯ จำชื่อไม่ได้ จำได้ชื่อแต่ผู้ว่าฯ ซึ่งไม่ผิดเพราะผู้ว่าฯ มีหน้าที่เสนอนโยบายของบประมาณ และนำเงินจากภาษีประชาชนมาใช้ครับขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ จึงไม่แปลกที่ ส.ก.จะไม่ได้รับการส่องสปอตไลต์ถึง
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า แต่ตำแหน่ง ส.ก.นั้น สำคัญมาก ผู้ว่าฯ จะเสนอนโยบายอะไรขึ้นมา ไม่ใช่อยู่ดีๆ ก็ทำได้เลย แต่ต้องเสนอของบจากสภา กทม. คือ ส.ก.50 คน และหาก ส.ก.50 คนบางกลุ่ม ไปสมคบคิดกัน แล้วไปตัดงบผู้ว่าฯ แบบมีวาระซ่อนเร้น คิดแค่ว่าต้องเอามาให้ได้สัก 5 พันล้าน จะได้เอาไปคุยกับผู้รับเหมา พ่อค้าในเครือข่าย ไปทำ TOR ล็อกสเปก แล้วมารับงานจาก กทม. จากนั้นก็จะจ่ายเงินทอนให้กับ ส.ก.และข้าราชการรายนั้น
นายวิโรจน์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาหากถามผู้ว่าฯ คนปัจจุบัน ท่านก็ไม่อยากตอบ เพราะไม่มีผู้ว่าฯ คนไหนอยากให้เป็นแบบนี้ เพราะเมื่อตัดมาได้ 5-6 พันล้าน ก็จะมาคุยหลังบ้าน หากผู้ว่าฯ ไม่อยากเจรจาก็จะถูกตัดงบโชว์ ตามที่ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย อดีต ส.ก.เขตบางซื่อ พรรคก้าวไกล เคยเล่าว่าเซ็นเซอร์แผ่นดินไหว 9 พันล้าน ถือเป็นการยิงตัวประกันโชว์ผู้ว่าฯ ก็ว่าได้ สุดท้ายก็ต้องยอมแบ่งกันคนละครึ่ง 5 พันล้าน คนละ 2.5 พันล้าน ก้อนแรก ส.ก.กลุ่มนั้นก็รับไป
นายวิโรจน์ กล่าวต่ออีกว่า อีกก้อนก็คืนให้ผู้ว่าฯ จะได้เอาเงินไปเติมในโครงการที่ถูกคนกลุ่มนี้ตัดไป ก้อนที่ ส.ก.กลุ่มนี้ได้ ก็เสนอโครงการเข้ามา แต่ชื่อไม่ปรากฏในเอกสาร ทำตัวเป็นนินจาชั้นเลว ให้ผู้ว่าฯ ต้องจำใจเซ็น หากมีความเสี่ยงเกิดขึ้น คนติดคุกกลับเป็นข้าราชการตัวเล็กตัวน้อย ส.ก.บางกลุ่มชนะด้วยการแจกเงินซื้อเสียงมาหลายสมัย เมื่อตนเห็นป้ายของคนพวกนี้ว่าลงสมัครเป็น ส.ก.อิสระ แต่ความจริงแล้ว ไม่เคยเป็นอิสระจากผู้รับเหมา แต่กลับเป็นอิสระจากประชาชนและเป็นอิสระจากผู้ว่าฯ ด้วย แต่แนบแน่นกับผู้รับเหมา
“จะรู้ได้อย่างไรว่า ส.ก.ที่หากินเหล่านี้ ต้องสงสัยในเขตไหนบ้าง คนพวกนี้มักเป็นนักปั้นโครงการและกินเงินทอนต่างๆ ดังนั้น เขตไหนเจอไซต์ก่อสร้างกทม. ทิ้งงานเยอะๆ ให้ตั้งข้อสังเกตได้เลยว่า ส.ก. กลุ่มนี้หากินกับเงินทอน สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเขตนั้น ทั้งการก่อสร้างที่ทิ้งฝุ่น เสี่ยงอุบัติเหตุ นี่คือความเสียหายของคน กทม. แบบเป็นรูปธรรม ส.ก.เป็นเหมือนกับคนคุมบัญชี ที่คอยเปิดเก๊ะคุยกับผู้ว่าฯ ว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณเท่าไหร่ เหมาะสมหรือไม่ และคอยติดตามผู้ว่าฯ ว่าโครงการที่ได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วยนั้น เสร็จแล้วหรือไม่” นายวิโรจน์ กล่าว
นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า เราต้องการ ส.ก.ที่เข้าใจในนโยบาย มองตากันก็รู้ใจ ดังนั้นให้กรุงเทพมหานครพัฒนาได้อย่างเต็ม 10 ขับเคลื่อนนโยบายที่คิดคำนวณการใช้งบประมาณได้อย่างเหมาะสม มี ส.ก.ที่พร้อมตรวจสอบงบประมาณอย่าง อย่างละเอียด นี่จึงเป็นเหตุผลที่วันอาทิตย์ที่ 28 มิ.ย. ต้องเลือกผู้ว่าฯ สีส้ม นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และส.ก.ของพวกเราทั้ง 50 คน พอกันที ส.ก.ที่เป็นอิสระจากประชาชน เราต้องการ ส.ก.ที่แนบแน่นกับประชาชน