สลด พ่อสุดทนคว้าไม้ฟืน หวดลูกทาสยาเสียชีวิต หลังลูกคลั่งเดินปรี่เตะพ่อร่วงเปลญวน ขอเงินซื้อยาไม่ได้ เจ้าตัวรับผิดยอมมอบตัวทั้งน้ำตา ห่วงแต่แม่เฒ่าวัย 70 จะไม่มีใครดูแล
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 นายสมชาย แก้วดวงใจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 7 ต.สำพันตา อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี ได้นำตัว นายไพศาล อายุ 57 ปี เข้ามอบตัวกับ พ.ต.ต.(หญิง) พัชพร ดานุวงศ์ สว.สอบสวน สภ.นาดี หลังจากก่อเหตุสลดใช้ไม้ฟืนตี นายบูรพา อายุ 30 ปี ลูกชายคนเล็กเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นายไพศาล ผู้เป็นพ่อเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ก่อนเกิดเหตุตนเพิ่งกลับมาจากทำงานรับจ้าง ด้วยความเหน็ดเหนื่อย จึงล้มตัวลงนอนพักผ่อนบนเปลญวนหน้าบ้าน ทันใดนั้น นายบูรพา ลูกชายซึ่งมีพฤติกรรมติดยาเสพติดหนักจนหลอน ได้เดินปรี่เข้ามา ก่อนใช้เท้ากระหน่ำเตะเข้าที่กลางหลังอย่างแรงหลายครั้ง ทั้งยังตะคอกใส่ด้วยถ้อยคำหยาบคาย เพื่อบังคับเอาเงินไปซื้อยามาเสพ ตนพยายามอธิบายว่าไม่มีเงินให้ แต่ลูกชายไม่ฟัง ยังส่งเสียงด่าทออยู่ตลอด
ด้วยความโมโหที่ถูกลูกทำร้าย และด่าทอ นายไพศาลจึงเดินอ้อมไปหยิบไม้ฟืนสำหรับหุงข้าวที่วางอยู่หน้าบ้าน ก่อนจะฟาดเข้าที่ท้ายทอยของลูกชายอย่างแรง จนล้มฟุบ ก่อนที่ญาติจะแจ้งผู้ใหญ่บ้านและกู้ภัยสัจจะพุทธธรรมแห่งประเทศไทย กบินทร์บุรี นำส่งโรงพยาบาล แต่อาการสาหัสเกินเยียวยา ลูกชายทาสยาได้สิ้นใจอย่างสงบ เมื่อคืนที่ผ่านมาที่โรงพยาบาลกบินทร์บุรี

นายไพศาล เล่าต่ออีกว่า ลูกชายคนนี้หากไม่มีเงินซื้อยาเสพติด จะคุ้มคลั่งและแอบรื้อสังกะสีหลังคาบ้านไปขายจนเกือบหมด ปัจจุบันครอบครัวต้องอยู่อย่างมืดมิด ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งที่ตนกังวลที่สุดในตอนนี้ ไม่ใช่เรื่องติดคุก ติดตาราง แต่คือความเป็นอยู่ของแม่ ยายเฒ่าอายุกว่า 70 ปี ที่ชราภาพมากแล้ว หากตนถูกจับดำเนินคดี แม่เฒ่าจะต้องถูกทิ้งให้อยู่ในบ้าน ที่ไร้หลังคา และไร้ไฟฟ้า เพียงลำพัง

ด้าน พนักงานสอบสวน สภ.นาดี เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพฤติการณ์แห่งคดี เข้าข่าย “บันดาลโทสะ” เนื่องจากผู้ตายได้ด่าทอ ข่มขู่ และลงมือทำร้ายร่างกายผู้เป็นพ่อก่อนอย่างรุนแรง เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย โดยจะส่งฟ้อง และให้ศาลใช้ดุลยพินิจในการลดหย่อนโทษ ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป