‘ทวี’ ชงตั้ง กมธ.ร่วม ปลดล็อก “กฎหมายล้มละลาย” ช่วยลูกหนี้-SME ที่มีหนี้สิน 1 แสนบาท ถึง 50 ล้านบาท เข้ากระบวนการฟื้นฟู-พักหนี้ ไม่ต้องพึ่งเงินรัฐ

วันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ในฐานะอดีตประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติล้มละลาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ได้อภิปรายต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร

โดยเสนอให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการร่วม (กมธ.ร่วม) ระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทบทวนและแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ล้มละลาย ในส่วนที่วุฒิสภามีการแก้ไข 4 ประเด็นหลัก ชี้หากปล่อยผ่านโดยไม่รอบคอบ กฎหมายฉบับนี้อาจกลายเป็นหมันและไม่สามารถนำมาใช้ปฏิบัติจริงได้

พ.ต.อ.ทวี ระบุว่า กฎหมายฉบับนี้ถือเป็นประวัติศาสตร์ในการวางรากฐานแก้ปัญหาหนี้สินที่รากเหง้าของประเทศ ซึ่งผ่านการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรอย่างละเอียดถึง 23 ครั้ง

จุดเด่นสำคัญคือการเปิดโอกาสให้ “บุคคลธรรมดา” ที่มีหนี้สินตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 50 ล้านบาท รวมถึงกลุ่ม SME สามารถเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้และได้รับการพักชำระหนี้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนสามารถยืนได้ด้วยลำพังและชนะหนี้ได้อย่างยั่งยืน โดยที่รัฐบาลไม่ต้องสูญเสียงบส่วนกลางแม้แต่บาทเดียว

อย่างไรก็ตาม พ.ต.อ.ทวี ได้แสดงความกังวลต่อข้อแก้ไขของวุฒิสภาใน 2 ประเด็นสำคัญที่จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ในทางปฏิบัติ ดังนี้

1.การเติมคำว่า “มีรายได้สม่ำเสมอ”: วุฒิสภาปรับเกณฑ์โดยระบุว่าบุคคลธรรมดาที่จะเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้ต้องมีรายได้สม่ำเสมอ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี มองว่าคำนี้ไม่มีการนิยามที่ชัดเจนและจะกลายเป็นข้อจำกัดต่อกลุ่มเกษตรกรที่มีรายได้ตามฤดูกาล หรือผู้มีรายได้น้อยที่มีรายได้ไม่แน่นอน หากปล่อยไว้ กฎหมายจะกลายเป็น “สมบัติส่วนตัวของคนตีความ” และอาจซ้ำรอยความล้มเหลวของกฎหมาย SME ปี 2559 ที่ไม่สามารถนำมาใช้จริงได้เลย

2.บทลงโทษข้าราชการ: วุฒิสภายังคงแนวคิดที่ว่าหากข้าราชการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูหนี้แล้วฟื้นฟูไม่สำเร็จ จะต้องออกจากราชการ ซึ่ง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ชี้ว่าขัดต่อหลักเจตนารมณ์ของกฎหมายและขัดต่อมติ ครม. หลายครั้งที่ระบุว่า หากไม่ได้ทุจริต การเป็นหนี้สินเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ควรลงโทษด้วยการให้ออกจากราชการเพราะเป็นการตัดหนทางแก้ไขหนี้

“เราต้องการกฎหมายที่มีความสมดุลที่สุด ระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ ดังนั้นเพื่อความรอบคอบและไม่ให้สาระสำคัญของกฎหมายบิดเบือนไปจากเจตนารมณ์เดิม ผมจึงขอเสนอให้สภาแห่งนี้ร่วมกันตั้งกรรมาธิการร่วม เพื่อพิจารณาประเด็นดังกล่าวให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน