เผยเคส เด็กชายแคนาดาวัย 11 ตื่นมาเจอค้างคาวเกาะหน้า ก่อนเสียชีวิตจากพิษสุนัขบ้า หลังเข้ารับการรักษาเพียง 17 วัน เมื่อ 2 ปีก่อน แพทย์ออกมาเตือนถึงอันตราย ควรพบแพทย์ทันที
วันที่ 2 ก.ค. 69 บีบีซี เผยเคสอุทาหรณ์อันตรายของการสัมผัสค้างคาว ที่เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์แคนาดา เมื่อเด็กชายชาวแคนาดาวัย 11 ปี เสียชีวิตจาก โรคพิษสุนัขบ้า หลังตื่นขึ้นมาพบว่ามีค้างคาวเกาะอยู่บริเวณจมูกและปาก
กรณีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อปี 2024 ระหว่างที่ครอบครัวหนึ่งเดินทางไปพักผ่อนที่กระท่อมในรัฐออนแทรีโอ แคนาดา โดยเด็กชายปัดค้างคาวออกจากใบหน้า ก่อนที่พ่อจะจับมันใส่หม้อและนำไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ เนื่องจากเด็กไม่มีร่องรอยถูกกัดหรือข่วน
อีกทั้ง ค้างคาวก็ไม่ได้แสดงอาการผิดปกติ ครอบครัวจึงไม่ได้พาไปพบแพทย์
อย่างไรก็ตาม ผ่านไป 19 วัน เด็กเริ่มมีอาการชาและบวมบริเวณใบหน้า แพทย์ในช่วงแรกวินิจฉัยว่าอาจเป็นอัมพาตเบลล์ หรือการติดเชื้อไวรัสเริม ก่อนที่อาการจะทรุดลงอย่างรวดเร็ว

ภาพประกอบ
ระหว่างรอเข้ารับการรักษา เด็กมีไข้สูง กลืนลำบาก สับสน และเกิดอาการประสาทหลอนทางการมองเห็น จนต้องใส่เครื่องช่วยหายใจและเข้ารักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตเด็ก
แพทย์จากมหาวิทยาลัยแมนิโทบาสงสัยว่าเป็นโรคพิษสุนัขบ้า และผลตรวจในเวลาต่อมายืนยันว่า ติดเชื้อจริง
โดยสำนักงานตรวจสอบอาหารแห่งแคนาดายังระบุว่า เป็นเชื้อพิษสุนัขบ้าสายพันธุ์ที่พบในค้างคาว เด็กชายเสียชีวิตหลังเข้ารับการรักษาได้ 17 วัน
ผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า แม้โรคพิษสุนัขบ้าจะพบได้น้อยในแคนาดา โดยมีผู้เสียชีวิตเพียง 28 ราย นับตั้งแต่ปี 1924 แต่โรคนี้เกือบเสียชีวิตทุกรายเมื่อเริ่มแสดงอาการแล้ว
ดังนั้น หากมีการสัมผัสค้างคาวโดยตรง ไม่ว่าจะถูกกัดหรือไม่ก็ตาม ควรรีบเข้ารับการป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหลังสัมผัสเชื้อโดยเร็วที่สุด เพราะหากไม่เข้ารับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจเป็นเหตุให้ถึงแก่ชีวิตได้
ขอบคุณที่มา BBC
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์