สาวร้องขอความเป็นธรรม ลงทุนซื้อกระเป๋ามาขาย สูญกว่า 9 หมื่น เปิดกล่องถึงช็อก! เจอแต่นมเปรี้ยว
จากกรณีผู้เสียหายรายหนึ่งออกมาร้องขอความเป็นธรรม หลังสั่งซื้อกระเป๋ายี่ห้อหนึ่งผ่านกลุ่มซื้อ-ขายในเฟซบุ๊ก แต่สุดท้ายกลับได้รับ “นมเปรี้ยว” บรรจุอยู่ในกล่องพัสดุแทนสินค้า ทั้งที่โอนเงินซื้อกระเป๋าไปแล้วกว่า 90,000 บาท นอกจากนี้มีผู้เสียหายลักษณะเดียวกันมากกว่า 10 ราย
ต่อมาเวลา 15.00 น. วันที่ 2 ก.ค. นางสาวแก้ม ผู้เสียหาย เปิดใจกับ ”ข่าวสดออนไลน์“ ว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา หลังพบโพสต์บุคคลรายหนึ่ง ขายกระเป๋ายี่ห้อดังในกลุ่มซื้อ-ขายกระเป๋า โดยผู้ขายเสนอราคาประมาณ 2,900 บาท ซึ่งถูกกว่าท้องตลาด พร้อมส่งภาพและคลิปวิดีโอกระเป๋าให้ดู ทำให้ตนหลงเชื่อและตัดสินใจโอนเงินซื้อ
หลังจากนั้น ผู้ขายยังพยายามเสนอขายกระเป๋าเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง พร้อมแนะนำให้ติดต่อ “พี่สาว” ผ่านแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างว่าเป็นเจ้าของกระเป๋า ซึ่งตนได้พูดคุยกับหญิงรายดังกล่าวในไลน์ และมีการวิดีโอคอลให้เห็นกระเป๋าจำนวนมาก รวมถึงโชว์สินค้าจริง ทำให้ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือ
นางสาวแก้ม ระบุว่า ก่อนตัดสินใจซื้อได้ค้นหาประวัติของผู้ขายผ่านGoogle แต่ไม่พบข้อมูลการร้องเรียนหรือประวัติโกงแต่อย่างใด อีกทั้งทางด้านคนขายยังได้ส่งพัสดุที่ระบุชื่อตนเอง จึงมั่นใจและทยอยโอนเงินซื้อกระเป๋าหลายใบ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 90,000 บาท
อย่างไรก็ตาม ระหว่างรอรับสินค้า ผู้เสียหายเริ่มผิดสังเกต เนื่องจากผู้ขายพยายามเร่งให้ซื้อสินค้าเพิ่มอยู่ตลอด ขณะที่กระเป๋าที่สั่งซื้อยังเดินทางมาไม่ถึง เมื่อพัสดุมาถึงและเปิดกล่องออกดู กลับพบว่า ภายในบรรจุนมเปรี้ยวแทนกระเป๋า ทำให้ถึงกับร้องไห้ เพราะเงินที่ตั้งใจนำไปลงทุนกลับสูญหาย
หลังเกิดเหตุ ตนได้ติดต่อสอบถามผู้ขายทันที พร้อมส่งภาพกล่องพัสดุที่บรรจุนมเปรี้ยวไปให้ดู แต่คู่กรณีกลับยืนยันเพียงว่า “ไม่ได้โกง” และอ้างว่ากำลังรอเงินเพื่อนำมาคืน โดยไม่มีการขอโทษหรือชี้แจงสาเหตุที่ส่งสินค้าไม่ตรงกับที่ตกลงกัน
ปัจจุบัน ผู้เสียหายยังสามารถติดต่อคู่กรณีได้ แต่ฝ่ายคู่กรณีแจ้งเพียงว่าจะทยอยคืนเงิน ซึ่งผู้เสียหายไม่ยินยอม เพราะต้องการให้คืนเงินทั้งหมด พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินคดีตามกฎหมาย เนื่องจากเชื่อว่ามีผู้เสียหายอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม
นางสาวแก้ม ยังเปิดเผยอีกว่า ผู้ก่อเหตุใช้เฟซบุ๊กจริง ซึ่งเป็นบัญชีที่มีการเคลื่อนไหวและใช้ตัวตนของตัวเอง ทำให้หลายคนหลงเชื่อ โดยผู้เสียหายรายอื่นบางส่วนไม่กล้าออกมาเปิดเผย เพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับเงินคืน เนื่องจากคู่กรณีอ้างว่า หากมีการนำเรื่องไปประจาน จะไม่คืนเงินให้ และที่ผ่านมาใช้วิธีทยอยคืนเงินให้ผู้เสียหายบางรายครั้งละเพียงหลักร้อยบาท
ทั้งนี้ นางสาวแก้มยืนยันว่า ตนยังไม่ได้รับเงินคืนแม้แต่บาทเดียว และมีหลักฐานทั้งคลิปวิดีโอขณะแกะกล่องพัสดุ ภาพถ่าย รวมถึงหลักฐานการสนทนาและการโอนเงินครบถ้วน หลังจากนี้จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด