ป.ป.ช. ฟันอาญา ‘รจนา-เกรียง กัลป์ตินันท์’ ฮั้วประมูลถนนอุบลฯ 26 โครงการ มูลค่ารวม 43 ล้าน เอื้อบริษัทเครือญาติ
เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี กับพวก
กรณีแบ่งจ้างงานโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจร เมื่อปีงบประมาณ พ.ศ. 2549 งบประมาณ 43,221,000 บาท ออกเป็นรายโครงการโครงการละไม่เกิน 2,000,000 บาท เพื่อหลีกเลี่ยงการจ้างด้วยวิธีประกวดราคาโดยมุ่งหมายมิให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า เมื่อช่วงเดือนธ.ค.2548 – ม.ค. 2549 นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ขณะนั้นดำรงตำแหน่งสส.อุบลราชธานี และเป็นสามีของนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้สั่งการให้นายวีระ วสุธาดา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี และเจ้าหน้าที่สำนักการช่าง ทำการสำรวจออกแบบและประมาณการราคาโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายผิวจราจรในเขตเทศบาลนครอุบลราชธานี
เพื่อขอรับสนับสนุนงบประมาณจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น โดยให้ออกแบบถนนแต่ละสายแบ่งเป็นช่วง ๆ และให้ประมาณการราคาเป็นรายโครงการโครงการละ ไม่เกิน 2,000,000 บาท เพื่อให้อยู่ในหลักเกณฑ์การจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา
ต่อมาปรากฏว่า นางรจนา กัลป์ตินันท์ ได้ลงนามอนุมัติแบบก่อสร้าง แบ่งออกเป็น 26โครงการ รวมวงเงินงบประมาณ 43,221,000 บาท และได้แยกเสนอไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ออกเป็น 2 ครั้ง โดยแยกโครงการที่มีชื่อถนนเส้นเดียวกันออกเพื่อไม่เสนอไปพร้อมกัน
ครั้งแรก นางรจนากัลป์ตินันท์ เป็นผู้ลงนามหนังสือลงวันที่ 20 มกราคม 2549เสนอจำนวน 11 โครงการ รวมเป็นเงิน 18,711,000 บาทส่วนครั้งที่ 2 นายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี รักษาราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี เป็นผู้ลงนามหนังสือลงวันที่30 มกราคม 2549 เสนอจำนวน 15 โครงการ รวมเป็นเงิน 24,510,000 บาท
จากนั้นนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้ติดต่อและประสานงานการจัดสรรเงินงบประมาณดังกล่าวกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และนายเกรียง กัลป์ตินันท์ยังได้เข้ามาแทรกแซงสั่งการงานราชการของเทศบาลนครอุบลราชธานีเป็นประจำ
ปรากฏว่าก่อนที่จะแจ้งใบจัดสรรงบประมาณมายังเทศบาลนครอุบลราชธานี นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ได้สั่งการให้นายวีระ วสุธาดา ที่ปรึกษานายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานีควบคุมดูแลกระบวนการจัดจ้าง โดยนายวีระ วสุธาดา ได้ประสานเจ้าหน้าที่พัสดุและแจ้งให้ผู้อำนวยการสำนักการช่าง จัดเตรียมเอกสารเพื่อจัดทำเอกสารการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาเตรียมไว้
เมื่อได้รับหนังสือแจ้งใบจัดสรรแล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอขออนุมัติจัดจ้างโดยวิธีสอบราคาให้นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี อนุมัติจัดจ้างได้เลย โดยนายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์น้องชายของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ต้องการให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ซึ่งมีนายกานต์ กัลป์ตินันท์ และนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ บุตรสาวของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ เป็นเจ้าของ หรือห้างใดห้างหนึ่งโดยเฉพาะ
ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลนครอุบลราชธานี และในการจัดหาผู้รับจ้าง นายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ จะร่วมกันแบ่งงานแต่ละโครงการให้ห้างของตนเองและห้างต่างๆ ที่เป็นของพวกพ้องตนเองให้ได้เข้าเป็นคู่สัญญากับเทศบาลนครอุบลราชธานี
ต่อมาวันที่ 17 ก.พ.2549 เทศบาลนครอุบลราชธานีได้รับหนังสือแจ้งจัดสรรงบประมาณ ครั้งแรก จำนวน 18 โครงการ รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 29,997,000 บาท ได้แก่
1.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนหลวง-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,740,000 บาท
2.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนจงกลนิธารณ์-ถนนผาแดง) วงเงิน 1,520,000 บาท
3.ถนนบูรพาใน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 820,000 บาท
4.ถนนพลแพน (ช่วงถนนอุปลีสาน-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 1,570,000 บาท
5.ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,820,000 บาท
6.ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนชยางกูร-ถนนนครบาล) วงเงิน 1,950,000 บาท
7.ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพิชิตรังสรรค์-ถนนอุปลีสาน) วงเงิน 1,920,000 บาท
8.ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนบูรพาใน-ถนนพลแพน) วงเงิน 1,560,000 บาท
9.ถนนนครบาล (ช่วงถนนพโลรังฤทธิ์-ถนนสรรพสิทธิ์) วงเงิน 1,540,000 บาท
10.ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนอุปราช-ถนนหลวง) วงเงิน 1,780,000 บาท
11.ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,907,000บาท
12.ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนพรมราช-ถนนพิชิตรังสรรค์) วงเงิน 1,850,000บาท
13.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนผาแดง-ถนนหลวง) วงเงิน 1,930,000 บาท
14.ถนนสรรพสิทธิ์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนจงกลนิธารณ์) วงเงิน 1,290,000บาท
15.ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนนครบาล-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,600,000บาท
16.ถนนเทพโยธี (ช่วงถนนอุปลีสาน-ทางเข้าสนามบินนานาชาติ) วงเงิน 1,920,000บาท
17.ถนนนครบาล (ช่วงถนนสรรพสิทธิ์-ถนนอุปลีสาน) วงเงิน 1,440,000 บาท
18.ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนเทพโยธี-ถนนบูรพาใน) วงเงิน 1,840,000 บาท
จากนั้นเจ้าหน้าที่สำนักการช่างได้เสนอบันทึกให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา จำนวน 18 โครงการ ตามที่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ สั่งการไว้ ปรากฏว่าผู้อำนวยการสำนักการช่างเห็นว่า โครงการในถนนสรรพสิทธิ์ ถนนสุริยาตร์ ถนนเทพโยธี และถนนนครบาล เป็นการก่อสร้างในสายเดียวกัน เชื่อมต่อกัน แต่แบ่งโครงการเป็นช่วงๆ
หากรวมงบประมาณในแต่ละโครงการ วงเงินเกิน 2 ล้านบาท ต้องจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ไม่สามารถแบ่งจ้างเป็นรายโครงการได้ จึงนำเรื่องไปปรึกษาปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการคลัง
โดยปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการคลัง มีความเห็นเช่นเดียวกันว่าการก่อสร้างในถนนทั้ง 4 สายดังกล่าว หากจะแยกเป็นรายโครงการโดยวิธีสอบราคาจะเป็นการแบ่งซื้อแบ่งจ้างซึ่งขัดต่อระเบียบและกฎหมาย
จากนั้นปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการช่าง จึงได้ไปพบนายเกรียง กัลป์ตินันท์ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าการจ้างโดยวิธีสอบราคาไม่สามารถทำได้ เป็นการแบ่งจ้างที่ขัดต่อระเบียบ แต่นายเกรียง กัลป์ตินันท์ ไม่ยอมและสั่งให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคาทั้ง 18 โครงการ ต่อไป
สำนักการช่างจึงได้เสนอบันทึกลงวันที่ 20 ก.พ.2549 จำนวน18 ฉบับ ถึงผู้อำนวยการสำนักงานการช่าง เพื่อขออนุมัติจ้างทั้ง 18 โครงการ และส่งให้งานพัสดุเพื่อดำเนินการจัดจ้างต่อไป แต่ปลัดเทศบาลนครอุบลราชธานีและผู้อำนวยการสำนักการช่างยังคงยืนยันความเห็นเดิม
เมื่อถึงที่สุด นายเกรียง กัลป์ตินันท์ จึงยอมและให้นำโครงการในถนนทั้ง 4 สาย จำนวน 11 โครงการได้แก่ โครงการลำดับที่ 1, 2, 6, 7, 9, 12 -17 ไปจัดจ้างโดยวิธีประกวดราคาด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ส่วนอีก 7 โครงการ ได้แก่ โครงการลำดับที่ 3 – 5, 8,10 – 11 และ 18 เจ้าหน้าที่พัสดุได้เสนอดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา
ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร รองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี อนุมัติให้ดำเนินการจัดจ้างโดยวิธีสอบราคา 7 โครงการตามที่เสนอ และเทศบาลนครอุบลราชธานีได้มีประกาศสอบราคา ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2549 รวม 7 ฉบับ
ปรากฏว่าในขั้นตอนการส่งประกาศสอบราคาเผยแพร่ไปยังผู้มีอาชีพรับจ้างนั้น นายวีระ วสุธาดา ได้เป็นผู้คัดเลือกรายชื่อผู้มีอาชีพรับจ้าง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่พัสดุส่งไปยังผู้มีอาชีพรับจ้าง จำนวน7 ราย เท่านั้น ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลวรสิทธิ์ก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด กิจศิริวุฒิห้างหุ้นส่วนจำกัด รัตติกาก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัดช่อโชคชัย และห้างหุ้นส่วนจำกัด พลสิทธิ์ก่อสร้าง
โดยพบว่าห้างทั้ง 7 ราย มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับนายเกรียง กัลป์ตินันท์นางรจนา กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ทั้งสิ้น จากนั้นนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์หุ้นส่วนผู้จัดการห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง และเป็นบุตรสาวของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ทำหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่พัสดุ และนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ จะเป็นผู้แจ้งว่าจะให้ห้างใดเข้าซื้อซองและแจ้งเรื่องเงินค่าซื้อซอง
ปรากฏว่าทั้ง 7 โครงการ มีผู้ซื้อซอง 4 ราย โดยกำหนดให้ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้างเป็นห้างหลักที่จะเข้าซื้อซอง ส่วนใบเสนอราคาที่จะใช้ยื่นซองทั้ง 7 โครงการ ปรากฏว่า มีกระดาษ (โพย) กำหนดรายชื่อห้างที่จะให้เข้าเป็นคู่สัญญาและจำนวนราคาที่จะให้เสนอราคาในแต่ละโครงการไว้แล้ว นำมาให้เจ้าหน้าที่พัสดุจัดทำเอกสารใบเสนอราคา
โดยบางฉบับจะใช้เครื่องพิมพ์ดีดของฝ่ายพัสดุและทรัพย์สินเทศบาลนครอุบลราชธานีในการพิมพ์เอกสารและบางฉบับจะให้เจ้าหน้าที่พัสดุเป็นผู้เขียนและห้างที่จะได้เข้าทำสัญญาจะระบุให้เสนอราคาต่ำกว่าราคากลาง หรือบางโครงการให้เสนอราคาสูงกว่าราคากลาง แต่ยินดีปรับลดราคาลงให้เท่ากับราคากลาง และจัดทำใบเสนอราคาอีก 2 ห้าง ประกบเป็นคู่เทียบให้เสนอราคาสูงกว่า ผู้ชนะการสอบราคา ซึ่งสลับกันเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบในการเสนอราคา ทั้ง 7 โครงการ
เมื่อจัดทำเอกสาร ใบเสนอราคาและเอกสารประกอบการเสนอราคาของแต่ละห้างครบทั้ง 7 โครงการแล้ว นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ จะเป็นผู้ประสานกับตัวแทนห้างต่าง ๆ นำซองสอบราคาไปลงลายมือชื่อ/ประทับตราห้าง แล้วนำซองมายื่นเสนอราคาพร้อมกันในวันสุดท้าย โดยทั้ง 7โครงการ มีผู้ยื่นซองสอบราคา 7 ราย
โดยให้ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง เป็นห้างหลักที่ต้องยื่นซองไว้ห้างแรก ส่วนห้างอื่นๆ ให้ยื่นตามที่ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ และนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ได้แบ่งงานไว้แล้ว โดยรายชื่อผู้ยื่นซองเสนอราคาในแต่ละโครงการเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบ ประกอบด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ
และห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง และผู้ชนะการสอบราคาและเข้าทำสัญญา ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ (โครงการลำดับที่ 3 และ 5) ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย (โครงการลำดับที่ 4 และ 11) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 8) ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 10) และห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 18)
จากนั้นนางรจนา กัลป์ตินันท์ ได้ทำสัญญาจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 7 โครงการ ต่อมาได้มีหนังสือแจ้งการจัดสรรงบประมาณให้แก่เทศบาลนครอุบลราชธานี เป็นครั้งที่ 2 อีก 6 โครงการ ได้แก่
1. ถนนพิชิตรังสรรค์ (ช่วงถนนชวาลานอก-ถนนจงกลนิธารณ์) วงเงิน 1,820,000บาท
2. ถนนสุริยาตร์ (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศเหนือ วงเงิน 1,560,000 บาท
3. ถนนอุปลีสาน (ช่วงถนนแจ้งสนิท-ถนนชยางกูร) ด้านทิศใต้ วงเงิน 1,250,000บาท
4. ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพลแพน-ถนนราชวงศ์) วงเงิน 1,650,000 บาท
5. ถนนศรีณรงค์ (ช่วงถนนพนม-ถนนอุปราช) ด้านทิศเหนือ วงเงิน 1,540,000บาท
6. ถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนยุทธภัณฑ์-ถนนเทพโยธี) วงเงิน 1,710,000 บาท
ส่วนโครงการถนนนครบาล (ช่วงถนนศรีณรงค์–ถนนพโลรังฤทธิ์) และถนนเขื่อนธานี (ช่วงถนนสุปัฏน์–ถนนอุปราช) ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ รวมได้รับการจัดสรรงบประมาณ 2 ครั้ง รวม 24 โครงการ
เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2549 เจ้าหน้าที่พัสดุเสนอบันทึกขออนุมัติดำเนินการโดยวิธีสอบราคา จำนวน 6 โครงการ ซึ่งนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร อนุมัติให้จัดจ้างโดยวิธีสอบราคา ตามประกาศเทศบาลนครอุบลราชธานี ลงวันที่ 16 พฤษภาคม 2549 จำนวน 6 ฉบับ ทั้งนี้ ในขั้นตอนการส่งประกาศเผยแพร่การสอบราคา ขั้นตอนการซื้อซอง ขั้นตอนการจัดทำใบเสนอราคา และขั้นตอนการยื่นซองสอบราคา
นายเกรียง กัลป์ตินันท์ (พ้นจากตำแหน่งสส. เนื่องจากมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2549) นายกานต์ กัลป์ตินันท์ ขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา กับพวก ยังคงมีพฤติการณ์การกระทำในลักษณะเดียวกันกับโครงการสอบราคาใน 7 โครงการแรกทั้งสิ้น
โดยรายชื่อผู้ซื้อซองในแต่ละโครงการเป็นคู่ประกบหรือคู่เทียบ ประกอบด้วยห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้างห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ และผู้ชนะการสอบราคาและเข้าทำสัญญา ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย (โครงการลำดับที่ 1) ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ (โครงการลำดับที่ 2)
ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 3) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง (โครงการลำดับที่ 4) ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง(โครงการลำดับที่ 5) และห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ (โครงการลำดับที่ 6)
จากนั้นนางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ลงนามอนุมัติให้จัดจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 6 โครงการ และนายพงษ์ศักดิ์ มูลสารรองนายกเทศมนตรี ปฏิบัติราชการแทนนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี ได้ลงนามในสัญญาว่าจ้างกับผู้รับจ้างทั้ง 6 โครงการ
สำหรับการเบิกจ่ายเงิน (7 โครงการแรก) ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้กับผู้รับจ้าง 6โครงการ (โครงการลำดับที่ 3, 4, 5, 10, 11 และ18) โดยพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนายเกรียง กัลป์ตินันท์ นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ กับพวก ทั้งสิ้น (โครงการลำดับที่ 8 แจ้งยกเลิกสัญญาจ้าง จึงไม่มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน)
ส่วนการเบิกจ่ายเงิน (6 โครงการหลัง) ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินให้ผู้รับจ้าง 4 โครงการ และพบว่ามีการโอนเงินไปยังบุคคลที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับนายเกรียง กัลป์ตินันท์นางรจนา กัลป์ตินันท์ นายกานต์ กัลป์ตินันท์ นางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ กับพวก ทั้งสิ้น
ส่วนอีก 2 โครงการ แจ้งยกเลิกสัญญาจ้างจึงไม่มีการอนุมัติเบิกจ่ายเงิน สำหรับการจัดจ้างโดยการประมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Auction) โครงการลำดับที่ 1, 2, 6, 7, 9, 12, 13, 14, 15, 16 และ 17 (รวม 11โครงการ) ตามประกาศเทศบาลนครอุบลราชธานี เลขที่14/2549 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2549
ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิด ทางอาญาแต่มีเจ้าหน้าที่เทศบาลนครอุบลราชธานีบางรายมีมูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้
1. การกระทำของนางรจนา กัลป์ตินันท์และนายพงษ์ศักดิ์ มูลสาร มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 91 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคา ต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 73
2. การกระทำของนางสาวรัตติกา กัลป์ตินันท์ นายวีระ วสุธาดา ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลมนตรีก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ นายทิวาพร ดุลย์ชูประภา หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด อุบลประเสริฐ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง นางพัชรีรัตน์ ดีมาก หุ้นส่วนผู้จัดการ
ห้างหุ้นส่วนจำกัด สุภาภรณ์อุบลก่อสร้าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง นางอรุณี สำโรง หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด สพลก่อสร้าง และนายธีรศักดิ์ บุญจิรัฐติกาล หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามฐานความผิดดังกล่าว
3. การกระทำของนายเกรียง กัลป์ตินันท์ ในขณะดำรงตำแหน่งสส.มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 13
ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91และภายหลังพ้นจากตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนนางรจนา กัลป์ตินันท์ กับพวก ตามฐานความผิดดังกล่าว
4. การกระทำของนายกานต์ กัลป์ตินันท์ ก่อนดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานสนับสนุนนางรจนา กัลป์ตินันท์ กับพวก ตามฐานความผิดดังกล่าว และในขณะดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151
ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2542 มาตรา 13ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91
5. การกระทำของเจ้าหน้าที่บางรายมีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ตามประกาศคณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดอุบลราชธานี เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวน การลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์ และการร้องทุกข์ ลงวันที่ 16 มกราคม 2545
6. สำหรับห้างหุ้นส่วนจำกัด ช่อโชคชัย และห้างหุ้นส่วนจำกัด เรืองวิทย์ มีสภาพห้างร้าง และสิ้นสภาพนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วนจำกัดสุริยาขนส่งอุบล ได้แปรสภาพเป็นบริษัทจำกัดจึงสิ้นสภาพนิติบุคคล ให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบ ส่วนนิติบุคคลและผู้แทนนิติบุคคลรายอื่นๆ ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานว่าได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล เห็นควรให้ข้อกล่าวหาตกไป
ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอน เ
พื่อให้ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 76 มาตรา 91 (1)และ (2) มาตรา 98 และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ