ร้อง ผอ.โรงเรียนดัง กาญจนบุรี ล่วงละเมิดนักเรียนหญิง อายุ 11-15 ปี กว่า 10 ราย แฉพฤติกรรมทำทีเรียกไปตัดผม ซื้อเสื้อซับในให้แลกกับของตัวเก่า แถมหักเงินจากค่าเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียนที่รัฐอุดหนุน
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 9 ก.ค.2569 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี คลอง 7 ต.ลำผัดกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี กลุ่มผู้ปกครองเด็กนักเรียนหญิง 11 ราย 11 ครอบครัว รวม 20 กว่าคน เดินทางมาจาก จ.กาญจนบุรี เพื่อร้องทุกข์กับ ปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา
ลูกสาวอายุ 11-15 ปี ทั้ง 11 คน เป็นนักเรียนชั้น ป.5-ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนกระทำอนาจารและล่วงละเมิดทางเพศ บางคนถูกกระทำตั้งแต่ ป.3 โดนแทบทุกวันเป็น 100 ครั้ง โดย ผอ.จะทำทีเรียกเด็กไปตัดผม ทำงานบ้าน หรือลองเสื้อผ้าที่บ้านพักครูในโรงเรียน พร้อมข่มขู่จะตัดทุนการศึกษาหากนำเรื่องไปบอกคนอื่น

ร้อง ผอ.โรงเรียนดัง กาญจนบุรี ล่วงละเมิดนักเรียนหญิง อายุ 11-15 ปี กว่า 10 ราย แฉพฤติกรรมทำทีเรียกไปตัดผม ซื้อเสื้อซับในให้แลกกับของตัวเก่า
นอกจากนี้ แม่ของด.ญ.คนหนึ่งยังสงสัยพฤติกรรม ผอ. ที่ซื้อเสื้อกล้ามซับในมาให้เด็กเป็นประจำโดยหักจากเงินที่รัฐบาลอุดหนุนค่าเสื้อผ้า-อุปกรณ์การเรียน จากนั้นก็ขอเสื้อกล้ามซับในตัวเก่าของเด็กคืนไป ก็ไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร
เด็ก ๆ เคยแจ้งครูในโรงเรียนหลายคนแต่กลับไม่ได้รับความช่วยเหลือ แถมครูยังบอกว่าให้เด็ก ๆ รักโรงเรียน อย่าทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง โดยเด็กหญิงทั้ง 11 คน ยืนยันมีเพื่อนอีกหลายคนตกเป็นเหยื่อ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา ผอ. ได้ชิงยื่นหนังสือลาออก พ่อแม่ผู้ปกครองจึงเกรงว่า ผอ.จะหนีความผิด ยืนยันจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด
หลังรับเรื่อง ปวีณา ประสาน นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมารับเรื่องด้วยตนเอง
พร้อมด้วย ดร.อรุณี จิรมหาศาล ผู้ช่วยเลขาธิกา สพฐ. ดร.ตฤณ ก้านดอกไม้ ผอ.ศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ เดินทางมาประชุมร่วมกับ ปวีณา และผู้ปกครองเพื่อดำเนินการตรวจสอบ
และ ปวีณา จะประสาน พ.ต.อ.มานพ น้ำประสานไทย ผกก.สภ.ศรีสวัสดิ์ จ.กาญจนบุรี มอบหมายให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปวีณาฯ พาทั้ง 11 ครอบครัวไปแจ้งความดำเนินคดีในวันที่ 10 ก.ค.นี้ โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามช่วยเหลือเด็กนักเรียนร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการต่อไป
นายต้น พ่อของ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้นป.5 ตัวแทนผู้ปกครอง กล่าวว่า วันที่ 1 ก.ค.69 ตนได้ยินข่าวว่า ผอ. กระทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศเด็กนักเรียนในโรงเรียนหลายคน จึงได้มาสอบถามลูกสาวก็แทบช็อก ลูกบอกว่าเคยถูก ผอ.กระทำรวม 3 ครั้ง ตั้งแต่ป.4 จำนวน 2 ครั้ง
ผอ.เรียกไปตัดผมให้และตอนไปเอาชุดเนตรนารีที่บ้านพักครู ผอ.ละเมิดทางเพศ ครั้งที่ 3 วันที่ 12 มิ.ย.69 ผอ.เรียกไปเอากางเกงวอร์มที่บ้านพักแล้วก็กระทำเหมือนเดิม จากนั้นตนจึงได้ติดต่อสอบถามกับเด็กนักเรียนคนอื่น ๆ ในหมู่บ้านและหมู่บ้านใกล้เคียงก็ทราบว่า ผอ.ได้กระทำอนาจารกับเด็กนักเรียนอีกประมาณ 20 กว่าคน
เมื่อไปสอบถาม ผอ. ที่โรงเรียนก็ได้รับการปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ และยังกล่าวหาว่าเด็ก ๆ ติดโซเชียลแล้วคิดกันไปเอง และล่าสุดทราบมาว่า ผอ.ได้ยื่นใบลาออกเมื่อวันที่ 3 ก.ค.ที่ผ่านมา อ้างว่าเพื่อความสบายใจของทุกคน และไม่อยากทำให้โรงเรียนเสียชื่อเสียง ซึ่งพ่อต้องการจะดำเนินคดีกับ ผอ.ให้ถึงที่สุด จึงมาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ
ขณะที่ ป้าของด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 11 ปี นักเรียนชั้น ป.6 กล่าวว่า หลานบอกว่าถูก ผอ. เรียกไปตัดผมที่บ้านพักครูและกระทำอนาจารมาตั้งแต่ ป.3 เพราะหลานตัวโตกว่าเด็กรุ่นเดียวกัน จากนั้นก็โดนจับแทบทุกวันเรื่อยมานับเป็น 100 ครั้ง ถ้า ผอ. ไม่เรียกไปตัดผมก็จะเรียกไปทำงานซักผ้า ล้างจาน ล้างห้องน้ำให้ที่บ้านพัก บางครั้งก็ให้เงิน 50-100 บาทไปซื้อขนม
นอกจากนี้ ผอ.ยังสั่งซื้อเสื้อกล้ามซับในมาให้เด็ก โดยเรียกไปรับและลองสวมใส่ที่บ้านพักครูก่อนจะก่อเหตุกระทำอนาจาร แถมยังหักเงินค่าเสื้อกล้ามซับใน 40-50 บาทจากเงินที่กระทรวงศึกษาธิการให้เด็ก ๆ เป็นค่าอุปกรณ์การเรียน 400 บาท
มีอยู่ครั้งหนึ่งที่หลานสาวถูกเรียกไปตัดผม 3 วันติด คือวันที่ 10, 11 และ 12 มิ.ย.69 เด็กก็งงจะตัดผมอะไรทุกวัน ใช้กรรไกรเล็มปลายให้นิดเดียวแล้วก็กระทำอนาจาร ก่อนจะปล่อยกลับบ้าน ตัดผมแต่ละครั้งผมก็ไม่เท่ากัน
ทั้งนี้ เป็นเรื่องที่น่าสลดใจอย่างยิ่งเมื่อด.ญ.ทั้ง 11 คนบอกว่า หลังจากถูก ผอ.ก่อเหตุแล้ว เคยไปขอความช่วยเหลือจากครูหลายคนในโรงเรียน แต่กลับได้รับคำตอบว่า “ทีหลังก็พยายามเลี่ยงไม่ให้เจอ ผอ. หรือถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ชวนเพื่อนไปด้วยหลาย ๆ คน”
แต่ขณะเดียวกันครูที่เด็กไปขอความช่วยเหลือกลับยังใช้เด็ก ๆ ที่เป็นเหยื่อเอาเอกสารไปให้ ผอ.เซ็นชื่อที่บ้านพักอยู่บ่อย ๆ ซึ่งเด็กก็ถูกกระทำซ้ำอีก แม้เด็กจะไปกันหลายคนแต่ก็ยังถูก ผอ.กระทำและเพื่อนที่ไปด้วยก็เห็นเหตุการณ์
ซึ่งเด็ก ๆ ทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อต้องเก็บเรื่องเงียบทนทุกข์เอาไว้ไม่กล้าบอกใคร เพราะกลัวจะถูกผอ.ทำโทษ กลัวผอ.จะไม่ให้ทุนการศึกษา และกลัวพ่อแม่จะเดือดร้อน จนมีเด็กตกเป็นเหยื่อเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกจากนี้ ยังมีเด็กที่ถูกกระทำอีกหลายคนที่พ่อแม่ไม่กล้าออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้ลูก
ด้าน นายอัครนันท์ กล่าวว่า ตอนนี้จะดำเนินการใน 2 เรื่อง เรื่องที่ 1.ให้ทาง สพฐ. ตั้งกรรมการสอบ ผอ.โรงเรียน และให้ออกจากพื้นที่ไปช่วยราชการที่สำนักงานเขตแล้ว เรื่องที่ 2.จะประสานกระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. ร่วมกันฟื้นฟูสภาพจิตใจของเด็กในระยะยาว
โดยทั้งการสอบทางวินัย ผอ. และการฟื้นฟูสภาพจิตใจเด็กจะสั่งการสพฐ. ให้ทำโดยเร็ว และสพฐ.จะเร่งลงพื้นที่ใน 1-2 วันนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นแบ๊กอัพผู้ปกครองและเด็ก ๆ ในการต่อสู้คดี
ถ้าเขาผิดจริงก็จะดำเนินการทางวินัยขั้นเด็ดขาดและช่วยเหลือทางด้านกฎหมายกับครอบครัว หาก ผอ.ผิดจริงก็จะถึงขั้นโดนไล่ออกและไม่ได้รับเงินบำเหน็จบำนาญอีกทั้งถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

