ชาวบ้านผวา ตึกร้าว-พื้นทรุด เหตุน้ำซึมอุโมงค์รถไฟฟ้า วงเวียนใหญ่ รฟม.ยันไม่พบรอยร้าวใหม่ เร่งประสานวิศวกรโยธา-ผู้รับเหมา เข้าตรวจสอบ
วันที่ 9 ก.ค.69 จากกรณีเกิดน้ำรั่วซึมภายในบ่อรับน้ำ ใต้อุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ บริเวณแยกวงเวียนใหญ่ ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่เฝ้าสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมประเมินสถานการณ์ว่าระดับน้ำที่ท่วมขังใต้อุโมงค์ อยู่ในปริมาณที่เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมได้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเร่งแก้ไขปัญหา เพื่อไม่ให้กระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน
พ่อค้าร้านน้ำชงรายหนึ่งที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุ ได้พาผู้สื่อข่าวไปชี้จุดที่เกิดรอยร้าวบริเวณข้างอาคาร ทราบว่ารอยร้าวจุดนี้เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน หลังมีน้ำท่วมขังซึมเข้าไปในอุโมงค์การก่อสร้างรถไฟฟ้า พร้อมกล่าวว่า รู้สึกกังวลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากก่อนหน้านี้เพิ่งเกิดเหตุแผ่นดินไหว ทำให้เกรงว่าอาจส่งผลกระทบซ้ำเติมอาคารใกล้เคียงที่มีรอยร้าวอยู่แล้ว
ตนค้าขายในพื้นที่ดังกล่าวมาประมาณ 1 ปี สังเกตเห็นว่าพื้นผิวโดยรอบมีลักษณะทรุดตัวต่ำลง อีกทั้งยังมีฝุ่นจากการก่อสร้างจำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงที่มีการขุดเจาะผิวถนนหรือปักเสาเข็ม จะเกิดแรงสั่นสะเทือนจนสามารถรับรู้ได้อย่างชัดเจน
อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่ และขอให้ผู้รับเหมาก่อสร้างดำเนินงานด้วยความรอบคอบ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีประชาชนใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก
ด้านนายมนตรี เดชาสกุลสม ประธานกรรมการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน ถึงถึงกรณีน้ำรั่วบริเวณอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้า ว่า จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าสาเหตุเกิดจากรอยรั่วบริเวณบ่อซัมป์ หรือบ่อรวมน้ำของโครงการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งแก้ไขทันที
โดยยืนยันว่า จากการตรวจสอบล่าสุดยังไม่พบการทรุดตัวหรือการเอียงของโครงสร้างเพิ่มเติม รวมถึงไม่พบรอยร้าวใหม่ โดยเฉพาะสะพานลอยใกล้จุดเกิดเหตุยังอยู่ในสภาพปกติ พร้อมประสานสำนักงานเขตส่งวิศวกรโยธาเข้าตรวจสอบอาคารโดยรอบ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน
ส่วนกรณีประชาชนพบรอยร้าวตามอาคารและผิวถนน นายมนตรี ชี้แจงว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารอยร้าวบางส่วนเป็นรอยเดิมที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างตรวจสอบอาคารทุกหลังในพื้นที่โดยละเอียดอีกครั้ง ร่วมกับเจ้าหน้าที่โยธาของสำนักงานเขต



