มินนี่ ภัณฑิรา เผย ไฮโซกี้ ดีใจหนัก หลังรู้ข่าวท้องลูกคนแรก ทุ่มเวลาให้มากขึ้น ตั้งใจปล่อยมาตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ยันยังบ้างานเหมือนเดิม รอคลอด เอาลูกมาทำงานด้วย

เตรียมเป็นคุณพ่อคุณแม่ป้ายแดง สำหรับนางเอกสาว มินนี่-ภัณฑิรา พิพิธยากร และนักธุรกิจหนุ่มหมื่นล้าน ไฮโซกี้-สราวุธ เสรีธรณกุล ที่หลังจากจูงมือเข้าพิธีแต่งงานสุดอลังการไป เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2569

มินนี่ ภัณฑิรา

มินนี่ ภัณฑิรา

ล่าสุดดาราสาวที่มาโปรโมตภาพยนตร์ “หมัดเทวา ท้าเดิมพัน” ณ M STUDIO ชั้น 3 อาคารอเวนิว รัชโยธิน ได้เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า

“ตื่นเต้นมาก เพราะตอนแรกอยากมีโมเมนต์อยากจะจูงลูกไปงานแต่ง มีโมเมนต์ให้เขาได้พูด แต่ช้าไปนิดนึง มาไม่ทัน ความรู้สึกก็ไม่ได้เปลี่ยนไปขนาดนั้น แต่มีคนเรียกว่า “คุณแม่” จะรู้สึกเปลี่ยนไปตรงนั้นมากกว่า เพื่อนก็ทักว่า “เป็นแม่แล้วนะเว้ย ทำอะไรก็ช้าๆ ลงหน่อย” ตอนนี้ครรภ์ประมาณสองสามเดือนแล้ว เอาจริงๆ คือเหนื่อย แต่ว่าปกติก็เหนื่อยง่ายอยู่แล้ว เลยไม่รู้ว่ายังไง”

 

ปกติเป็นสายลุย สายชิล แล้วทำอะไรคล่องตัว เหมือนเดิมไหม?
“ก็ไม่ค่อย แต่ว่าจะโดนห้ามนั่งมอเตอร์ไซค์ ชอบนั่งมอเตอร์ไซค์ เพราะว่าเราอยู่กลางเมือง เวลาเรามาทำงานไม่ชอบขับรถเวลารถติด ตอนนี้ก็เลยขับรถเอา”

มินนี่ ภัณฑิรา

ไฮโซกี้-มินนี่ วันแต่งงาน

แล้วสามีว่ายังไงบ้าง?
“คือพี่กี้เขาอยากมี เขาชอบพูดตลกว่าเขาอยากมี เขาพร้อม แต่เราเองที่รู้สึกว่าด้วยสายงาน เรายังอยากทำงานก่อน แล้วเราเป็นคนบ้างาน ก็เลยคุยกันว่า เอ๊ะ จะมีปีม้านะ ก็คุยๆ มา แต่หนูก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องของธรรมชาติ เขาจะมาตอนไหน บางทีมันกำหนดไม่ได้ ก็อยากมีนะ เพื่อนเขาที่แต่งกันมาสักพักแล้ว เขาก็พยายามที่จะมี เขาก็บอกว่ามันไม่ได้มาง่ายขนาดนั้น เราก็เลยเริ่มรู้สึกว่าคนนี้ใช่ ก็เริ่มเลย ติดไม่ติดก็ค่อยว่ากัน

 

จริงๆ เตรียมเริ่มมาแล้ว ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน เริ่มปล่อยมาตลอด เพราะรู้สึกว่ามันไม่น่าจะง่ายขนาดนั้น เขาว่ากันว่าก่อนที่เด็กจะมา มันเป็นดวง เราก็ยังเชื่อเรื่องนั้นอยู่ เขาจะมาตอนไหนก็ตอนนั้นแหละ

ซึ่งหนูเป็นคนที่ชอบทานของมีประโยชน์อยู่แล้ว รักสุขภาพอยู่แล้ว เลยไม่มีปัญหาเรื่องกิน ถามว่าแพ้อะไร ก็คงแพ้อาหาร เห็นอะไรก็อยากกิน น้ำหนักก็ขึ้นเหมือนกันค่ะ ออกหน้าด้วย แต่ที่ออกก็น่าจะเพราะกินเยอะ น่าจะขึ้นมาประมาณ 5 กิโลได้

ในเรื่อง หมัดเทวดา ที่ทุกคนจะได้ดู ชุดที่ใส่ คือตอนนี้ใส่ไม่ได้แล้ว จากตอนนั้นก็น่าจะขึ้นมา 4-5 กิโลอยู่”

ความรู้สึกของคนเป็นพ่อ?
“เขาดีใจมาก มากกว่าหนูเยอะมาก เขาพร้อมมากไง ก็เป็นอีกหนึ่งขั้นบันไดของชีวิต เป็นฟีดใหม่ในชีวิต

 

แต่หนูคิดว่าหนูไม่หายไปไหน หนูยังบ้างานเหมือนเดิม ก็รอคลอดลูก แล้วเอาลูกมาทำงานด้วย พี่กี้เขาไม่ค่อยห้าม หรือว่าจำกัดกรอบของเราเลย เป็นคนหนึ่งที่ปล่อยเราอิสระมากๆ เราอยากทำอะไร เขาก็พร้อมจะซัพพอร์ตทุกเรื่อง ไม่มีปัญหาเรื่องนี้เลย”

 

นี่ก็เลยเป็นที่มาว่าไม่ได้ถือเคล็ดอะไรเลย ปกติสามเดือนเขาค่อยบอก แต่เราก็บอกเลย?
“ใช่ไหมคะ แต่คุณพ่อเขาก็บอกเหมือนกันว่า หรือว่าเราต้องรอนานกว่านี้ เพราะบางทีมันมีโอกาสหลายๆ อย่าง แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตเรื่องหนึ่ง ที่มันตื่นเต้น ทำตัวไม่ถูก ก็เลยรีบโพสต์ไป”

หมอตรวจแล้วเป็นยังไงบ้าง เด็กแข็งแรง ผ่านภาวะเสี่ยงหรือยัง?
“ก็แข็งแรงดีนะคะตอนนี้ แต่ว่าก็ต้องอัปเดตเรื่อยๆ ส่วนเพศ จริงๆ หนูรู้แล้ว พี่กี้ครอบครัวรู้แล้ว แต่หนูยังไม่บอกใคร เดี๋ยวจะมีนัดมาทายกัน ส่วนเรื่องแพ้ท้อง ก็อยากกินอาหารหลายอย่าง”

จริงๆ ปกติแฟนดูแลเราดีอยู่แล้ว พอเราท้องดูแลยิ่งขึ้นไหม?
“จริงๆ หนูโดนสปอยล์อยู่แล้ว เขาเป็นคนดูแลหนูดี ดูแลหนูทุกเรื่อง หนูรู้สึกว่าเขาดูแลและมีเวลาให้เรามากขึ้น เวลาเขาไปทำงานก็จะรีบกลับมาเจอกัน

 

ทุกวันนี้หนูก็กลายเป็นคุณแม่มือใหม่ ฟังพอดแคสต์เกี่ยวกับการดูแลลูกยังไง เรื่องน้ำนม เราจะเป็นคุณแม่ที่จี๊ดจ๊าด แล้วก็รักแฟชั่นเหมือนเดิม แต่ช่วงนี้ภาพที่เคยคิดไว้ เวลาเห็นตัวเองแล้วรู้สึกว่าเรามันอืดๆ เหมือนไม่ค่อยคล่องตัวเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรดีๆ หนูรู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ Amazing ในชีวิต เรามีสิ่งมีชีวิตอยู่ในพุงของเรา เราก็เหมือนเริ่มคุยคนเดียว แต่ว่าจริงๆ ก็คุยกับลูก”

กำหนดคลอดเมื่อไหร่?
“น่าจะช่วงปลายปี คิดว่านะคะ เพราะอยากให้ได้ภายในปีนี้ ถ้าคลอดธรรมชาติได้ก็ดีนะ หนูคิดว่าแบ๊กทูเบสิกน่าจะเป็นอะไรที่ดี แต่ไม่รู้ว่าออปชันหรือรายละเอียดต่างๆ แตกต่างกันยังไง เดี๋ยวต้องไปถามหมอก่อน”

 

คิดชื่อลูกไว้หรือยัง?
“อันนี้หนูอยากรู้เหมือนกันว่าสูตรเราจะต้องหาจากไหน หรือว่าเรามีหลักการไหม เพราะว่าหนูยังไม่ได้คิดเลย เพราะมันจะมีตำรา คือตอนแต่งงานก็ไม่ตามฤกษ์เลย เอาแบบสะดวก รู้สึกไม่อยากตื่นเช้า ไม่อยากตามเวลา แต่ป๊าก็บอกว่าดูบ้างก็ดีนะ แต่เรื่องนี้เราก็ยังลังเลอยู่ เพราะยังมีเวลา”

คิดว่าคลอดลูกสักกี่เดือนถึงจะกลับมารับงาน?
“หนูรู้สึกว่าหนู As soon as possible เขาก็จะพูดกันว่าช่วงที่ให้นมนี่แหละจะเป็นช่วงเวลาที่เหมือนมีเวลาให้เขา แต่ถ้าจบเฟสนั้นไป หนูคิดว่าน่าจะโอเคแล้ว

พี่กี้เขาก็เป็นคนห่วงเที่ยว ห่วงกินเหมือนกัน เขาก็บอกว่าเดี๋ยวสิ่งแรกที่มาก่อนเลยคือรถตู้ เฮียจองรถตู้แล้ว เดี๋ยวหาแม่บ้านสักสองคน เราก็จะได้มีเวลาเที่ยวเหมือนเดิม อยากให้ทุกคนมีเวลาของตัวเองเหมือนเดิม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าตอนน้องออกมาจะเป็นยังไง”

แล้วเขาให้อะไรเป็นของขวัญรับการตั้งครรภ์?
“อันนี้ไม่รู้เลยค่ะ เพราะว่าเขายังไม่ได้ให้อะไร แต่ให้เวลา หนูว่าเป็นอะไรที่มีค่ามากแล้วค่ะ (ปิดหน้าเขิน)”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน