ปชป. สัมมนาพรรคที่หาดใหญ่ ถกรับมือ น้ำท่วม “นายกฯ แป้น” ลั่นเงินหมดแล้ว งบก็ไม่ได้ ต้องลอกคูอีก 100 กว่ากม. หวั่นน้ำทะลักเข้าบ้าน ภาคเอกชนโอดใกล้หมดโปรพักหนี้ แต่เศรษฐกิจยังซบเซา วอนแบงก์ลดเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อ

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 ก.ค. 2569 ที่โรงแรมบุรีศรีภู หาดใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จัดสัมมนา สส.พรรค ภายใต้สโลแกน “ฟ้าใต้ ฟ้าใส ไปด้วยกัน ฟื้นเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคง ยกระดับคุณภาพชีวิต”

โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค และประธานสส. สส.ของพรรค และสมาชิกพรรค รวมถึงนายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เข้าร่วมสัมมนาด้วย

ทางพรรคมีการเปิดเวทีระดมความเห็นจากภาคประชาชน และภาคธุรกิจในจังหวัดสงขลา และอำเภอหาดใหญ่ ร่วมกันวางแนวทางป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ ก่อนเข้าสู่ช่วงความเสี่ยงการเกิดอุทกภัย อาทิ สมาคมโรงแรม, สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว, สมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่, สภาเศรษฐกิจ, สมาพันธ์ SMEs และตัวแทนมูลนิธิในหาดใหญ่

นักวิชาการ และนักศึกษา จากทั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย, มหาวิทยาลัยทักษิณ, มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รวมถึงนายณรงค์พร ณ พัทลุง หรือ นายกแป้น นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่

ก่อนเริ่มสัมมนาได้เปิดวิดีโอน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่เมื่อปลายปี 2568 และการทำงานในสภาฯ ที่สส.ของพรรค มีการท่วมถามการเยียวยา ชดเชย และการซ่อมแซมระบบต่างๆ ในการรับมือน้ำท่วมที่จะมาอีกครั้งในปลายปี 2569 ซึ่งเป็นการระดมความเห็นถึงแผนฟื้นฟูการป้องกันน้ำท่วมหาดใหญ่ เพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคใต้

นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้จะพูด 4 ประเด็น คือ 1.เราอยากตรวจสอบเรื่องการเยียวยาการฟื้นฟูว่า ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการได้รับการช่วยเหลือเรื่องการซ่อมแซมบ้านเรือน เรื่องสินเชื่อต่างๆ สถานะขณะนี้เป็นอย่างไรเพราะจากการติดตามก็ได้รับคำชี้แจงว่า บางเรื่องรัฐบาลดำเนินการเสร็จแล้ว

2.การเตรียมตัวป้องกันในฤดูฝนที่จะมาถึงนี้ ซึ่งขณะนี้เป็นที่สนใจว่า งบประมาณที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะงบฉุกเฉินที่จำเป็นจะต้องใช้ เพื่อให้มีความพร้อมรับมือกับอุทกภัย สถานะเป็นอย่างไร

3.การเตรียมตัวเมือง เพื่อรับมือกับสิ่งเหล่านี้ในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในโครงการสำคัญๆ ที่เคยมีการพูดกัน คืออะไร มีเรื่องไหนที่คิดว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถที่จะไปเรียกร้องผลักดันได้เพิ่มเติมมากขึ้น

4.ข้อเสนอของภาคเอกชนต่อการพัฒนาเมืองในอนาคต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่เกิดจากภัยพิบัติบวกกับการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับพี่น้องหาดใหญ่และคนใต้

จากนั้นนายจูรี นุมแก้ว สส.สงขลา รองหัวหน้าพรรค กล่าวถึงการฟื้นฟูเยียวยาหาดใหญ่ว่า เราสู้มาตั้งแต่ต้น ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีคนที่ยังไม่ได้เงินเยียวยาประมาณไม่เกิน 1 พันคน ที่มีปัญหาตกหล่นอยู่ เดิมมีความพยายามรออุทธรณ์ แต่หน่วยงานยังไม่ตอบมาว่าจะให้อุทธรณ์หรือไม่อย่างไร ชาวบ้านยังคอยเรื่องนี้อยู่

นายจูรี กล่าวต่อว่า โดยส่วนใหญ่ของพื้นที่ทั้งจังหวัดสงขลาได้รับเงินเยียวยาแล้ว ซึ่งกรณีการอุทธรณ์เป็นเรื่องการตีความกฎหมายว่าอุทธรณ์ได้หรือไม่

ด้าน นายอดิศักดิ์ รัตนะ ในนามภาคประชาชน และเคยทำหน้าที่ในท้องถิ่น กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลผลักดันเงินเยียวยา เนื่องจากเงินเยียวยาจำนวน 9,000 บาทนั้นไม่เพียงพอ แต่เงินช่วยเหลือภัยพิบัติส่วนใหญ่ ท้องถิ่นจะไม่จ่ายตั้งแต่ปี 2567 โดยอ้างว่าไม่มีการเรียกร้อง ขณะนี้ภาพรวมจังหวัดสงขลา น่าจะยังมีประชาชนที่ไม่ได้รับเงินจำนวน 4,000 คน

ขณะที่นายสมพล ชีววัฒนาพงศ์ อุปนายกสมาคมนักธุรกิจหาดใหญ่ กล่าวถึงปัญหาของภาคธุรกิจในการเข้าถึงสินเชื่อ ที่ภาครัฐได้จัดเตรียมไว้ ว่า สินเชื่อที่ภาครัฐอนุมัตินั้น มีการพักดอกเบี้ย 6 เดือน พักเงินต้น 1 ปี แต่สภาพคล่องใหม่ๆ ก็มีนโยบายและโครงการให้กับธนาคารที่เกี่ยวข้อง แต่การเข้าถึงและอนุมัติยังยากลำบาก เพราะธนาคารก็ยังต้องตรวจสอบเครดิตบูโรของผู้ประกอบการ

นายสมพล กล่าวต่อว่า เสนอว่าควรลดหย่อนเกณฑ์ และตรวจสอบอัตราความสำเร็จของโครงการย้อนกลับไปที่ธนาคารพาณิชย์ว่า สามารถอนุมัติได้เท่าไร มิเช่นนั้นจะเป็นเสมือนระเบิดเวลา เพราะขณะนี้ครบเวลาการพักดอกเบี้ย 6 เดือนแล้ว แต่สภาพเศรษฐกิจในสงขลา และหาดใหญ่ยังซบเซา ทำให้ผู้ประกอบการต้องเริ่มกลับมาชำระดอกเบี้ย

นายสมพล กล่าวอีกว่า ปลายปีนี้เมื่อเข้าฤดูฝนก็จะครบ 1 ปีที่ผู้ประกอบการจะต้องกลับมาจ่ายเงินต้นต่อเช่นเดิมด้วย ทั้งที่สภาพเศรษฐกิจในสงขลาและหาดใหญ่ พบว่ากำลังซื้อหาย ภาคธุรกิจโรงแรมยังกังวล เพราะใกล้จะถึงหน้าน้ำในช่วงเดือน พ.ย.นี้ จึงอยากให้ทุกฝ่ายสร้างความมั่นใจ นอกจากการป้องกันและวิธีการอื่น ยังสามารถทำอะไรได้อีกบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยว

ด้านนักวิชาการ และนักศึกษา อาทิ อาจารย์พัตรธีรา สุวรรณวศ์ หัวหน้าสาขาวิชาการเมืองการปกครอง มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ และนายนวพล เพ็ชรทูล ผู้แทนนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ อยากให้ผู้นำท้องถิ่น หรือรัฐบาล สำรวจพื้นที่หาดใหญ่ว่า จุดใดเป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือจุดพื้นที่สูงน้ำไม่ท่วม เพื่อใช้เป็นพื้นที่อพยพ และเตรียมความพร้อมในการขนย้ายสิ่งของ เพื่อลดความเสียหาย

พร้อมเรียกร้องให้เร่งความชัดเจน “หาดใหญ่โมเดล”เพื่อให้ประชาชนในหาดใหญ่ทราบว่า จะต้องอพยพไปที่จุดใด และข่าวที่ออกไปจะต้องเป็นความจริง เพราะผู้ปกครองของนักศึกษาหลายคนก็เป็นกังวล รวมถึงการสอน และการเตรียมความพร้อมให้นักศึกษา เพราะนักศึกษารุ่นใหม่ ๆ ยังไม่รับทราบมาก่อนว่า จะต้องเตรียมความพร้อมอะไรบ้าง รวมถึงยังประสานงานกับภาครัฐยาก นักศึกษาและสถานศึกษาต้องจัดการกันเอง

ขณะที่นายกฯ แป้น ชี้แจงว่า ขณะนี้ในพื้นที่ต้องการขยายแก้มลิงให้สูงขึ้น จากนั้นก็ลอกคู ซึ่งที่หาดใหญ่ มีขนาด 430 กิโลเมตร ตอนนี้เราลอกได้แค่ 200 กว่ากิโลเมตร จึงตั้งงบฯ และโอนมาอีก 50 ล้านบาท เพื่อลอกได้อีกประมาณ 80 กิโลเมตร แต่ยังเหลืออีก 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งเราจะต้องหาทางทำให้เสร็จก่อนน้ำมา

ปชป. สัมมนาพรรคที่หาดใหญ่ ถกรับมือ น้ำท่วม “นายกฯ แป้น” ลั่นเงินหมดแล้ว

นายกฯ แป้น กล่าวอีกว่า ตอนนี้ก็พยายามลอกทุกวัน รวมแล้วตอนนี้เราทำได้ประมาณ 220 กิโลเมตร และกำลังจะ e-bidding จำนวน 50 ล้านบาท เพื่อจะลอกให้อีกประมาณ 80 กิโลเมตร ถ้าไม่ลอกน้ำจะล้นเข้าบ้านหมดเหมือนที่ภูเก็ต น้ำรอระบาย ส่วนรถ 150 คัน และอุปกรณ์อะไรต่างๆ ก็จมน้ำหมด

“ตอนนี้เงินสะสมเราก็หมดแล้ว ทั้งยังไม่ได้งบอะไรจากงบกลางเลย แต่ประมาณการเงินจากงบกลางที่จะใช้ซ่อมรถประมาณ 200 ล้านบาท แล้วลอกคูประมาณ 60-70 ล้านบาท”

นายกฯ แป้น กล่าวต่อว่า สำหรับโคลนที่อยู่หน้าบ้านประชาชน ไม่มีทางที่จะล้างลงคูได้ ต้องใช้รถดูดโคลเพื่อเอาไปทิ้งนอกเมืองระยะทาง 100 กว่ากิโลเมตร ซึ่งยากลำบากมาก เพราะรถดูดโคลนที่เรามีก็จมน้ำหมด ตอนนี้ใช้ได้เพียง 2-3 คัน เราพยายามทำอยู่ทุกวัน ซึ่งระยะทาง 400 กว่ากิโลเมตรมันทำยากมาก

ด้านนายชัยชนะ เดชเดโช สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ดูแลภาคใต้ กล่าวว่า สำหรับแผนรับมือ เบื้องต้นตอนนี้เราเห็นตรงแล้วว่า 1.ไม่มีการประชาสัมพันธ์ การเตือนภัยประชาชนในเขตพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ 2.ไม่มีสถานที่พักพิงในยามอุทกภัย

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า โดยหลักการทางผู้ว่าราชการจังหวัดต้องเป็นประธาน แล้วเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกัน จากนั้นต้องขอยกเว้นระเบียบ เช่น การนำเครื่องสูบน้ำของชลประทานมาตั้งสูบน้ำให้กับเทศบาลนครหาดใหญ่ เทศบาลเมืองคอหงส์ เพราะต้องมาเบิกน้ำมันในท้องถิ่น นี่คือการบูรณาการโดยจังหวัดเป็นเจ้าภาพหลักก่อน ร่วมกับแผนป้องกันต่างๆ ที่ภาคเอกชนระบุ

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาระยะกลางคือการจัดทำงบฯ ต้องประมาณการได้ว่าน้ำที่ไหลผ่านหาดใหญ่กี่ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และประมาณการล่วงหน้าถึงการเปลี่ยนทางน้ำของเมือง หลังมีการถมพื้นที่พัฒนาแล้ว กับที่ยังไม่ได้พัฒนาเมือง ทางผังเมืองต้องมาคุยกันเรื่องนี้ใหม่ ว่าจะมีมาตรการอย่างไร จะมีแผนพัฒนาเพิ่มหรือไม่

นายชัยชนะ กล่าวต่อว่า พื้นที่หาดใหญ่รับน้ำทั้งหมดเพื่อออกทะเลสาบสงขลา ดังนั้นเราต้องกำหนดให้ได้ว่าปรับผังเมืองอย่างไร ขณะที่ระยะยาว สำหรับงบฯ ขุดคลองเลี่ยงเมืองที่มีอยู่ รัฐต้องมีมาตรการที่ชัดเจน

นายชัยชนะ กล่าวอีกว่า ที่นครศรีธรรมราช เดิมก็เหมือนหาดใหญ่ คือน้ำจากเทือกเขาหลวงไหลผ่านเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ที่ 500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อัตราการระบายน้ำ 250 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เมื่อขุดคลองเลี่ยงเมือง ก็ระบายน้ำได้ที่ 750 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพราะฉะนั้นหาดใหญ่ต้องมาถอดบทเรียนตรงนี้

นอกจากนี้ มีภาคประชาชนรายหนึ่งพยายามที่จะสะท้อนปัญหาในพื้นที่ เนื่องจากพบพื้นที่โครงการหนึ่งโครงการ ที่นายกฯ แป้น บอกว่าต้องลอกคู ซึ่งมีงบประมาณอยู่แล้ว แต่ถูกใช้หมดไปกับเรือ 100 ลำ มูลค่า 96 ล้าน

ภาคประชาชนตั้งคำถามว่า ใครมีหน้าที่ลอกคู เพราะปัญหาคือนักบริหารขาดทักษะในการบริหาร แทนที่จะมาสนใจเรื่องคูของนายกฯแป้น แต่กลับไปสนใจเรื่อง EV จึงเห็นว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่งจะมาคุยเรื่องน้ำท่วม ก่อนย้ำว่า หากนักบริหารมีความรู้ความสามารถ งบประมาณ 530 ล้านบาทของ อบจ. กลับถูกใช้ไปในการขนขยะ 408 ล้าน

ทั้งนี้ บรรยากาศระหว่างนั้นเริ่มระอุขึ้น ทำให้นายอภิสิทธิ์ต้องรีบตัดบทว่า เรามาวันนี้เพื่อมาหาคำตอบถึงความทุกข์และความกังวลของชาวหาดใหญ่ แต่ไม่ได้หมายความว่า สิ่งที่ภาคประชาชนสะท้อนไม่สำคัญ แต่คนที่อยู่ที่นี่ไม่สามารถตอบได้ว่า ใช่หรือไม่ใช่

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนกังวลเพราะ 2-3 วันก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่ มีความรู้สึกว่า มีความพยายามทำให้เรื่องน้ำท่วมกลายเป็นทะเลาะกันทางการเมือง ซึ่งไม่เกิดประโยชน์กับคนในพื้นที่ จึงขอให้ส่งข้อมูลทั้งหมดมาให้เพื่อตรวจสอบต่อไป แต่วันนี้สิ่งที่อยากได้ คือจะทำอย่างไรเพื่อคลายกังวลให้กับชาวหาดใหญ่ ผ่านการติดตามโครงการที่ยังมีความจำเป็นอยู่

ขณะที่นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ กล่าวตอนหนึ่งว่า สงขลาเป็นจังหวัดที่ถือว่ามีความพร้อม ที่สุดในภาคใต้ เนื่องจากมีชลประทานในพื้นที่ แต่ปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนั้น เพราะผู้ว่าฯ สงขลา เพิ่งย้ายมาจากกระบี่ ทั้งหมดเกิดจากการบริหารของกระทรวงมหาดไทยที่ย้ายผู้ปกครองเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ไม่ได้สนใจเรื่องการทำงาน แค่จะย้ายไปอยู่จังหวัดนั้นเพื่อช่วยการเลือกตั้งได้

นายชวน กล่าวอีกว่า ถ้าพูดถึงความพร้อมแล้วไม่มีที่ไหนพร้อมเท่ากับที่นี่ จึงอยู่ที่ผู้บริหารที่จะประสานให้ได้ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ชลประทาน มาใช้ประโยชน์ทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ก็อยู่ที่นี่ ดังนั้นการบริหารจึงเป็นเรื่องสำคัญ ในเรื่องการแก้ปัญหาเพราะหัวหน้าทีมในการแก้ปัญหาในพื้นที่คือผู้ว่าราชการจังหวัด

สำหรับผลการระดมความเห็นของทุกฝ่ายในจังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ในครั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ จะได้รวบรวม และนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป แต่ภาวนาว่าอย่าให้มีน้ำท่วมขึ้นมาอีก และอย่าให้มีการเลือกตั้ง เพราะเดี๋ยวจะมีการโยกย้ายผู้ว่าฯ อีก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน