ครอบครัวร่ำไห้ “ยายเงา” เสียชีวิต หลังวูบหมดสติกลางธนาคารระหว่างรอ ยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วอนรัฐคืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
วันที่ 21 ก.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บ้านของ นางเงา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 65 ปี ในพื้นที่หมู่ 2 บ้านสกาดกลาง ต.สกาด อ.ปัว จ.น่าน ซึ่งเสียชีวิตหลังเดินทางลงจากดอยสกาดเพื่อไปยืนยันตัวตนและสแกนใบหน้ารับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาปัว เมื่อวันที่ 20 ก.ค.ที่ผ่านมา เต็มไปด้วยความโศกเศร้าของลูกหลาน ญาติพี่น้อง และชาวบ้านที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังนางเงาเดินทางมารอต่อคิวตั้งแต่ช่วงบ่าย ก่อนเกิดอาการเป็นลม เจ้าหน้าที่และทีมกู้ชีพพยายามช่วยเหลือและปั๊มหัวใจหลายครั้ง ก่อนเสียชีวิตในเวลาประมาณ 04.30 น.ของวันนี้ สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

ครอบครัวร่ำไห้ “ยายเงา” เสียชีวิต หลังวูบหมดสติกลางธนาคารระหว่างรอ ยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ วอนรัฐคืนสิทธิ์ผู้เดือดร้อน อย่าให้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำ
จากการสอบถาม น.ส.อำไพร (ขอสงวนนามสกุล) น้องสาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ครอบครัวยังทำใจไม่ได้ และมองว่าเหตุการณ์นี้ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะในการลงทะเบียนครั้งก่อน นางเงาได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่แล้ว
แต่ครั้งนี้กลับต้องเดินทางลงจากดอยเพื่อมายืนยันตัวตนอีกครั้ง ทำให้เกิดความยุ่งยาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล จึงอยากให้รัฐบาลเห็นใจประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ทุรกันดาร และทบทวนขั้นตอนการดำเนินการให้เข้าถึงประชาชนมากกว่านี้
ด้าน น.ส.ชุติกาญจน์ (ขอสงวนนามสกุล) เพื่อนบ้านของนางเงา กล่าวทั้งน้ำตาว่า ขณะนี้ยังมีชาวบ้านอีกหลายรายที่เคยได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แต่กลับถูกตัดสิทธิ์ในรอบล่าสุด บางคนเพียงเพราะมีหนี้กับ ธ.ก.ส. ทั้งที่เงินกู้ดังกล่าวนำไปสร้างบ้าน ทำการเกษตร และส่งลูกเรียนหนังสือ
ขณะที่บางรายถูกตัดสิทธิ์เพราะมีชื่อครอบครองรถหลายคัน ทั้งที่เป็นรถเก่าสภาพทรุดโทรมจนแทบใช้งานไม่ได้
ชาวบ้านยังสะท้อนว่า คนบนดอยสกาดส่วนใหญ่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว การเดินทางเข้าอำเภอหรือเข้าเมืองต้องเช่าเหมารถ มีค่าใช้จ่ายตั้งแต่ 200-1,000 บาทต่อครั้ง แต่ทุกคนก็ยอมเสียค่าใช้จ่าย เพราะต้องการรักษาสิทธิ์สวัสดิการเดือนละ 300 บาทที่มีความหมายต่อการดำรงชีวิต
ขณะเดียวกัน ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่กำลังรอความชัดเจนเกี่ยวกับการยื่นอุทธรณ์สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยหวังว่ารัฐบาลจะเร่งพิจารณาคืนสิทธิ์ให้กับผู้มีคุณสมบัติ และปรับปรุงระบบให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริงของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์สูญเสียอันน่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก