กมธ.สวัสดิการสังคม จี้รัฐบาลเคลียร์ให้ชัด เดดไลน์ยื่นอุทธรณ์ บัตรคนจน ยังเป็น 31 ก.ค. แต่โปรโมตยืดเวลาเป็น 20 ก.ย. ทั้งที่ยังไม่เอาเข้า ครม. หวั่นทำประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิ
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 22 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฎร นำโดย น.ส.รัชนก สุขประเสริฐ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกมธ. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานกมธ. แถลงถึงการประชุมกมธ. กรณีที่ได้มีการพิจารณาศึกษาเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่พบปัญหามากมาย
น.ส.รัชนก กล่าวว่า ทางรัฐบาลได้ออกมาเคลมบอกว่าอนุญาตให้ขยายสิทธิ์ได้ถึง 20 ก.ย. ที่มีการโปรโมตในเพจของฝั่งรัฐบาลเยอะมาก แต่ความเป็นจริงทราบว่าทางกระทรวงการคลังแจ้งว่ากำหนดการการยื่นอุทธรณ์ ยังคงเป็นระยะเวลาตามเดิมคือวันที่ 31 กรกฎาคม
“ข้อมูลนั้นกับข้อมูลที่รัฐบาลให้สัมภาษณ์ไม่ตรงกัน ทำให้ประชาชนอาจจะตกหล่นจากสิทธิ์อีกเยอะ เพราะหลายคนคิดว่าเป็นช่วงวันหยุดยาว อาจค่อยไปยื่นได้ในช่วงต้นเดือนกันยายนก็ได้ เพราะยังมีเวลาทันอยู่แต่ความเป็นจริงนั้น ไม่ใช่ เพราะยังเป็นวันที่ 31 กรกฎาคมอยู่”
น.ส.รัชนก กล่าวต่อว่า เรื่องนี้มีการสอบถามว่ายังมีการโฆษณาว่าวันที่ 20 กันยายน ซึ่งได้คำตอบว่าต้องรอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการที่ออกมาประกาศว่าจะเป็นวันที่ 20 กันยายน เพราะตอนนี้เป็นเพียงแค่มีการพูดคุยกันในมติของคณะกรรมการแต่ยังไม่ได้เอาเข้าที่ประชุมครม. แต่อย่างใด
น.ส.รัชนก กล่าวอีกว่า เราไม่ทราบว่าในสัปดาห์หน้า ซึ่งวันอังคารเป็นวันหยุด จะประชุมเรื่องนี้กันมีวันเดียวได้เท่านั้นคือวันที่ 27 กรกฎาคม ซึ่งจริงๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมีมติครม. ให้ขยับเวลาตามที่ได้โฆษณาไว้หรือไม่
น.ส.รัชนก กล่าวอีกว่า หากไม่มีมติครม. ออกมา จะทำให้ประชาชนตกหล่นอีกเป็นจำนวนมากเพราะไปยื่นทบทวนสิทธิ์ไม่ทัน เป็นประเด็นที่สำคัญมาก การที่รัฐบาลทำแบบนี้เป็นการซ้ำเติมความจนของประชาชนไปอีก เพราะหลายบ้านต้องเดินทางมาไกลในการยื่นอุทธรณ์ หลายหน่วยงานที่เขาต้องไปติดต่อ ซึ่งเป็นภาระให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก
“ทางรัฐบาลท่านทำไปตามเสียงบ่นด่าของประชาชนเพราะประชาชน ด่าทีท่านก็ออกมาปรับที ท่านจะเอาอย่างไร เอาให้แน่ชัด ดิฉันเสนอว่าให้ท่านชะลอไปก่อนได้หรือไม่ จำนวน 9 ล้านกว่าคน ที่เคยได้รับสิทธิ์ท่านชะลอและยืดระยะขยายเวลาให้เขาได้มีเวลาในการยื่นทบทวนสิทธิ์ได้หรือไม่ เพราะประชาชนรอฟังคำตอบจากท่าน”
น.ส.รัชนก กล่าวต่อว่า เมื่อวานก็ให้ความหวังว่าจะมีการประชุมครม.ในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่มี ดิฉันก็รออยู่เหมือนกันว่าในที่ประชุมจะมีรายละเอียดเรื่องการปรับเงื่อนไขหรืออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนอย่างไร ท่านบอกว่าจะให้ท้องถิ่นตั้งวันสต็อปเซอร์วิส แต่วันนี้ยังไม่เห็นคำสั่งอย่างเป็นทางการของกระทรวงมหาดไทยที่แจ้งไปยังท้องถิ่นต่างๆ
น.ส.รัชนก กล่าวต่อว่า ที่สร้างความสับสนให้กับประชาชนในเรื่องของวันที่ยื่นอุทธรณ์ ท่านต้องการให้คน 9 ล้านกว่าคน ยื่นทบทวนสิทธิ์ไม่ทันใช่หรือไม่ หากไม่มีเงินก็ยอมรับตรงๆ ว่าไม่มีเงินแล้วในวันนี้
“ท่านถังแตก ท่านก็พูดเลยว่าท่านถังแตก เพราะกลายเป็นภาพหลอกลวงประชาชน 9 ล้านคน ดิฉันเชื่อว่ามีคนจำนวนมากไปยื่นไม่ทัน เพราะด้วยความเข้าใจผิดเรื่องของวันที่สับสน อาจจะตกหล่นไป เท่ากับว่าลดจำนวนคนที่ได้รับสิทธิ์ลดลง จึงอยากฝากไปยังรัฐบาลว่าดิฉันขอร้องให้ท่านกลับไปทบทวนก่อน แล้วยังคงสถานะเดิมให้กับคนที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งหมด” น.ส.รัชนก กล่าว
ด้านนายณัฐชา กล่าวว่า จากประเด็นเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีประชาชนผู้ที่เคยถือบัตรคนจน ต้องหลุดพ้นจากความยากจน แน่นอนว่าหากเขารวยขึ้นจะไม่ปฏิเสธเลย แต่วันนี้ท่านกำลังยัดเยียดข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า เราจะเห็นได้ชัดว่า กมธ.สวัสดิการสังคม ได้เชิญสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ตัวแทนจากปลัดกระทรวงการคลัง มาพูดคุยในชั้นกมธ. ซึ่งเราได้พบว่ามีข้อมูลจาก 54 หน่วยงาน ที่บูรณาการร่วมกันเป็นฐานข้อมูลที่จะนำมาคัดกรองผู้ที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ 54 หน่วยงานนั้น เป็นหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลไม่ถูกต้องครบถ้วน ทำให้เกิดข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไปจากข้อมูลเดิม สะท้อนว่างบประมาณในแต่ละปีที่ให้ไปยัง 54 หน่วยงานนี้ โดยมีการอ้างว่าเป็นฐานข้อมูลกลาง ระบบการจัดเก็บข้อมูล หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน แต่เมื่อจะบังคับใช้ขึ้นมา ก็เริ่มเกิดปัญหาขึ้นทันที
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า เห็นได้ชัดว่าจะมีประชาชนหลายคนที่บอกว่าข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐกับความเป็นจริงของเขา ไม่เป็นความจริง ไม่อัปเดต ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังจึงตอบกับที่ประชุมกมธ.ว่าเตรียมที่จะส่งต่อให้กับทางกระทรวงมหาดไทย มีหนังสือไปยังกำนันผู้ใหญ่บ้านที่จะรับจบทั้งหมดเป็นวันสต็อปเซอร์วิส และจะให้ประชาชนเซ็นใบมอบอำนาจให้กับผู้ใหญ่บ้านไปอุทธรณ์แทน
“เราเสียงบประมาณแอปพลิเคชัน ระบบคลาวด์กลาง บุคลากรไปไม่รู้เท่าไหร่ แต่สุดท้ายเมื่อเกิดเหตุจะต้องใช้งานจริง ก็วนกลับไปยุคหิน คือมอบหมายภารกิจให้กับหน่วยงานในชุมชน ให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแบกรับภารกิจ โดยการสั่งไปอย่างเดียว ไม่มีงบประมาณหรือภารกิจงาน สั่งกำนันผู้ใหญ่บ้านอย่างเดียว ทุกอย่างโยนไปให้กำนันผู้ใหญ่บ้านแบกรับหมด”
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ใน 54 หน่วยงานไม่มีฐานข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน จึงต้องบูรณาการร่วมกันในการอุทธรณ์รูปแบบใหม่ แต่ให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐคือกำนันผู้ใหญ่บ้านหรือผู้นำในแต่ละท้องถิ่นไปดำเนินการแทนได้ รัฐบาลจะทำแบบนี้ไม่ได้ รัฐบาลกำลังซ้ำเติมความยากจน
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า กระบวนการอะไรก็แล้วแต่ที่คิดมาไม่รอบคอบหรือไม่รอบด้าน เมื่อบังคับใช้ไปแล้วกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย กลุ่มเปราะบาง ที่ลำบากมากที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะมอบภารกิจอะไร ก็จะเกิดความสูญเสีย
“ประชาชนกังวลว่าจะถูกตัดสินจากโครงการนี้ เร่งรีบเดินทางมาเพื่อยืนยันตัวตน หรือบางกรณีที่ถึงแม้ไม่เกิดความสูญเสีย แต่อาจจะอยู่ในสถานะที่ตายทั้งเป็น คือยังมีชีวิตอยู่แต่ยังคงหวาดวิตกกังวลว่าสุดท้ายแล้วรัฐไทยจะดูแลเขาอย่างไร”
“คน 9 ล้านกว่าคน นอนไม่หลับ ตุ๊มๆ ต่อมๆ สส. ภูมิใจไทยหลายคน ออกโปสเตอร์เหมือนกันหมดทุกคน บอกว่าภายในวันที่ 20 กันยายน แต่หากไปสังเกตดู ทุกแผ่นจะมีหมายเหตุดอกจันทร์อยู่ด้านล่าง เขียนว่าวันที่ 20 กันยายน ต้องรอมติครม.ก่อน นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ครม.ว่าอย่างไรไม่รู้ แต่สส. ภูมิใจไทย บอกไปแล้วว่าวันที่ 20 กันยายน”
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ฉะนั้น วันนี้มติครม. ยังไม่มีอะไรรองรับ สำนักงานเศรษฐกิจการคลังและสำนักปลัดกระทรวงการคลังยืนยันกับเราชัดเจนว่า วันนี้ยังปฏิบัติหน้าที่เดดไลน์ คือวันที่ 31 กรกฎาคม ความสับสนตรงนี้รัฐบาลกำลังเพิ่มเติมความเดือดร้อนให้กับประชาชน รัฐบาลทำไปเพื่ออะไร
“วันนี้กระเบียดกระเสียรกับคนยากคนจน แต่ไม่เคยกระเบียดกระเสียรกับถนนหนทางที่ไปสร้างแล้วไม่มีคนขับรถ ไม่เคยไปกระเบียดกระเสียร สำนักงานที่สร้างขึ้นมาแล้ว ไม่มีคนทำงาน หรือไม่เคยกระเบียดกระเสียรกับการเช่ารถใหม่ปีหนึ่งเกือบหมื่นล้านบาท ปล่อยให้หน่วยงานใช้เอาๆ แต่งบประมาณกับคนยากคนจนกลับบอกว่าตังค์หมดแล้ว ไม่มีตังค์แล้ว เกิดอะไรขึ้น”
นายณัฐชา กล่าวต่อว่า ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าหากยังคิดไม่เสร็จ ไม่รอบด้าน หรือไม่จบ หยุดตรงนี้ ไปดำเนินการก่อน 54 หน่วยงาน ต้องไปทำใหม่ พิสูจน์คนรวยให้เสร็จ ที่เหลือคือคนยากคนจน เอาตัวเลขตรงนี้ไปช่วยเขาและดูว่าเขาต้องการอะไร
นายณัฐชา กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการกระทรวงการคลังก็บอกเองว่าถึงแม้ว่าจะขยายไปวันที่ 20 ก.ย. ก็ไม่ทราบว่าจะจบเรื่องนี้ได้หรือไม่ รัฐบาลจะยังดันทุรังเดินหน้าต่อไปเพิ่มความลำบากให้กับประชาชนอีกหรือ
“อยากเรียกร้องไปยังผู้มีอำนาจฝ่ายบริหารจริงๆ ว่าหยุดซ้ำเติมกลุ่มที่เปราะบางที่สุด ประชาชนหลายคนส่งเสียงสะท้อนมา เชื่อว่า สส.พรรคภูมิใจไทย ก็ได้รับเสียงสะท้อนมาเช่นเดียวกัน ท่านไปบอกหัวหน้าท่านด้วย หากดันทุรังต่อพังแน่นอน” นายณัฐชา กล่าว
