เครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัย ยื่นหนังสือ ‘กมธ.การกฎหมายฯ’ ไม่ให้ส่ง 3 ผู้ลี้ภัย กลับจีน เสี่ยงถูกทรมาน ชี้ทั้ง 3 ได้รับบัตรสถานภาพผู้ลี้ภัยแล้ว ไทยควรปล่อยทั้ง 3 คน ให้เดินทางไปประเทศที่สาม
23 ก.ค. 69 – นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือกรณีขอให้ระงับความเป็นไปได้ในการผลักดันผู้ลี้ภัยจีน 3 คนกลับประเทศจีน จาก น.ส.พุทธณี กางกั้น ผู้อำนวยการองค์กร Fortify Rights และตัวแทนเครือข่ายสิทธิผู้ลี้ภัยและคนไร้รัฐ
น.ส.พุทธณี กล่าวว่า วันนี้ได้เข้ายื่นหนังสือต่อ กมธ. ประเด็นเรื่องความเป็นกังวลต่อกรณีที่รัฐบาลไทยอาจมีความเป็นไปได้ที่จะผลักดันผู้ลี้ภัยจีน 3 คน ที่ได้รับบัตรสถานภาพผู้ลี้ภัยจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ (บัตร UNHCR) เรียบร้อยแล้ว และกำลังมีโอกาสจะได้ไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สาม
ขอให้ทาง กมธ. ช่วยตรวจสอบให้มั่นใจว่าผู้ลี้ภัยทั้ง 3 คน จะไม่ถูกส่งกลับไปยังจีนหรือฮ่องกง ซึ่งอาจเผชิญกับการถูกประหารหรือการจับกุมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภายใต้กฎหมายไทย พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายของไทย บัญญัติไว้โดยชัดตามมาตรา 13 ว่า ห้ามมิให้ส่งบุคคลกลับไปยังประเทศที่บุคคลนั้น อาจตกอยู่ในความเสี่ยงที่จะถูกทรมาน ปฏิบัติอย่างโหดร้ายหรือถูกลงโทษอย่างไร้มนุษยธรรม
หลักการไม่ผลักดันกลับ เป็นหลักการพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฏหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งทุกประเทศมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย และไทยยังเป็นภาคีตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอีกหลายฉบับ ซึ่งกติการะหว่างประเทศเหล่านี้ปกป้องและคุ้มครองสถานะผู้ลี้ภัย ทางการไทยควรเร่งปล่อยตัวทั้ง 3 คน ออกจากสถานกักตัวคนเข้าเมือง และอนุญาตให้เดินทางไปตั้งถิ่นฐานในประเทศที่สามโดยเร่งด่วน
ขณะที่ นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง หากพูดถึงกฎหมายในไทย มี พ.ร.บ.ป้องกันการอุ้มหายและซ้อมทรมาน พ.ร.บ.ฉบับนี้ เริ่มต้นในสมัยสภาชุดที่ 25 โดยผู้มีบทบาทหลักคือ กมธ.การกฎหมายฯ
ดังนั้นหากเรื่องนี้มีข้อเท็จจริงที่มีมูลขึ้นมา อาจขัดกับกฎหมายภายในไทย การที่ทั้ง 3 คนได้รับบัตร UNHCR แล้ว หน่วยงานต่าง ๆ ในไทย ต้องระมัดระวัง ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายระหว่างประเทศหรือหลักมนุษยธรรม แต่ยังรวมไปถึงระบบกฎหมายในไทยเอง กมธ. จะมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และสอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อนำข้อเท็จจริงมาพิจารณากันต่อไป