ผู้แทน UN ลงพื้นที่สังเกตการณ์ แม่น้ำปนเปื้อน รับฟังข้อมูลจากชุมชนที่ได้รับผลกระทบ ชาวบ้านแม่สาย วอนรัฐเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใสเพื่อรับมือได้ทันท่วงที
วันที่ 3 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่ 28 กรกฎาคม-2 สิงหาคม 2569 เครือข่ายภาคประชาสังคม อาทิ เครือข่ายติดตามการลงทุนไทยและความรับผิดชอบข้ามพรมแดน (ETOs Watch Coalition) มูลนิธิศูนย์ข้อมูลชุมชน มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) กลุ่มเสรีภาพแม่น้ำโขง และ Rivers and Rights
ลงพื้นที่เก็บข้อมูลวิจัยและประชุมร่วมกับนักวิชาการ และชาวบ้านในชุมชนลุ่มน้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ตั้งแต่ชุมชนใน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ,ชุมชนบ้านแคววัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ,ผู้ประกอบการหาดเชียงราย อ.เมืองเชียงราย ,เกษตรกรผู้ใช้น้ำจากฝายเชียงราย ,ชาวบ้านที่ใช้น้ำระบบชลประทาน อ.แม่สาย, ชุมชนบ้านสบกก อ.เชียงแสน และชุมชนบ้านปากอิงใต้ อ.เชียงของ จ.เชียงราย
โดยมีผู้แทนคณะทำงานของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UN Working Group on Business and Human Rights) และผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ร่วมสังเกตการณ์
ที่ อ.แม่สาย นายทองคำ อินพรหม ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำคลองชลประทาน อ.แม่สาย กล่าวว่า แม่สายเป็นพื้นที่ผลิตอาหารสำคัญ มีพื้นที่เกษตรกว่า 60,000 ไร่ มีชาวบ้าน 4 ตำบล 47 หมู่บ้านที่ใช้น้ำจากแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกโดยตรง แม่น้ำสายยังเป็นแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปา ซึ่งมีการตรวจพบการปนเปื้อนของสารโลหะหนักที่เป็นพิษในปริมาณสูงเกินค่ามาตรฐานมาโดยตลอดทั้ง 18 ครั้ง
“แม้วันนี้ผลผลิตข้าวเปลือก ตรวจแล้วค่ายังไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่ชาวบ้านยังเป็นห่วงผลกระทบในระยะยาว โดยเฉพาะการสะสมของสารพิษในดิน ในแหล่งน้ำบาดาล และห่วงโซ่อาหาร ซึ่งอาจกระทบทั้งเกษตรกร โรงสี ผู้ประกอบการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
เราจึงอยากให้ภาครัฐแก้ปัญหาให้แก่เกษตรกร เร่งจัดหาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรพร้อมระบบโซลาร์เซลล์สำหรับสูบน้ำ และจำเป็นต้องเปิดเผยข้อมูลการตรวจคุณภาพน้ำอย่างโปร่งใส ตรงไปตรงมา เพื่อให้ประชาชนสามารถมีข้อมูลที่เพียงพอ สามารถตัดสินใจและรับมือกับสถานการณ์ได้ ที่ผมห่วงมากที่สุดคือห่วงลูกหลาน คนรุ่นต่อไปจะอยู่อย่างไร ถ้าต้นน้ำยังมีเหมืองและน้ำของเราต้องปนเปื้อนสารพิษแบบนี้” ประธานผู้ใช้น้ำ กล่าว
ขณะที่กลุ่มชาวประมงพื้นบ้าน บ้านสบกก อ.เชียงแสน ให้ข้อมูลว่าชาวบ้านมีความกังวลต่อปัญหาสารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำโขง ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้จากอาชีพการหาปลาที่ผู้บริโภคต่างหลีกเลี่ยงปลาแม่น้ำโขง ทำให้ราคาปลาลดลงกว่าครึ่ง ทั้งนี้ก่อนหน้านี้หลายปีแม่น้ำโขงมีเขื่อนตอนบนในจีน ทำให้น้ำโขงขึ้นลงผิดธรรมชาติผิดฤดูกาล
ต่อมามีปัญหามีตะกอนพิษจากเหมืองแร่ในประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้นอีก ซึ่งความกังวลที่สุดของชาวบ้านก็คือน้ำประปาหมู่บ้านของสบกก ที่อยากให้ภาครัฐลงมาช่วยแก้ไขทันที เพราะบ้านสบกกใช้น้ำโดยตรงจากแม่น้ำโขง อยากขอให้เร่งสนับสนุนระบบกรองน้ำประปาที่ได้มาตรฐาน เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยในการใช้น้ำของคนในชุมชนเพื่อดำเนินชีวิตต่อไปได้
ทั้งนี้คณะได้ล่องเรือแม่น้ำโขง บริเวณพรมแดนไทย-ลาว จาก อ.เชียงของ มายังปากแม่น้ำอิง โดย นายมานพ มณีรัตน์ ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ ให้ข้อมูลว่า แม่น้ำโขงเปลี่ยนไปมาก ระดับน้ำขึ้นๆ ลงๆ ชาวบ้านเคยจับปลาหาเลี้ยงชีวิตและครอบครัวได้ ปลาแม่น้ำโขงเคยมีหลายร้อยชนิด แต่ก็หายไปเหลือไม่กี่สิบชนิด เมื่อก่อนมีเรือหาปลาเข้าคิวเป็นร้อยๆ ลำ ตอนนี้เหลือแค่สิบลำ
ชาวบ้านต้องออกไปทำงานข้างนอก ปัญหาคุณภาพน้ำเป็นเรื่องสำคัญมาก สารพิษปนเปื้อนในแม่น้ำส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ขณะนี้ชาวบ้านต้องการให้แก้ไขระบบกรองน้ำของประปาหมู่บ้าน ซึ่งปัจจุบันทำได้เพียงกรองน้ำให้ใส แต่ไม่สามารถกรองสารพิษสารโลหะหนัก
นายมานพ กล่าวว่า ชาวบ้านกังวลแต่เราไม่มีแหล่งน้ำอื่น ไม่มีงบประมาณ มีหน่วยงานรัฐมาตรวจตามตาราง เช่น อบจ.ตรวจปีละครั้ง เอาตัวอย่างน้ำไปตรวจ น้ำประปาหมู่บ้านเราใช้กิน ใช้ดื่ม แต่ละครอบครัวต้นทุนไม่เหมือนกัน บางคนไม่มีต้นทุนก็ไม่สามารถซื้อน้ำขวดได้ ข้อมูลว่าสารพิษยังไม่เยอะ แต่ชาวบ้านกังวลว่าหากสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ ทั้งน้ำอุปโภคบริโภคมีการปนเปื้อนแบบนี้เรามีความกังวล
“ผมเชื่อว่าชาวบ้านมีสิทธิที่จะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จะต้องปรับตัวอย่างไร เมื่อวิกฤตเกิดขึ้น รัฐควรจะทำให้เขาทราบข้อมูลเพื่อป้องกันตนเอง พวกเราชาวปากอิงใต้อยู่กับแม่น้ำโขงโดยตรง หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็พยายามสัมผัสให้น้อยลง เรารู้ว่าปลาปนเปื้อน แต่เราก็จำเป็นต้องบริโภค แต่จะปล่อยให้ชุมชนเผชิญแบบนี้เองหรืออย่างไร”ผู้ใหญ่บ้านปากอิงใต้ กล่าว
นายมานพ กล่าวว่า ที่กังวลเพิ่มมาอีกคือ โครงการเขื่อนปากแบง ที่จะสร้างกั้นแม่น้ำโขงในลาว เมื่อเขื่อนสร้างเสร็จ มีระดับน้ำเท้อ เราจะอยู่ตรงนี้ที่บ้านปากอิงใต้ได้อีกหรือไม่ น้ำจะท่วมหรือไม่ เมื่อเหตุการณ์น้ำท่วมปี 2567 น้ำท่วมสูงมาก แต่ถ้าเขื่อนปากแบงเสร็จจะท่วมมากกว่านั้นหรือไม่ โอกาสที่หมู่บ้านของเราจะกลายเป็นเกาะลอยทันที
เพราะน้ำท่วมทะลุไปทางผาย่าม่อน บ้านปากอิงใต้ถูกตัดขาด ขณะนี้ไม่ใช่แค่วิกฤติสารพิษโลหะหนักในแม่น้ำ แต่เขื่อนปากแบงจะมาซ้ำเติม เป็นปัญหาที่อยู่อาศัยและรายได้ของชุมชนด้วย จะให้เราไปอยู่ตรงไหน อยู่อย่างไร
ทั้งนี้ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569 เวลา 19.00 น. สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (FCCT) จะจัดเสวนาหัวข้อแม่น้ำปนเปื้อนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ณ อาคารมณียา ชิดลม มีวิทยากรได้แก่กรรมการของคณะทำงาน UN ว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชน นายนรเศรษฐ ปรัชญากร สมาชิกวุฒิสภา และ ส.รัตนมณี พลกล้า ทนายความผู้เชี่ยวชาญด้านคดีสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดน