รมช.ศธ. อัครนันท์ เปิดประชุม AQRF ครั้งที่ 17 ขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิอาเซียน หวังเด็กไทยจบมามีงานทำทั้งในและต่างประเทศ

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพมหานคร สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ร่วมภาคีเครือข่าย เป็นเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง (the 17th ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF) Committee Meeting and Related Meeting) ระหว่างวันที่ 3-5 สิงหาคม นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย รศ.ดร.ประวิต เอราวรรณ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ,ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสกศ.​ ,ดร.สุภชัย จันปุ่ม รองเลขาธิการ สกศ. , นายมณฑล ภาคสุวรรณ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ผู้บริหารระดับสูงของ สกศ. และบุคลากรทางการศึกษาเข้าร่วมจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การประชุมคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน ครั้งที่ 17 มีการหารือร่วมกัน ดังนี้ 1. การดำเนินงานการขับเคลื่อนฯ ด้านการพัฒนาหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนหลักสูตร การส่งเสริมหลักสูตรฐานสมรรถนะ หลักสูตรระยะสั้น (Micro-credentials) และการรับรองสมรรถนะของผู้มีความสามารถพิเศษ 2.การพัฒนาระบบธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ ด้านการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงาน เพื่อสนับสนุนเส้นทางการเรียนรู้ที่ยืดหยุ่นและการเรียนรู้ตลอดชีวิตของคนไทย 3.การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนกับภูมิภาค รวมถึงการหารือแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนเกณฑ์ที่ 11 เพื่อระบุระดับ กรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (National Qualifications Framework) หรือ NQF และ AQRF ลงในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติของประเทศสมาชิก

สำหรับการพัฒนาแนวปฏิบัติในการขับเคลื่อนการดำเนินงานกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนตามเกณฑ์ที่ 11 นั้น เป้าหมายหลักในการกำหนดแนวทางให้หน่วยงานระบุระดับ AQRF ในเอกสารรับรองคุณวุฒิระดับชาติให้สอดคล้อง เพื่อช่วยให้การเทียบเคียงคุณวุฒิ เกิดความเชื่อมั่น น่าเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของคุณวุฒิระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน อีกทั้งให้รองรับความหลากหลายของระบบคุณวุฒิของแต่ละประเทศสมาชิก ซึ่งจะนำไปสู่การเคลื่อนย้ายแรงงานในภูมิภาคอาเซียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

นายอัครนันท์ กล่าวว่า การประชุม AQRF ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยการมีกรอบการประชุมที่สำคัญคือ การเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียนกับภูมิภาค ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดในประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อต่อไปเด็กในอาเซียน เมื่อเรียนจบแล้ว สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงานในกลุ่มประเทศสมาชิกได้ ทำให้ตลาดแรงงานได้คนที่ตอบโจทย์ และทำให้เด็กไทยสามารถเคลื่อนไปทำงานต่างประเทศได้ ประกอบที่ผ่านมารัฐบาลมีการบูรณาการ การทำงานระหว่าง 3 กระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กระทรวงแรงงาน และ กระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้ผู้เรียน เรียนจบมาแล้วมีอนาคต มีงานทำ ทำให้มีจุดมุ่งหมายชัดเจน ที่ขับเคลื่อนให้ตลาดแรงงานของไทย ได้แรงงานที่มีคุณภาพและเด็กไทยจะได้โอกาสในการทำงานมากขึ้น เพราะไม่ใช่แค่ประเทศไทย แต่สามารถไปทำงานได้ในระดับอาเซียนอีกด้วย

“วันนี้เห็นว่าทุกหน่วยงานได้ทำงานร่วมกัน ดังนั้นถ้าในอนาคตประเทศอาเซียน มีมาตรฐานที่เหมือนกัน เราก็จะสามารถส่งแรงงานที่มีคุณภาพไปยังประเทศอื่น และเราจะได้แรงงานที่มีคุณภาพมาด้วย ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะพัฒนาเด็กไทยให้ไปสู่ระดับอาเซียน และระดับโลก วันนี้เรามีเป้าหมายชัดเจน ประกอบกับมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และตัวแทนจากกลุ่มประเทศอาเซียน ทำให้เห็นว่าวันนี้การเรียนรู้ของเด็กไทยจะมีจุดมุ่งหมาย

จากเดิมที่เรียนไปแล้วไม่รู้ว่าจะมีงานทำหรือไม่ แต่วันนี้เขาจะรู้ว่าเมื่อเรียนจบ เขาจะมีงานทำ เป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ เชื่อว่าการประชุมวันนี้ไม่ได้มาประชุมแล้วจบไป แต่มาเพื่อสร้างโอกาส ความหวัง และสร้างมาตรฐานให้กับกลุ่มประเทศอาเซียน และเชื่อว่าในอนาคตเด็กไทยจบมามีงานทำ และยังมีโอกาสเลือกงานทำทั้งในประเทศและต่างประเทศ”นายอัครนันท์ กล่าว

ดร.นิติ นาชิต รองเลขาธิการสกศ.​ กล่าวว่า การประชุม AQRF ในครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 17 ซึ่งมีการประชุมกันอย่างต่อเนื่อง โดยเกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันของ 10 ประเทศอาเซียน สำหรับประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็น 1 ใน 4 ประเทศนำร่องในการดำเนินการเทียบเคียงกรอบคุณวุฒิแห่งชาติกับกรอบคุณวุฒิอ้างอิงอาเซียน หรือ ASEAN Qualifications Reference Framework (AQRF)

ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่น ความโปร่งใส และการเทียบเคียงคุณวุฒิระหว่างประเทศสมาชิก นำไปสู่การเคลื่อนย้ายผู้เรียน ผู้สำเร็จการศึกษา และแรงงานที่มีคุณภาพในภูมิภาคอาเซียน ก่อนหน้านี้ไทยมีกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ หรือ NQF คือระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ที่มีการเชื่อมโยงระหว่างโลกของการทำงาน โลกของอาชีพ และโลกของการศึกษา เพื่อที่จะทำให้กำลังคนมีสมรรถนะที่เป็นมาตรฐาน ได้รับการยอมรับ แต่เมื่อเรามีมาตรฐานที่ได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศอาเซียน เราสามารถนำมาเชื่อมโยงกับหลักสูตรเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพอีกด้วย

ดร.นิติ กล่าวว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.​ได้เน้นย้ำว่า ต่อไปเด็กไทยไม่ได้มีสมรรถนะแค่ในประเทศเท่านั้น แต่เด็กจะสามารถเชื่อมโยงทักษะการทำงานในประเทศสมาชิกอาเซียนได้ ดังนั้นการขับเคลื่อนครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์อย่างมาก โดยเฉพาะการศึกษา ซึ่งถือเป็นต้นน้ำ ที่ทำการพัฒนาทุนมนุษย์ให้มีคุณภาพ ส่วนประเทศไทยจะขับเคลื่อนอย่างไรต่อไปนั้น คณะกรรมการ AQRF จะต้องมีการตกลงหารือ เพื่อที่จะทำให้ทุกประเทศยอมรับคุณวุฒิของประเทศนั้นๆ

ขณะนี้ประเทศอาเซียน อยู่ระหว่างดำเนินการดังนี้ 1.การรับรองคุณวุฒิ 2.การเชื่อมโยงคุณวุฒิ เข้ากับระบบดิจิทัล เพื่อดูว่าคนที่จะไปทำงานประเทศสมาชิกอาเซียน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ได้สำเร็จการศึกษาและมีสมรรถนะตามระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ มีระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ตาม และ AQRF หรือไม่ ซึ่งจะเป็นเครื่องยืนยันที่จะทำให้คนที่ได้รับการรับรอง สามารถเดินทางไปได้ทำงานประเทศสมาชิกอาเซียนได้

“เป้าหมายของเรา คือ สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานระหว่างประเทศได้ อย่างไรก็ตามการขับเคลื่อนให้ได้นั้น ต้องมี 3 เสาหลัก คือ การศึกษา แรงงาน และการค้า เข้ามาผลักดันร่วมกัน ขั้นต่อไปเมื่อเสาการศึกษาได้กรอบที่ชัดเจนแล้ว จะผลักดัน ต่อยอดให้ได้รับการยอมรับ เพื่อไปสู่เป้าหมายเดียวกัน คือ ทำให้ประเทศสมาชิกอาเซียนมีทุนมนุษย์ที่เข้มแข็งและสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างกลมกลืน” ดร.นิติ กล่าว

ดร.ศิริพรรณ ชุมนุม ผู้ทรงคุณวุฒิและคณะกรรมการขับเคลื่อนกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ (NQF) กล่าวว่า คณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ มีผลงานชัดเจน คือการเชื่อมโยงระบบคุณวุฒิการศึกษากับมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานการปฏิบัติงาน โดยในประเทศไทย และยังเชื่อมโยงกับมาตรฐานในระดับสากล ซึ่งคณะกรรมการกรอบคุณวุฒิแห่งชาติ ให้ความสำคัญในการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านการศึกษาและหน่วยงานที่พัฒนากำลังคน ขณะเดียวกันก็เชื่อมโยงกับระดับสากล เพื่อยกระดับคุณภาพมาตรฐานอาชีพ มาตรฐานคุณวุฒิการศึกษาของคนไทย

Mr. Panya Chanthavong (ปัญญา จันทวงศ์) อธิบดีกรมประกันคุณภาพการศึกษา (Department of Education Quality Assurance – DEQA) กระทรวงศึกษาธิการและกีฬา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ในฐานะประธานคณะกรรมการ AQRF กล่าวว่า ในการทำงานเบื้องต้น เราสามารถอ้างอิงกรอบคุณวุฒิไปแล้ว 4-5 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ไทย และล่าสุดคือเวียดนาม ซึ่งได้ทำการอ้างอิงเทียบเคียงกับกรอบคุณวุฒินี้เรียบร้อยแล้ว

ขณะนี้เรากำลังพยายามขับเคลื่อนบทบาทหน้าที่อื่นๆ ของ AQRF เพิ่มเติม คือ เกณฑ์ข้อที่ 11 คือการให้มีระดับคุณวุฒิ ของกรอบคุณวุฒิอาเซียน แสดงอยู่บนใบปริญญาบัตรหรือประกาศนียบัตรของนักเรียนและนักศึกษาเมื่อสำเร็จการศึกษา ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจที่ตรงกันในการพัฒนาให้มีมาตรฐานสอดคล้องกัน และเชื่อมโยงตลาดแรงงานร่วมประเทศสมาชิกได้

สิ่งนี้จะช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนด้านคุณภาพคนในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประเทศที่ได้อ้างอิงกรอบคุณวุฒินี้ไปแล้ว และยังถือเป็นแบบอย่างที่ดี สำหรับประเทศอื่นๆ ที่ยังไม่ได้อ้างอิง ให้เกิดแรงขับเคลื่อนในการพัฒนาและนำเกณฑ์ข้อที่ 11 ไปปรับใช้ต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน