สลักจิต ดวงจันทร์ รับบั่นทอน เจอแซะแรง เกาะกินวิญญาณพี่สาว ฟาดคอมเมนต์เปรียบเทียบคนร้องเพลงพุ่มพวงเพราะกว่าต้นฉบับ ลั่นอย่าเหยียบหัวครู
หลังเสร็จสิ้นงานรำลึกครบรอบการจากไปของราชินีลูกทุ่ง พุ่มพวง ดวงจันทร์ ที่จัดต่อเนื่อง 9 วัน 9 คืน ในช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ล่าสุด สลักจิต ดวงจันทร์ เปิดใจถึงความสำเร็จของงานในปีนี้ พร้อมยอมรับยังเจอคอมเมนต์โจมตีครอบครัวว่า “เกาะกินวิญญาณ” พี่สาวอยู่เสมอ จนรู้สึกบั่นทอนใจ
พร้อมเผยถึงประเด็นที่มีคนแซะเปรียบเทียบ มีคนนำเพลงพุ่มพวงไปร้องว่าเพราะกว่าต้นฉบับ เป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่อยากให้คิดเทียบนักร้องชั้นครู
นอกจากนี้ได้อัพเดตอาการ ไก่ จันทร์จวง ดวงจันทร์ หลังต่อสู้โรคมะเร็งว่าตอนนี้แข็งแรงขึ้นมาก 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งน้องสาวได้ใช้ประสบการณ์ของตัวเองส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยคนอื่นด้วย

เพิ่งจัดงานครบรอบพี่ผึ้งพุ่มพวงจบไปเป็นยังไงบ้าง?
“ก็เหน็ดเหนื่อยดีค่ะ งาน 9 วัน 9 คืนของพี่ผึ้ง มันเป็นงานใหญ่ในทุกๆ ปีอยู่แล้ว เป็นมหกรรมซึ่งเรียกว่าเป็นงานประจำปีเลยดีกว่าค่ะ”
ปีนี้มีเรื่องราวอุปสรรคเกิดขึ้นไหม?
“ปีนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น มันมีแต่เด็กเพิ่มขึ้น เด็กที่ไปร้องเพลงไปร่วมงาน ต้องบอกว่าในแต่ละปีเด็กรุ่นใหม่ที่อยากร้องเพลงลูกทุ่งเยอะมาก ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย งานของพี่ผึ้งเปรียบเสมือนเวทีของครู เด็กๆ ก็มีโอกาสได้ไปขึ้นเวทีครูบาอาจารย์ เรายังบอกเด็กทุกคนเสมอว่า อย่าไปคิดมากนะลูกว่า หน้าเวทีจะมีคนดูหรือไม่มีคนดู เวลาฝนตกเด็กบอกว่าผมมาร้องเพลงพอฝนตกแล้วไม่มีคนดู เราก็บอกเขาถือว่าเรามาร้องเพลงให้ครูฟัง ต้องบอกว่าตรงนี้มันเป็นเวทีพื้นที่ของเด็กรุ่นใหม่ที่อยากเป็นศิลปินอยากเป็นนักร้อง”
พี่ผึ้งมาหาวันไหนบ้างไหม?
“ถ้าถามว่ามาหาไหม มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เราจะบอกว่าการเป็นครอบครัวความสัมผัสมันมีอยู่แล้ว เราก็จะโดนด่าว่า ป่านนี้ยังไม่ปล่อยเขาไปผุดไปเกิดอีกเหรอ เราโดนกระแสพวกนี้เยอะมาก บางทีลงรูปก็ไม่ได้ ลงคลิปอะไรของพี่ผึ้งเกี่ยวกับพี่ผึ้ง เวลาบรรดาครอบครัวลงก็จะโดนว่าทำไม แม้กระทั่งวิญญาณยังไม่ปลดปล่อยอีกเหรอ ทำไมพี่น้องครอบครัวจะหากินอยู่อย่างนี้ตลอดไป
ก็ถามว่าแล้วคนอื่นลงรูปพี่เราทำไมไม่ผิด ทำไมครอบครัวลงหรือว่าอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องพี่ผึ้ง ทำไมพวกเราจะต้องโดนว่าเกาะกินตลอด คือคำพวกนี้บางทีมันก็บั่นทอน มันเป็นการแซะ คุณไม่มีวิจารณญาณในการพูดเลยเหรอ”
เราเคยตอบกลับคอมเมนต์ไปไหม?
“ก็เคยตอบเหมือนกัน ส่วนมากจะเป็นน้องไก่ จันทร์จวง จะเป็นคนตอบ พี่โอ่งจะไม่ค่อย เพราะว่ารำคาญ ก็มีความรู้สึกว่า ถ้าพี่น้องไม่ลงแล้วใครจะลง บางทีรูปลึกๆ ก็ต้องเป็นคนในครอบครัวที่จะมีรูปมีข้อมูลต่างๆ ที่มันชัดเจนมากกว่า”
เจอคำไหนที่ทำให้รู้สึกบั่นทอนจิตใจ ?
“คือคำว่าทำไมจะต้องเกาะกินวิญญาณขนาดนี้ ป่านนี้เขาน่าจะไปผุดไปเกิดแล้ว ทำไมพี่น้องยังไม่มีการปลดปล่อย มันเป็นคำแรงสำหรับพี่นะ”
มีบางคนโพสต์ในลักษณะว่าพี่ผึ้งกลับชาติมาเกิดแล้ว ที่เป็นคนอื่นไม่ใช่ครอบครัว?
“การกลับชาติมาเกิดเนี่ย ทุกอย่างมันอยู่ที่ตัวพี่ผึ้งเอง คือการกลับมาเกิดหรือไม่กลับมาเกิด เราจะถามใครได้อ่ะ ญาติพี่น้องก็ไม่สามารถที่จะรู้ได้ ไม่มีใครสามารถรู้ดินรู้ฟ้าได้ มันอยู่ที่บุญวาสนาของพี่ผึ้งเอง จริงๆ จะต้องกลับมาเกิดในครอบครัวหรอ มันก็ไม่เสมอไป บุญกุศลที่พี่ผึ้งมีอยู่แล้ว เขาอาจจะไปเกิดเป็นลูกใครสักคนที่มีบุญบารมี เพราะว่าพี่ผึ้งเขาก็บุญสูงอยู่แล้ว”
อย่างศิลปินน้องคนนึง ที่เห็นตามข่าว?
“ไม่ขอพูดถึงดีกว่า เพราะว่าอันนั้นเป็นเรื่องของแล้วแต่คนที่จะพูดกันไป อันนั้นก็คือสิ่งที่ใครจะมโนก็อีกเรื่องนึง โอ่งไม่ขอพูดถึง”
ในการนำเพลงของพี่ผึ้งไปร้อง ลิขสิทธิ์เป็นอย่างไร?
“จริงๆ ใครจะนำเพลงของพี่ผึ้งไปร้อง มันเป็นสิทธิ์ของเขา เพราะว่าทุกวันนี้เพลงอยู่กับค่าย ครูลพเองก็เอาเพลงไปขายให้กับบริษัทแกรมมี่แล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิต แล้วครูเพลงบางท่านก็เอาเพลงแต่ละเพลงซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นครูลพ เป็นคนอื่นๆ เหมือนกันเขาก็เอาเพลงไปขายให้กับค่ายต่างๆ ซึ่งเขาก็มีโอกาสที่จะทำ เอาเพลงของพี่ผึ้งออกมา แล้วก็นักร้องท่านอื่นๆ ก็มีโอกาสไปซื้อลิขสิทธิ์ตรงนั้นเอามาร้อง เป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะเป็นนักร้องท่านใดก็ตามที่นำเพลงของพี่ผึ้งมา พี่ผึ้งเป็นต้นฉบับ ซึ่งนำเพลงของพี่ผึ้งมาร้อง ทุกคนก็บอกนี่เพลงพุ่มพวง เขาจะไปซื้อลิขสิทธิ์แล้ว”

มีบางคนคอมเมนต์เปรียบเทียบว่า นักร้องที่เอาเพลงแม่ผึ้งไปร้อง บอกร้องเพราะกว่าต้นฉบับ?
“อันนั้นก็เกินไป คุณอย่าไปเทียบอย่าไปตีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นพี่ผึ้งหรือเป็นครูคนไหนก็ตาม ซึ่งเขาเป็นต้นฉบับเปรียบเสมือนนั่นคือรุ่นใหญ่ การที่คุณจะไปร้องเพลงของนักร้องท่านนึง สมมติเพลงเดียวกันแล้วคุณเอาเพลงที่เคยดังมาแล้วเอามาร้องเนี่ย ก็เปรียบเสมือนคนนั้นคือครู การที่คุณจะไปตีเสมอคู่กับครู มันจะเป็นการโดนเปรียบเทียบนะ เสียงนักร้องแต่ละคนมันก็ไม่เหมือนกันอยู่แล้ว สมมติว่าเป็นเวอร์ชั่นของผู้หญิงแล้วผู้ชายเอามาร้อง ก็คือคนละเวอร์ชัน มันแตกต่างกันไป แต่จะมาบอกว่าร้องดีกว่าต้นฉบับ คิดได้ยังไง มันไม่ควรเหยียบหัวครู ไอ้คนที่พูดอ่ะปัญญาอ่อน มันไม่ควรจะพูดคำนี้ออกมา”
พี่โอ่งก็เห็นหลายคอมเมนต์เหมือนกัน?
“เห็นเหมือนกัน ก็รู้สึกว่าบางทีอย่าอะไรที่มันเยอะแยะเกินไป อย่าไปเหยียบหัวครู แล้วอย่าไปเปรียบเทียบกับครู เพราะว่าครูบาอาจารย์เป็นสิ่งที่สูงส่ง แล้วยิ่งเราอยู่ในวงการศิลปินด้วยกัน อาชีพนักร้อง เราต้องให้ความนอบน้อมต่อครูบาอาจารย์ เราอย่าไปก้าวข้ามความเป็นครูดีกว่า”
อัพเดตสุขภาพ พี่ไก่ จันทร์จวง?
“พี่ไก่แข็งแรง คนนั้นไม่ต้องห่วงเพราะว่าขานั้นเขาสายแรงอยู่แล้ว เขาบอกว่าเวลาที่เขาเล่นติ๊ก ต็อก ใครที่เข้ามาด่าเข้ามาแซะ เขาจะหยุดปึ้ง แล้วเลือดจะสูบฉีดขึ้นมาทันที ความแข็งแรงก็จะมาให้ด่าแบบกรุบกริบ”
แฟนๆ ก็เป็นห่วง? “จันทร์จวงแข็งแรงมาก เขาบอกว่ามะเร็งเอาเขาไม่อยู่ คีโมเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้ก็เหลือแต่มุ่งเป้า ความแข็งแรงของจันทร์จวงถ้า 100% ตอนนี้เขาอยู่ประมาณ 80% แล้ว”
“กำลังใจไม่ต้องไปหาเลย เพราะว่าพี่น้องไม่ต้องให้เพราะเขาล้น (หัวเราะ) เขามีจนล้นแล้ว เขาก็จะมีกลุ่มแฟนคลับของเขา ไลฟ์ TikTok ช่วงบ่ายสองและประมาณสองทุ่ม จะมีคนที่เข้ามาติดตามพูดคุยกับเขาในช่องทาง TikTok คนไหนที่เป็นมะเร็งโรคร้ายมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน บางคนก็อ่อนไหว จวงก็ให้กำลังใจ พี่อย่าเพิ่งท้อแท้นะ หนูเป็น หนูยังไม่แพ้ ก็เป็นการให้คำแนะนำและให้กำลังใจ พี่อย่าเพิ่งหายไปนะ มารายงานตัวกันก่อนมาทักทายกันทุกวันก็ได้ จนบางคนเสียชีวิตไปเลยก็มี บางทีเขาท้อแท้ จวงก็บอกถ้าพี่ท้อแท้ คนที่อยู่ข้างๆ พี่ก็จะท้อแท้ไปด้วย จันทร์จวงเขาก็บอกว่าอยากจะไปอยู่ในกลุ่มของคนที่ให้กำลังใจ อยากไปเจอเพื่อนในการพูดคุยให้กำลังใจ ถ้ามีโอกาสก็ทำซะ”
“ส่วนตัวพี่โอ่งเองสุขภาพก็แข็งแรงดีค่ะ มีแต่งานพี่ผึ้งที่ผ่านมาคนอื่นเขาติดโควิดกัน แต่เราไม่ได้ติดนะ เราเป็นลองโควิด เอฟเฟ็กต์ คืองานของพี่ผึ้งทุกปีต้องเข้าโรงพยาบาล เพราะมันเหนื่อยต้องวิ่งไปกลับๆ ทุกวัน เราต้องถึงงานประมาณ 5 โมงเย็น แล้วต้องกลับบ้านประมาณตีหนึ่งตีสอง กลับมานอนแล้วก็ไปอีก คือต้องทำงานตรงนี้
อีกอย่างเราให้ความสำคัญกับศิลปินที่มา แล้วก็น้องๆ ที่ไปร่วมงานด้วย ไปขอบคุณเขา เราไม่ได้เป็นคนจัดนะ วัดเป็นคนจัด แต่ว่ามันเหมือนเป็นงานพี่ของเรา เราไปขอบคุณมากกว่า ปีหน้าเจอกันใหม่ ทุกวันนี้ก็ยังวิ่งรับใช้งานเขาไปทั่ว ไปตอบแทนที่เขามาช่วยงานเรา เราก็ไปช่วยงาน”.