ทะลุ 7,000 ราย ร้อง ‘หมอพร้อม’ ประวัติรักษามั่ว ‘พัฒนา’ ลั่นพร้อมฟันคนกระทำผิด ยันจะทำทุกทางไม่ให้ประชาชนสูญเสียสิทธิ

วันที่ 4 ส.ค. 2569 ที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงสาธารณสุข ครั้งที่ 8/2569 ว่า ที่ประชุมติดตามความก้าวหน้าหลายนโยบายสำคัญ ทั้งการเตรียมจัดงานด้านเวลเนส (Wellness) การดำเนินโครงการอาสาพยาบาลชุมชน การเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย น้ำหลาก และดินโคลนถล่มในพื้นที่ 12 เขตสุขภาพ

โดยกำชับให้ทุกพื้นที่ซักซ้อมแผนและเตรียมระบบสื่อสารให้พร้อมใช้งานหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นายพัฒนา กล่าวว่า สำหรับโครงการอาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.) ขณะนี้ปิดรับสมัครแล้วและอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลผู้สมัคร โดยพบว่าผู้สมัครที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีมีสัดส่วนค่อนข้างสูง

นายพัฒนา กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ยังต้องวิเคราะห์รายละเอียดเชิงลึก ทั้งความต้องการกำลังคนในแต่ละพื้นที่และศักยภาพในการฝึกอบรม เพื่อให้การคัดเลือกมุ่งเน้นคุณภาพเป็นสำคัญ โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มเปราะบาง แม่และเด็ก รวมถึงผู้มีปัญหาสุขภาพจิตในชุมชน

เมื่อถามถึงกรณีประชาชนได้รับผลกระทบจากข้อมูลในแอพพลิเคชัน “หมอพร้อม” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง และมีข้อเสนอให้กระทรวงสาธารณสุขออกหนังสือรับรองเพื่อป้องกันผลกระทบต่อการทำประกันสุขภาพหรือการเคลมประกันเอกชน

นายพัฒนา กล่าวว่า หลังตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว หากพบว่าข้อมูลใดคลาดเคลื่อน จะดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ประชาชนสูญเสียสิทธิ โดยยืนยันว่าระบบสามารถตรวจสอบข้อเท็จจริงได้ว่า ผู้ใช้บริการเข้ารับการรักษาจริงหรือไม่ ก่อนนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ยืนยันสิทธิต่อไป

ด้าน นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร รองปลัด สธ. กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงได้รับคำร้องทั้งจากระบบออนไลน์และเอกสารแล้วจำนวนมาก โดยจากคำร้องประมาณ 13,000 รายการ เมื่อตรวจสอบพบว่าเป็นผู้ร้องจริงประมาณเกือบ 7,000 คน เนื่องจากบางรายแจ้งปัญหาซ้ำหลายครั้ง

นพโสภณ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ได้แยกข้อมูลส่งให้พื้นที่ตรวจสอบเป็นรายจังหวัดและรายหน่วยบริการ พร้อมวิเคราะห์ภาพรวมระดับประเทศ โดยจะมีการรายงานความคืบหน้าเพิ่มเติมในการประชุมวันศุกร์นี้

ขณะที่ นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัด สธ. กล่าวว่า จากข้อมูลเบื้องต้น ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากความเข้าใจคลาดเคลื่อนของบุคลากรผู้บันทึกข้อมูล ประกอบกับภาระตัวชี้วัด (KPI) ที่มีจำนวนมาก

นพ.สมฤกษ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่อาจมีการจงใจบันทึกข้อมูลเพื่อแสวงหาประโยชน์ หรือการตั้งใจทุจริตนำเงินเข้าโรงพยาบาลหรือเข้ากระเป๋าตัวเองนั้น ขณะนี้พบว่ายังมีสัดส่วนน้อย และอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) หากพบการกระทำผิดจะดำเนินการตามกฎหมายทันที

นายพัฒนา กล่าวย้ำว่า กระทรวงยังยืนยันนโยบายคืนข้อมูลสุขภาพให้ประชาชนผ่านระบบหมอพร้อม โดยระบบดังกล่าวเป็นเพียงช่องทางแสดงผลข้อมูลจากหน่วยบริการ ไม่ใช่ต้นเหตุของความผิดพลาด ทั้งนี้ การแก้ไขข้อมูลจะดำเนินการทั้งส่วนหน้าบ้านที่ประชาชนเห็น และเก็บข้อมูลเดิมไว้ในระบบหลังบ้านเพื่อใช้ตรวจสอบ หากพบผู้กระทำผิดก็พร้อมดำเนินการตามข้อเท็จจริง

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีมีการเผยแพร่เอกสารหรือโพสต์ในสื่อสังคมออนไลน์ที่ระบุข้อความ “คัมภีร์หาเงินเข้า รพ.สต.” ซึ่งผู้เสียหายตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับการบันทึกข้อมูลบริการ

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ยินดีรับข้อมูลดังกล่าวเพื่อตรวจสอบ พร้อมมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปพิจารณาเพิ่มเติม ซึ่งกระทรวงกำลังจำแนกสาเหตุของปัญหาแต่ละกรณีอย่างเป็นระบบ เพื่อแยกว่าเกิดจากความผิดพลาด ความเข้าใจคลาดเคลื่อน หรือการกระทำทุจริต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในประเด็นการใช้งบประมาณจัดซื้อจัดจ้างแอพพลิเคชัน “หมอพร้อม” และไลน์บัญชีทางการ “หมอพร้อม” ซึ่งมีการตั้งงบประมาณทุกปี โดยเฉพาะค่าลิขสิทธิ์ระบบไลน์ปีละประมาณ 16-18 ล้านบาทนั้น

แหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงสาธารณสุขชี้แจงว่า งบดังกล่าวเป็นค่าจัดซื้อแพ็กเกจสำหรับส่งข้อความผ่านบัญชีทางการไลน์ไปยังประชาชน โดยประเทศไทยไม่มีผู้แทนโดยตรงของบริษัทไลน์ จึงต้องเปิดประกวดราคาให้เอกชนแข่งขันดำเนินการ

ทั้งนี้ กระทรวงสามารถจัดซื้อได้ในราคาประมาณ 16 ล้านบาทต่อปี โดยไม่จำกัดจำนวนข้อความที่ส่งถึงผู้ใช้งานหมอพร้อม ซึ่งถือว่ามีความคุ้มค่าอย่างมาก เพราะหากคิดค่าบริการตามอัตราปกติของไลน์ ที่ประมาณ 40 สตางค์ต่อข้อความ เมื่อคูณกับจำนวนผู้ใช้งานหลายล้านราย จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่านี้มาก

ดังนั้น จึงใช้งบประมาณในระดับดังกล่าวต่อเนื่องทุกปี และหากมีเอกชนรายใดเสนอราคาที่ต่ำกว่า ก็สามารถเข้าร่วมประกวดราคาได้ แต่ที่ผ่านมาไม่มีผู้ประกอบการรายใหม่สามารถเสนอราคาที่ต่ำกว่าได้ เนื่องจากต้องลงทุนระบบใหม่ทั้งหมด ทำให้ “หมอพร้อม” ถือเป็นซูเปอร์แอพพลิเคชันภาครัฐที่ใช้งบประมาณค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับขนาดการให้บริการ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน