พริษฐ์ ยก 5 พฤติกรรมไม่ไว้วางใจ กกต. ชี้ ออกระเบียบไม่รัดกุม-ตรวจคุณสมบัติไม่รอบคอบ-ปล่อยทุจริตวันเลือก-เตะถ่วง สุดท้ายเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่พอ หวังทำหน้าที่ตรงไปตรงมา

วันที่ 4 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) นำโดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน จัดกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค พิเศษ) เราไว้ใจ กกต. ได้แค่ไหน?” โดยมีพยานบุคคล และนักวิชาการ มาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล

จากนั้นนายพริษฐ์ กล่าวสรุปว่า 5 พฤติกรรมของกกต. ที่ก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจคือ 1.ออกระเบียบกกต. เกี่ยวกับการเลือกสว.ที่อาจจะยังไม่รัดกุมเพียงพอในการป้องกันการทุจริต ซึ่งมีการออกระเบียบมา 6 ฉบับ เช่น การกำหนดให้ผู้สมัครใช้เบอร์เดียวกันสำหรับรอบเช้าและรอบบ่าย ทำให้สามารถเขียนเบอร์ผู้สมัครเหล่านี้ในโพยใบสั่งที่จะทำตั้งแต่วันก่อนเลือกได้

2.การตรวจสอบคุณสมบัติผู้สมัครที่อาจจะยังไม่รอบคอบเพียงพอ เช่น มีผู้สมัครบางคนขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เช่นนายคอดียะฮ์ ทรงงาม ที่มีผู้ร้องเรียนเข้าไปว่าขณะนั้นเป็นที่ปรึกษานายกอบจ.อ่างทองในปี 2564-2567 และยังไม่พ้นจากตำแหน่ง หรือกรณีการกรอกข้อมูลเท็จในใบสมัครและใบแนะนำตัว การสมัครผิดกลุ่มหรือในกลุ่มที่ไม่มีคุณสมบัติ

3.การปล่อยปละละเลยการทุจริตที่อาจจะเกิดขึ้นในวันเลือกสว. โดยเฉพาะการเลือกระดับประเทศ 4.ข้อสงสัยหรือข้อครหาเกี่ยวกับการเตะถ่วงคดีและการตั้งคณะอนุขึ้นมาฟอกขาวในคดีดังกล่าว

ตนมีคำถามอยากฝากไปถึง กกต.ว่า 7 อนุวินิจฉัยชุดที่ 36 นั้นใครเป็นคนเสนอ หน่วยงานต้องสังกัดคืออะไร มาจากอนุ 35 ชุด หรือมาจากคนนอก ตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 มีการเสนออนุชุดพิเศษเหมือนอนุชุดที่ 36 มาแล้วกี่ครั้ง ตั้งขึ้นมาเพื่อพิจารณาคดีอะไรบ้าง ให้เหตุผลว่าอะไร

นายพริษฐ์ กล่าวด้วยว่าคณะอนุชุดที่ 36 ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง รวมถึงมีการตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องคุณสมบัติ ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากคดีผ่านมาสองปีคือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ กกต.ต้องมีการรับรองจากสว.

ขณะเดียวกันยังมีสว.บางส่วนที่ลาออกจากกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็น ป.ป.ช. โดยให้เหตุผลว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่ครั้งถัดมากับมีการนั่งในรายชื่อคณะกรรมาธิการสอบประวัติผู้ถูกเสนอชื่อเป็นกกต. ทั้งนี้ จากที่ตนตรวจสอบพบว่าในสว. 229 คนไม่มีใครที่คณะกรรมาธิการสอบประวัติ

5.เป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น แต่เรากังวลว่าจะเกิดขึ้นคือการเตรียมเป่าคดี อ้างหลักฐานไม่เพียงพอหรือไม่เพื่อให้เรื่องไปไม่ถึงศาล โดยหลักฐานไม่ต้องชัดจนถึงขั้นพิสูจน์ว่ามีการทุจริตหรือไม่ แต่หากหลักฐานมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่ามีการทุจริตกกต.ก็มีหน้าที่ต้องสั่งฟ้องที่ศาล

นอกจากหลักฐานเรื่องโพยที่ตนคิดว่าเพียงพอแล้ว ยังมีหลักฐานได้เส้นทางการเงิน หลักฐานการนัดหมาย คลิปเสียงการเสนอผลประโยชน์ และพยานบุคคล การที่เราจำเป็นต้องมานำเสนอหลักฐานดังกล่าวต่อสาธารณะ เพราะเราไม่มั่นใจว่ากกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา เพราะเราเห็นว่าที่ผ่านมามีขั้นตอนตั้งแต่ก่อนเลิกสว. การสว. และคดีหลังจากการเลือกสว.ผ่านไปแล้ว

เราไม่ไว้วางใจและไม่มั่นใจการทำหน้าที่ของกกต. ซึ่งหวังว่าเราจะคิดผิดและหวังว่ากกต. จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการตรวจสอบคดีนี้ ด้วยหลักฐานที่ละเอียดหนักแน่นกกต. ควรส่งเรื่องไปที่ศาลตามมติของคณะอนุไต่สวนชุดที่ 26

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน