ครั้งแรกฝีมือคนไทยจะไปไกลถึงดวงจันทร์ ยศชนัน ชวนคนไทยนับถอยหลัง Thailand Moonshot 24 ส.ค. ก้าวแรกสู่การเปิดขุมทรัพย์เศรษฐกิจอวกาศ ปั้นวิศวกรมาตรฐานสากล พร้อมถ่ายทอดสดปลุกฝันเด็กไทย 3 ล้านคน สู่การพลิกโฉมประเทศเป็นผู้สร้างนวัตกรรม

เมื่อวันที่ 4 ส.ค. ที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานแถลงข่าว “ครั้งแรกของไทยสู่ภารกิจสำรวจดวงจันทร์” ประกาศความพร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ฝีมือคนไทย CE-7 MATCH ร่วมปฏิบัติภารกิจสำรวจดวงจันทร์ในฐานะ 1 ใน 7 อุปกรณ์วิทยาศาสตร์นานาชาติของภารกิจฉางเอ๋อ 7

โดยสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) และ Sea (ประเทศไทย) ถ่ายทอดสดการปล่อยจรวดลองมาร์ช-5 Y14 นำส่งยานฉางเอ๋อ 7 ขึ้นสู่ห้วงอวกาศในวันที่ 24 ส.ค.นี้

โดยมีนายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ รมช.ศึกษาธิการ นายศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นายวิภู รุโจปการ ผู้อำนวยการ สดร.นายวันชัย ตันติวิทยาพิทักษ์ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส และนายศรุต วานิชพันธุ์ ผู้อำนวยการอาวุโส Sea (ประเทศไทย) เข้าร่วม

นายยศชนัน กล่าวว่า การประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการเตรียมส่ง CE-7 MATCH ซึ่งเป็น Payload ฝีมือการออกแบบและพัฒนาโดยคนไทยไปปฏิบัติภารกิจ ณ ดวงจันทร์ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องราวทางวิทยาศาสตร์ แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ของการยกระดับทุนมนุษย์ครั้งสำคัญ ตอกย้ำทิศทางของรัฐบาลที่มุ่งขับเคลื่อนประเทศด้วยเศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างแท้จริง

การเดินทางสู่วงโคจรที่ระยะสูง 200 กิโลเมตรเหนือผิวดวงจันทร์คือหนึ่งในโจทย์ที่ยากที่สุด และนั่นคือหัวใจของ Space Economy ที่จะกลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ ภายใต้แนวคิดการใช้เทคโนโลยีอวกาศเป็นตัวเร่งพัฒนานวัตกรรมและวิศวกรรมขั้นสูง เพื่อเปลี่ยนบทบาทของประเทศไทยจาก ‘ผู้ใช้นวัตกรรม’ ไปสู่การเป็น ‘ผู้สร้างนวัตกรรม’ หรือ Frontier Innovation Thailand

นายยศชนัน กล่าวต่อว่า หากเรามองประเทศชั้นนำที่มีเศรษฐกิจเติบโตแข็งแกร่ง เราจะพบว่าพวกเขามีงานวิจัยอวกาศชั้นเยี่ยมเสมอ เพราะการวิจัยขั้นลึกในระดับมาตรฐาน Space Grade ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นสุดที่ผิดพลาดไม่ได้เลยนั้น ทุกๆ ชิ้นส่วนเล็กๆ ที่พัฒนาขึ้นมา จะสร้างการถ่ายทอดเทคโนโลยี ต่อสปีชีส์ไปสู่นวัตกรรมใหม่ๆ และสร้างทรัพย์สินทางปัญญาต่อยอดให้กับประเทศได้อีกนับร้อยรูปแบบ อุปกรณ์ CE-7 MATCH ของเราที่จะติดไปกับยานโคจรเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์สภาวะอวกาศ ตรวจวัดพายุสุริยะต่อเนื่องตลอด 3 ปีข้างหน้า จึงไม่เพียงสร้างงานวิจัยขั้นแนวหน้าเพื่อเตือนภัยดาวเทียมรอบโลก แต่ยังเป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานและสร้างวิศวกรไทยที่มีความเชี่ยวชาญระดับโลกไปพร้อมกัน

“หัวใจที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภารกิจ Thailand Moonshot ครั้งนี้ อาจไม่ใช่เพียงแค่ตัวอุปกรณ์ที่ลอยอยู่กลางอวกาศ แต่คือ ‘การสร้างคน’ นี่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กระทรวง อว. และกระทรวง ศธ. ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรองนายกฯ ร่วมกัน จึงเกิดความร่วมมือครั้งสำคัญในการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ประวัติศาสตร์นี้ไปสู่เยาวชนกว่า 3 ล้านคนทั่วประเทศในวันเดียว พร้อมทั้งผสานพลังกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง Sea Group ในการใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีผู้ใช้งานกว่า 20 ล้านคน เป็นช่องทางสร้างการเข้าถึงการศึกษา STEM อย่างเท่าเทียม ตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 4) ยุคนี้ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยจะวางรากฐานทางปัญญาให้เข้มแข็ง เราอยากให้เด็กไทยได้เห็นเหตุการณ์สด ได้สัมผัสกระบวนการทำงานจริงผ่านสารคดี เพื่อจุดประกายให้เด็กคนหนึ่งที่มองขึ้นไปบนฟ้าได้ตระหนักถึงคุณค่าของความพยายาม และบอกกับตัวเองด้วยความภาคภูมิใจว่า คนไทยก็สามารถสร้างเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก และเดินทางไปถึงดวงจันทร์ได้จริง” นายยศชนัน กล่าว

ด้านนายอัครนันท์ กล่าวว่า ศธ.ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้าน STEM มาโดยตลอด แต่สิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการสร้างทุนมนุษย์ คือ ‘การสร้างแรงบันดาลใจ’ ภารกิจส่งอุปกรณ์ของไทยไปดวงจันทร์ครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เด็กไทยได้เห็นว่า ฝีมือคนไทยสามารถสร้างสิ่งยิ่งใหญ่ระดับโลกได้ ซึ่ง ศธ. พร้อมจับมือกับ อว. ในการต่อยอดผ่านกิจกรรมและบทเรียน เพื่อจุดประกายให้เยาวชนไทยกล้าฝันและเติบโตไปเป็นนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกในอนาคต

นายวิภู กล่าวว่า อุปกรณ์ CE-7 MATCH ที่ออกแบบและพัฒนาโดยนักวิจัยและวิศวกรไทย พร้อมเดินทางสู่วงโคจรรอบดวงจันทร์ไปกับยานฉางเอ๋อ 7 เพื่อตรวจวัดรังสีคอสมิกและศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างโลก ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ รองรับการสร้างสถานีวิจัยนานาชาติบนดวงจันทร์ (ILRS) ในอนาคต นี่คือครั้งแรกที่เทคโนโลยีฝีมือคนไทยผ่านการตรวจสอบมาตรฐานระดับสากล และได้เข้าร่วมภารกิจสำรวจดวงจันทร์ระดับโลก เพราะโจทย์ที่ยากที่สุด คือโจทย์ที่สร้างคนที่เก่งที่สุด สิ่งที่มีค่าที่สุดของภารกิจนี้จึงไม่ใช่เพียงตัวอุปกรณ์ แต่คือศักยภาพของคนไทยที่เติบโตขึ้น

ด้านนายวันชัย กล่าวว่า การถ่ายทอดสดภารกิจประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ส่งตรงจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง ประเทศจีน ในวันที่ 24 สิงหาคมนี้ เราเตรียมพร้อมทั้งการถ่ายทอดสัญญาณในพื้นที่ และการวิเคราะห์ภารกิจแบบเรียลไทม์โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดพื้นที่เรียนรู้บนเว็บไซต์ Thai PBS Sci & Tech ที่รวบรวมข่าว บทความเจาะลึก และคลิปวิดีโอ เพื่อส่งต่อองค์ความรู้สู่ประชาชน ภารกิจ CE-7 MATCH ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของประเทศไทยบนเวทีการสำรวจอวกาศระดับนานาชาติ การถ่ายทอดสดครั้งนี้ ไม่เพียงนำองค์ความรู้มาสู่สังคม แต่จะเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ช่วยจุดประกายความสนใจด้านวิทยาศาสตร์และอวกาศให้กับเยาวชนไทยต่อไป

นายศรุต กล่าวว่า Sea (ประเทศไทย) พร้อมขยายโอกาสการเรียนรู้ด้าน STEM สู่ประชาชนโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลในเครือ ได้แก่ การเผยแพร่ข้อมูลภารกิจ CE-7 MATCH และถ่ายทอดวินาทีปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 ผ่านแพลตฟอร์ม Shopee รวมถึง การเนรมิตแผนที่ธีม “Into the Universe” ในโหมด Craftland ของ Garena Free Fire เกมออนไลน์ยอดนิยม ให้ผู้ที่สนใจเข้ามาสำรวจ พร้อมร่วมกิจกรรมนับถอยหลังปล่อยยานแบบเรียลไทม์ ทำให้การเรียนรู้ด้านดาราศาสตร์และอวกาศเป็นเรื่องใกล้ตัว สนุก เข้าถึงง่าย จุดประกายให้คนรุ่นใหม่ก้าวสู่การเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และผู้พัฒนาเทคโนโลยีที่จะร่วมสร้างอนาคตของประเทศ

กระทรวง อว.ขอเชิญชวนประชาชน เยาวชน และสถานศึกษาทั่วประเทศ ร่วมติดตามการถ่ายทอดสดภารกิจปล่อยยานฉางเอ๋อ 7 พร้อมอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ CE-7 MATCH จากศูนย์ปล่อยยานอวกาศเหวินชาง มณฑลไห่หนาน สาธารณรัฐประชาชนจีน ในวันที่ 24 สิงหาคม 2569 ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ อาทิ Facebook: NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ/ศธ.360 องศา/Thai PBS/Thai PBS Sci & Tech และ YouTube: NARIT_Thailand/OBEC Channel รวมทั้งติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมการเรียนรู้ผ่านช่องทางของ สดร., ศธ. และ Shopee ประเทศไทย ที่จะร่วมเผยแพร่เนื้อหาพิเศษตลอดช่วงภารกิจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน