ยายวัย 64 แจ้งจับหลานชายวัย 19 มุดเข้าห้อง-ลงมือข่มขืน หลานท้าสาบานไม่ได้ทำ ตำรวจตรวจฉี่พบสีม่วง ต้องรอผลตรวจจากแพทย์ยืนยันอีกครั้ง
วันที่ 5 ส.ค.2569 จากกรณีเฟซบุ๊กหนึ่งโพสต์ข้อความว่า “ด่วน หลานขืนใจยายตัวเอง จนยายทนพฤติกรรมไม่ไหว เดินบอกชาวบ้าน เหตุเกิดที่เมืองบุรีรัมย์” โดยโพสต์ดังกล่าวมีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก
ต่อมาตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองบุรีรัมย์ ทราบเรื่องเข้าไปตรวจสอบและควบคุมตัวนายเอ อายุ 19 หลานชายนางไก่ อายุ 64 ปี ที่ชาวบ้านระบุเป็นผู้ถูกกระทำมาสอบสวนที่ สภ.เมืองบุรีรัมย์
จากนั้นตำรวจนำตัวนางไก่ มาแจ้งความต่อ ร.ต.อ.จิรายุ ตางจงราชรอง สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะพาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เพื่อหาหลักฐาน
จากการตรวจร่างกายเบื้องต้น หมอยังไม่พบร่องรอย โดยได้ทำการเจาะเลือดนางไก่ไว้แล้วนัดให้ไปตรวจร่างกายอีกครั้ง
นางไก่เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดว่า เมื่อเวลาตี 4 วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ตอนนั้นนอนอยู่บ้านของลูกสาว มีนายเอเข้ามาในห้อง ตอนนั้นตนรู้สึกตัวบ้างไม่รู้สึกตัวบ้าง เห็นนายเอเดินออกจากห้องไป ส่วนตนผ้าถุงหลุดออก และรู้สึกปวดเมื่อยตามร่างกาย จึงคิดว่าหลานต้องกระทำอนาจารแน่นอน
“ยอมรับว่าอึดอัด บอกใครไม่ได้ จึงไประบายความแค้นให้ชาวบ้านฟัง ก่อนจะมีคนนำเรื่องราวไปโพสต์ดังกล่าว ยืนยันหลานข่มขืนแน่นอน”
ขณะที่นายกล้วย อายุ 73 ปี สามีนางไก่ เล่าว่า หลานเป็นคนดื้อ มักจะมาขโมยเงินของภรรยาไปซื้อยาบ้ามาเสพเป็นประจำ อึดอัดพูดอะไรไม่ได้ เพราะเป็นหลาน เงินที่หามาได้ก็ถูกหลานขโมยไปจนหมด อยากให้ตำรวจดำเนินคดีจนถึงที่สุด
ด้านนายเอ หลานชายที่ถูกกล่าวหา ออกมายืนยันว่าไม่เคยคิดจะทำอะไรยาย และไม่ได้ทำตามที่ยายกล่าวอ้าง แต่ยอมรับว่าคืนนั้นเข้าไปขโมยเงิน 300 บาท เพื่อเอาไปซื้อยาบ้ามาเสพ พร้อมท้าสาบานว่า “ไม่ได้ข่มขืนยาย” ส่วนสาเหตุที่ยายมาแจ้งความเพราะยายไม่ชอบหน้าตนมานาน จึงหาเรื่องใส่ร้าย
ตำรวจกำลังสืบสวนในเชิงลึก เพราะมีความเป็นไปได้หลายมุม ซึ่งต้องรอผลพิสูจน์จากหมอให้แน่ชัดว่าถูกกระทำหรือไม่ หากหลักฐานทางวิทยาศาสตร์พบว่าถูกกระทำก็จะดำเนินคดีนายเอ ทั้งข่มขืนและเสพยา เพราะตรวจปัสสาวะพบเป็นสีม่วง แต่หากหมอฟันธงว่าไม่มีร่องรอยของการถูกกระทำ ก็มีความเป็นไปได้ว่ายายอาจจะกุเรื่องขึ้นมา เพื่อให้ตำรวจจับตัวไปลดปัญหาของตัวเองที่เงินหายประจำ