พาณิชย์ ชี้แจง ดราม่าร้านค้าหักบัตรคนจนเกินยอดซื้อ ก่อนคืนเงินสดให้ เข้าข่ายผิดเงื่อนไขทั้งผู้ใช้สิทธิและร้านค้าที่เสี่ยงถูกตัดสิทธิด้วย

6 ส.ค. 69 – จากกรณี นายโอภาส ชาวบ้าน อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ ร้องเรียนว่าได้นำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปรูดซื้อสินค้าที่ร้านค้าประจำในหมู่บ้าน เป็นเงิน 128 บาท และสแกนใบหน้ายืนยันตัวตนตามขั้นตอน ก่อนรับสินค้าและเดินทางกลับ

ถัดมาอีก 2 วัน นายโอภาส เดินทางไปเยี่ยมญาติในตัวเมือง โดยตั้งใจใช้วงเงินที่เหลือซื้อสินค้าอีกครั้ง แต่เมื่อให้ร้านค้าตรวจสอบกลับพบว่าวงเงินในบัตรถูกใช้หมดแล้ว ทั้งที่เพิ่งใช้ซื้อสินค้าเพียงครั้งเดียว จึงย้อนกลับไปสอบถามร้านค้าเดิม ก่อนทราบว่า ร้านค้ามีการหักวงเงินไว้จำนวน 1,000 บาท

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าออกมาชี้แจงว่าเป็นความยินยอมของลูกค้าเอง จนเกิดการโต้เถียงกัน ก่อนที่ร้านค้าจะคืนเงินส่วนต่างเป็นเงินสด โดยลูกค้าอ้างว่าร้านหักเงินไว้ 99 บาท เป็นค่าภาษี ขณะที่ทางร้านยืนยันว่าไม่ได้หักเงินตามที่ถูกกล่าวหา พร้อมย้ำว่าเกิดจากความยินยอมของทั้งสองฝ่าย

ล่าสุด พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ชี้แจงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า กรณีดังกล่าวแบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ การรูดบัตรซื้อสินค้า 128 บาท แต่ร้านค้าหักวงเงินไว้ 1,000 บาท ซึ่งต้องพิจารณาว่าทั้งสองฝ่ายตกลงกันอย่างไร หากเป็นการตกลงร่วมกันเพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ต้องสแกนใบหน้าหลายครั้ง แม้จะไม่เป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ แต่ในทางปฏิบัติอาจพอผ่อนปรนได้ในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ร้านค้านำเงินสดมาคืนให้ลูกค้า หลังหักวงเงินในบัตรเกินกว่าราคาสินค้าที่ซื้อจริงนั้น ถือว่าผิดวัตถุประสงค์ของโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอย่างชัดเจน เพราะโครงการกำหนดให้ใช้วงเงินเพื่อซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเท่านั้น ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดได้

หากมีการร้องเรียนและตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดจริง ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอาจถูกตัดสิทธิการใช้บัตร ส่วนร้านค้าก็อาจถูกเพิกถอนสิทธิการเข้าร่วมโครงการ ไม่สามารถรับชำระเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้อีกต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน