ตร.แถลงสรุปสำนวน ส่งอัยการฟ้อง เจ้าของโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ฟัน 5 ข้อหาหนัก พ่วง เปิดสถานบริการโดยไม่รับอนุญาต ชี้ชัด มีโต๊ะขวาง ประตูหนีไฟล็อก ไม่เป็นไปตามกฎหมายกำหนด
วันที่ 7 ส.ค.69 ที่สน.พหลโยธิน พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.อิสระ ณ พัทลุง รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สราวุธ บุตรดี ผกก.(สอบสวน) บก.สส.บช.น. พร้อมคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ในคดีไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ร่วมกันแถลงสรุปผลความคืบหน้าทางคดี
พล.ต.ต.เกียรติกุล ผบก.น.2 เปิดเผยว่า จากคดีดังกล่าวทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้ดำเนินการมาโดยตลอด จึงมีการนำสำนวนการสอบสวน เสนอความเห็นไปยังพนักงานอัยการ เพื่อสรุปสำนวนส่งฟ้อง
พ.ต.อ.อิสระ รอง ผบก.น.2 ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนในคดี กล่าวว่า จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและสอบปากคำ รวม 211 ปาก จากผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดรวมถึงผู้เชี่ยวชาญ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ก่อนนำมาพิสูจน์ทราบถึงสาเหตุของเพลิงไหม้จนได้ข้อสรุป จากพยานหลักฐาน ผู้กระทำความผิดคือ เจ้าของร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ความผิดฐาน กระทำการเพลิงไหม้โดยประมาท จำคุกไม่เกิน 7 ปี ปรับไม่เกิน 140,000 บาท
กระทำการประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท, และกระทำผู้อื่นบาดเจ็บสาหัส โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท และ กระทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ โทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนและปรับไม่เกิน 10,000 บาท
และข้อหา ทำให้เสียทรัพย์ นอกจากนี้ยังผิดข้อหาในส่วนของการเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ โดยวันนี้ทางคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ได้นำพยานหลักฐาน ซึ่งค่อนข้างครบถ้วนถูกต้องสรุปสำนวนส่งให้พนักงานอัยการพิจารณา
พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยว่า เบื้องต้น ดำเนินคดีกับ เจ้าของร้าน คือ นายสุวิชา ไศลบาท อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเบียร์ ทั้งในฐานะนิติบุคคลและส่วนตัว สำหรับหุ้นส่วนมีทั้งหมด 4-5 คน ซึ่งจากการรวบรวมพยานหลักฐานยังไม่พบว่ามีส่วนในการบริหาร จึงนำสำนวนทั้งหมด รวม 7 แฟ้ม ส่งให้พนักงานอัยการเป็นผู้พิจารณา
พล.ต.ต.เกียรติกุล เปิดเผยอีกว่า การรวบรวมพยานหลักฐานเน้นไปที่สาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ซึ่งพบว่าเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรโดยมีการ ดัดแปลงการใช้ไฟฟ้า จนเกิดไฟชอร์ตและลุกลามไปที่วัสดุซับแผ่นกันเสียง จนเกิดเหตุเพลิงไหม้
ประกอบกับรูปแบบลักษณะของร้านไม่เอื้ออำนวย ต่อการเกิดอัคคีภัยและจะหลบหนีได้โดยง่าย เนื่องจากมีการวางโต๊ะเป็นจำนวนมากและประตูต่างๆ ที่ควรจะเป็นทางหนีไฟ แต่กลับมีการ ตั้งวางสิ่งของ และปิดล็อก หรืออยู่ในลักษณะ ที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ซึ่งจากการสอบปากคำ ทางพนักงานและลูกค้าที่มาใช้บริการ พบว่าเป็นความประมาทของเจ้าของร้านที่ไม่ใช้ความระมัดระวัง ผิดวิสัยของผู้ประกอบการในลักษณะนี้จึงมีการสรุปสำนวนส่งฟ้องเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา
