สกัดจับคาด่าน หน้าโรงพัก กระบะซิ่งขนเฮโรอีน-ยาไอซ์ 100 ล้าน รวบ2หนุ่ม เพิ่งพ้นคุก สารภาพรับค่าจ้างขน 1 แสนบาท อ้างเอาไว้รักษาตัว

วันที่ 7 ส.ค. 2569 ที่บก.ภ.จว.นครพนม ว่าที่ ร.ต.รวยรุ่ง ใครบุตร รอง ผวจ.นครพนม พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย สาดมะเริง ผบก.ภ.จว.นครพนม พ.ต.ท.เกียรติคุณ ดวงแก้ว สว.ตม.จว.นครพนม ร่วมแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายใหญ่ พร้อมยึดเฮโรอีน 280 แท่ง และยาไอซ์ 94 ก้อน มูลค่ารวมกว่า 100 ล้านบาท หลังสกัดรถกระบะต้องสงสัยได้บริเวณด่านหน้า สภ.นาแก ขณะเตรียมลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติด กก.สืบสวน ภ.จว.นครพนม ได้รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนด้าน อ.ธาตุพนม เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงวางแผนเฝ้าติดตามและกระจายกำลังสกัดจับ

กระทั่งเวลา 02.00 น.วันที่ 7 ส.ค.69 เจ้าหน้าที่ตรวจพบรถยนต์กระบะ มิตซูบิชิ แอล 200 สีเทา ขับมาตามเส้นทางบ้านต้อง-สกลนคร มุ่งหน้าเข้าสู่ อ.นาแก จึงประสานกำลัง สภ.นาแก ตั้งจุดสกัดบริเวณหน้าโรงพัก ก่อนสามารถควบคุมรถต้องสงสัยไว้และผู้ต้องหา 2 รายไว้ได้กลางถนน

จากการตรวจค้นบริเวณท้ายกระบะ พบวัตถุต้องสงสัยบรรจุอยู่ในห่อสีดำจำนวน 5 ก้อน ภายในซุกซ่อนยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ประกอบด้วย เฮโรอีน 280 แท่ง และ ยาไอซ์ 94 ก้อน รวมมูลค่าของกลางราว 100 ล้านบาท พร้อมยึดรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุอีก 1 คัน มูลค่าประมาณ 80,000 บาท ผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายสง่า และ นายอดิศร (สงวนนามสกุล) ชาว จ.อุบลราชธานี

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาร่วมกันจำหน่ายโดยมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีนและไอซ์) โดยไม่ได้รับอนุญาต เพื่อการค้า อันก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ รวมถึง เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย ก่อนส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และขยายผลถึงผู้ร่วมขบวนการ

พล.ต.ต.ศักดิ์ชาย เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเคยต้องโทษในคดียาเสพติดมาก่อน และเพิ่งพ้นโทษออกจากเรือนจำได้ไม่นาน ก่อนกลับมารับจ้างลำเลียงยาเสพติดอีกครั้ง โดยได้รับการว่าจ้างเป็นเงิน 100,000 บาท และได้รับเงินล่วงหน้า 40,000 บาท สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ขณะที่อีก 1 ในผู้ต้องหาอ้างว่าจะนำเงินค่าจ้างไปใช้รักษาโรคประจำตัว

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดตามแนวชายแดนอย่างเข้มข้นต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นไม่ให้ยาเสพติดทะลักเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน