พ่อพาลูกชาย ม.ต้น มาเอาทรัพย์สิน เผยลูกยังผวาตกใจ นอนคนเดียวไม่ได้ หลังเกิดเหตุยิงในโรงเรียน

เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2569 บริเวณหน้าโรงเรียนเทพศิรินทร์นนทบุรี มีผู้ปกครองพาลูกชายนักเรียนชั้นม.ต้น เดินทางมาที่โรงเรียนเพื่อเอาไอแพด ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเรียน น้องนักเรียนไม่ได้นำออกมาในช่วงเวลาที่มีเหตุยิงภายในโรงเรียนเมื่อวานนี้

โดยมีคุณครูเป็นคนพาทางผู้ปกครองและนักเรียนเดินเข้าเอาไอแพด ใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนทั้งคู่จะออกมาด้านนอกโรงเรียน

ต่อมาทางผู้ปกครอง เล่าว่า เมื่อวานตอนเกิดเหตุลูกชายได้แจ้งบอกแม่ว่ามีคนยิงกันในโรงเรียน ส่วนตัวพ่อรู้จากข่าว ลูกยังคงตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่สามารถนอนในห้องที่บ้านคนเดียวได้ ทางลูกชายขอไปนอนกับแม่

อย่างวันนี้ตอนที่ลูกชายมาเอาของในโรงเรียนก็ยังมีอาการตกใจ ซึ่งพ่อต้องประคองให้น้องเดินเข้าไป ซึ่งของน้องที่อยู่บนตึกเรียน ซึ่งน้องต้องเดินไปเอาเอง น้องยังมีอาการตกใจอยู่

ขณะที่ นายชรินทร์ อายุ 45 ปี ชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมลูกชายวัย 6 ขวบ และ 9 ขวบ เดินทางมาวางดอกไม้เพื่อแสดงความอาลัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมเปิดเผยว่า ตนอาศัยอยู่ภายในซอยใกล้กับโรงเรียน และต้องขับรถผ่านบริเวณหน้าโรงเรียนเป็นประจำทุกวัน จึงรู้สึกคุ้นเคยและผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ แม้ลูกชายทั้งสองคนจะไม่ได้ศึกษาอยู่ที่โรงเรียนดังกล่าวก็ตาม

นายชรินทร์ เล่าว่า ทุกเช้าที่ขับรถออกจากบ้าน มักจะเห็นเด็กนักเรียนเดินทางมาโรงเรียน และหลายครั้งต้องหยุดรถเพื่อให้เด็กๆ เดินข้ามถนนเข้าไปภายในโรงเรียน ภาพเหล่านี้เป็นสิ่งที่เห็นจนชินตา จึงไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นในประเทศไทย และมองว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับคนในพื้นที่

ขณะที่เมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เกิดเหตุ ตนอยู่ที่ทำงานจึงไม่ทราบเหตุการณ์ในทันที กระทั่งมาทราบข่าวภายหลัง ยอมรับว่ารู้สึกตกใจและเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก

ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยภายในสถานศึกษา นายชรินทร์ มองว่า ทุกโรงเรียนน่าจะมีมาตรการดูแลความปลอดภัยอยู่แล้ว แต่อาจถึงเวลาที่ต้องทบทวนและเพิ่มมาตรการในมิติอื่น นอกเหนือจากการตรวจหาอาวุธหรือสิ่งของอันตราย โดยเฉพาะการดูแลและประเมินสภาพจิตใจของครู นักเรียน รวมถึงบุคลากรทุกคนภายในโรงเรียน

ส่วนตัวมองว่า ต้นเหตุของความรุนแรงอาจไม่ได้อยู่ที่อาวุธเพียงอย่างเดียว แต่อาจเริ่มต้นจากพฤติกรรม สภาพจิตใจ หรือความเครียดที่สะสม หากสามารถสังเกต และตรวจพบความเปลี่ยนแปลงได้ตั้งแต่แรก ก็อาจช่วยป้องกัน แก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ และลดโอกาสเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำในอนาคตได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน