ผู้เชี่ยวชาญเตือน! คู่รักอย่าปล่อยความสัมพันธ์ห่างเหินจนเคยชิน ชี้ “ชีวิตเซ็กซ์ที่ดีไม่มีตัวเลขตายตัว” แค่ทั้งสองฝ่ายรู้สึกผูกพัน พึงพอใจ และได้รับความเคารพ

ความต้องการทางเพศสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดช่วงชีวิตคู่ โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นหรือเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งเรื่องงาน ลูก การเงิน หรือภาระดูแลครอบครัว ขณะที่ปัจจัยด้านการใช้ชีวิตและความสัมพันธ์ก็อาจส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลงได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า การมีเซ็กซ์น้อยลงไม่ได้หมายความว่าความสัมพันธ์กำลังมีปัญหาเสมอไป

ดร.แอนนา เอลตัน นักบำบัดด้านครอบครัวและชีวิตคู่และนักเพศศาสตร์คลินิกในรัฐแมสซาชูเซตส์ ระบุว่า ไม่มีตัวเลขทางการแพทย์ที่กำหนดว่าคู่รักควรมีเซ็กซ์กี่ครั้งจึงจะถือว่ามีชีวิตทางเพศที่ดี เพราะสำหรับบางคู่ อาจมีความใกล้ชิดกันหลายครั้งต่อสัปดาห์ ขณะที่บางคู่อาจเพียงเดือนละ 1 – 2 ครั้ง สิ่งสำคัญกว่าความถี่คือ ทั้งสองฝ่ายรู้สึกผูกพัน พึงพอใจ และได้รับความเคารพจากกัน

เอลตันแนะนำว่า คู่รักไม่ควรนำชีวิตเซ็กซ์ของตัวเองไปเปรียบเทียบกับคู่อื่น แต่ควรพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมาว่า รูปแบบใดทำให้ทั้งคู่รู้สึกดี ระยะเวลาที่ไม่ได้ใช้เวลาร่วมกันนานแค่ไหนจึงเริ่มรู้สึกห่างเหิน และมีสัญญาณอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าความสัมพันธ์กำลังต้องการการดูแลมากขึ้น จากนั้นจึงร่วมกันหาวิธีรักษาความใกล้ชิดเอาไว้

ดร.แอนนา เอลตัน

แทนที่จะเปรียบเทียบชีวิตเซ็กซ์ของตนเองกับคู่รักคู่อื่น ดร.แอนนา เอลตัน แนะนำให้คู่รักร่วมกันกำหนดว่า รูปแบบใดเหมาะสมและดีต่อความสัมพันธ์ของตัวเอง – ภาพประกอบ

ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยงาน การเลี้ยงลูก การดูแลพ่อแม่สูงวัย ภาระทางการเงิน และเรื่องจิปาถะในแต่ละวัน คู่รักอาจค่อย ๆ ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์น้อยลงโดยไม่รู้ตัว จนกลายเป็นการใช้ชีวิตแบบ “ต่างคนต่างอยู่” บทสนทนาเหลือเพียงเรื่องตารางเวลา ค่าใช้จ่าย ธุระ และลูก ขณะที่การแสดงความรัก การสัมผัส การหยอกล้อ และเวลาที่ตั้งใจใช้ร่วมกันกลับลดลง

เมื่อความห่างเหินสะสม ความเครียด ความขัดแย้ง และความไม่พอใจก็อาจเพิ่มขึ้นตามมา และในหลายกรณี ความใกล้ชิดทางเพศจะลดลงในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม เอลตันพบว่าคู่รักบางคู่ยังคงมีเซ็กซ์เป็นประจำเพื่อ หลีกเลี่ยงความขัดแย้งหรือรักษาความสงบในชีวิตคู่ แม้ภายนอกดูเหมือนทุกอย่างปกติ แต่ทั้งสองฝ่ายกลับรู้สึกห่างเหินทางอารมณ์และไม่รู้สึกเติมเต็ม

เซ็กซ์

“ความใกล้ชิดทางกายและความใกล้ชิดทางอารมณ์เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน” เอลตันกล่าว “หากเราต้องการทำให้ชีวิตเซ็กซ์ดีขึ้น เราต้องให้ความสำคัญกับความผูกพันระหว่างกันเสียก่อน” – ภาพประกอบ

ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรู้สึกถูกปฏิเสธ โดดเดี่ยว หรือไม่พอใจอยู่เป็นประจำ หรือเริ่มหลีกเลี่ยงการพูดคุยเรื่องความใกล้ชิดโดยสิ้นเชิง ก็ควรหันมาใส่ใจปัญหาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกรณีที่มีความเจ็บปวดระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ปัญหาการแข็งตัว ความกังวลเกี่ยวกับฮอร์โมน ประสบการณ์กระทบกระเทือนทางจิตใจ ภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล หรือความต้องการทางเพศของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันจนสร้างความทุกข์ใจ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญตั้งแต่เนิ่น ๆ อาจช่วยให้รับมือกับปัญหาได้ดีขึ้น

อีกประเด็นที่พบได้บ่อยคือ ความต้องการทางเพศของคู่รักไม่เท่ากัน ซึ่งเอลตันยืนยันว่าเป็นเรื่องปกติ สิ่งสำคัญคือการมองปัญหาในฐานะ “ทีมเดียวกัน” แทนที่จะกดดันอีกฝ่ายหรือถอยหนี โดยควรสื่อสารอย่างเปิดใจ เคารพขอบเขตของกันและกัน และร่วมกันหาวิธีสร้างความใกล้ชิดที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายรู้สึกพึงพอใจ

ท้ายที่สุด เอลตันแนะนำให้คู่รักมองคำว่า “ความใกล้ชิด” ให้กว้างกว่าการมีเซ็กซ์ เพราะการแสดงความรัก การสัมผัสทางกาย การหยอกล้อ ความผูกพันทางอารมณ์ และการตั้งใจใช้เวลาร่วมกัน ล้วนช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์ได้ เมื่อคู่รักกลับมาเชื่อมโยงกันอย่างใส่ใจ ความต้องการทางเพศก็มักมีโอกาสกลับมาเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น

ที่มา: nypost

อ่านข่าวเพิ่มเติม: งานวิจัยจากสหรัฐฯ เผย การสร้าง “ซิกแพค” อาจส่งผลดีต่อสมองมากกว่าที่คิด ทั้งกระตุ้นการไหลเวียนในระบบประสาท และมีแนวโน้มช่วยลดความเสี่ยงโรคอัลไซเมอร์

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน