ดราม่าวงการพระเครื่อง เซียนพระชื่อดัง สลับพระเนื้อทองคำ อ้างฝีมือลูกน้อง ก่อนขอเคลียร์ 9 ล้าน เพจดังแฉพฤติกรรม

เรียกได้ว่ากลายเป็นประเด็นร้อนในวงการพระเครื่องอีกแล้ว หลังจากที่เพจเหยื่อได้โพสต์ข้อความระบุถึงพฤติกรรมเซียนพระคนหนึ่ง โดบระบุว่า วันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีคุณยายท่านหนึ่งอายุราว 60 ปี ได้นำพระเครื่องจำนวนหนึ่งไปให้เซียนวงการพระแท้ที่เป็นคนมีชื่อเสียงท่านหนึ่งตรวจสอบ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการทราบทั้งเรื่องความแท้–เก๊ และมูลค่าของพระเครื่องแต่ละองค์ ถ้าขายได้ราคาก็จะขาย

เซียนพระใจคต คัดพระจากพระทั้งหมดแยกออกมาจำนวน 14องค์ และมีการเสนอราคารวม 2,500,000 บาท เจ้าของพระตอบตกลงที่จะขายในราคาดังกล่าว และเซียนพระก็ขอแกะกรอบพระบางองค์เพื่อตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติม

หลังจากนั้นมีการขอตรวจสอบเพิ่มเติมว่าพระองค์หนึ่งเป็น “เนื้อทองคำ” จริงหรือไม่ ซึ่งเจ้าของพระยินยอมให้ตรวจสอบ ภายหลังการตรวจสอบ เจ้าของพระได้รับแจ้งว่า พระองค์ดังกล่าว“ไม่ใช่เนื้อทองคำ” แต่ก่อนที่ยายจะนำพระมาขายให้เซียนพระรายดังกล่าวคุณยายเคยนำพระองค์ดังกล่าวไปให้เซียนพระอีกท่านหนึ่งตรวจสอบมาก่อนแล้ว และได้รับข้อมูลว่าพระเป็นเนื้อทองคำ และเซียนน้ำดีคนดังกล่าวได้ให้คำแนะนำกับคุณยายว่าให้เก็บรักษาพระไว้ให้ดี

เมื่อเซียนพระใจคด แจ้งกับคุณยายว่าพระไม่ใช่เนื้อทองคำ คุณยายจึงตัดสินใจว่าไม่ขายพระทั้ง 14 องค์ล้มดีลไป เซียนพระใจคดก็ส่งคืนพระให้คุณยายนำพระกลับบ้านไป หลังจากได้รับพระคืนและได้รับแจ้งว่าไม่ใช่ทองคำ คุณยายก็เกิดความกังวลอย่างมาก แต่ยังโชคดีที่คุณยายเคยถ่ายภาพพระองค์ดังกล่าวเก็บเอาไว้ก่อนหน้านี้

วันต่อมา ยายจึงนำพระองค์ที่ถูกตีว่าไม่ใช่พระทองคำ นำกลับไปให้เซียนน้ำดีคนที่เคยตรวจสอบก่อนหน้านี้ดูอีกครั้ง เพราะคาใจว่าเหตุใดจึงกลายเป็นพระที่ไม่ใช่เนื้อทองคำไปได้

เซียนน้ำดี บอกกับคุณยายว่า “องค์ที่นำมาให้ดูตอนนี้ไม่ใช่เนื้อทองคำ แต่พระองค์ที่ยายถ่ายรูปเอาไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเนื้อทองคำแน่นอน 100%”

คุณยายจึงเริ่มสงสัยว่า พระที่ได้รับคืนมาอาจไม่ใช่พระองค์เดียวกับพระที่เคยนำมาให้เซียนน้ำดีตรวจสอบก่อนหน้านี้ หลังเกิดข้อสงสัย ยายจึงได้โทรศัพท์ไปสอบถามกับเซียนใจคต ก็ไม่ยอมรับและปฏิเสธเสียงแข็ง ยายจึงบอกว่ามีภาพถ่ายของพระก่อนนำไปตรวจสอบ และมีข้อมูลที่สามารถใช้เปรียบเทียบพระก่อนและหลังได้ เซียนใจคตจึงอ้างว่าขอเวลาตรวจสอบก่อน

แล้วก็ติดต่อกลับมาหายาย โดยอธิบายในทำนองว่า ลูกน้องเป็นคนเปลี่ยนพระ พร้อมขอแสดงความรับผิดชอบ หลังจากนั้นมีการเสนอเงินเพื่อยุติปัญหาให้จำนวน 9,000,000 บาท ประเด็นนี้จึงยิ่งทำให้เกิดคำถามว่า ในเมื่อก่อนหน้านั้นพระจำนวนถึง 14 องค์ กลับมีการเสนอราคารวมเพียง 2,500,000 บาท เหตุใดเมื่อเกิดปัญหากับพระเพียง 1 องค์ จึงมีการพูดถึงการแสดงความรับผิดชอบในจำนวนเงินสูงถึง 9,000,000 บาท

คุณยายอายุมากแล้ว ก็ไม่อยากมีปัญหากับใครจึงรับเงินจำนวน 9 ล้านบาทไว้ พระองค์ที่เป็นต้นเหตุของข้อพิพาทครั้งนี้ คือ“เหรียญเสมาหลวงปู่ทิม 8 รอบ เนื้อทองคำลงยา”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน