เจ้าของสวนทุเรียนพาสามีแขนขาอ่อนแรง รพ.ไม่รับฟังประวัติการรักษา ก่อนอาการทรุดส่งต่อ เสียชีวิตจากเส้นเลือดในสมองแตก

วันที่ 12 ส.ค. 2569 ชาวบ้านส่งเสียงสะท้อนถึงผู้บริหารโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง จ.ระยอง หลังเกิดเหตุเจ้าของสวนทุเรียนพาสามีซึ่งมีอาการป่วยแขนขาอ่อนแรงเข้ารับการรักษา แต่ญาติระบุว่าเจ้าหน้าที่ไม่ใส่ใจรับฟังคำชี้แจง จนกระทั่งผู้ป่วยอาการทรุดหนักและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 สิงหาคมที่ผ่านมา หญิงเจ้าของสวนทุเรียนใน อ.แกลง จ.ระยอง ได้พาสามี ซึ่งมีอาการมือและเท้าอ่อนแรง รวมถึงเพิ่งหกล้มในห้องน้ำ ไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง

ระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังซักประวัติ หญิงพยายามแจ้งข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับประวัติการรักษาและยาที่สามีต้องรับประทาน โดยระบุว่าแพทย์ผู้ทำการรักษาเดิมในกรุงเทพมหานครเคยกำชับอย่างเคร่งครัดว่า ห้ามผ่าตัดหรือถอนฟันเด็ดขาด รวมถึงต้องระวังอาการเสี่ยงต่าง ๆ และหากต้องรักษาในพื้นที่ ให้ประสานแจ้งแพทย์ทางกรุงเทพฯ ทราบก่อน ในขณะนั้นนายบุญเลิศยังมีอาการพูดคุยปกติ แต่เจ้าหน้าที่ผู้ซักประวัติแสดงท่าทีไม่ใส่ใจคำอธิบายดังกล่าว

​ ต่อมา แพทย์ได้ฉีดยาให้ 1 เข็ม และให้นอนดูอาการ ก่อนจะจ่ายยาบรรเทาอาการปวดและลดไข้ แล้วอนุญาตให้ญาตินำกลับไปดูแลต่อที่บ้าน

​หลังจากออกจากโรงพยาบาล มาได้ประมาณ 1 กิโลเมตร สามีเริ่มมีอาการมือและเท้าแข็งเกร็งผิดปกติ ภรรยาจึงรีบพาย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลทันที แต่ปรากฏว่าแพทย์และพยาบาลชุดเดิมที่ตรวจอาการได้ออกเวรไปแล้ว

ทีมแพทย์และพยาบาลชุดใหม่จึงเข้าตรวจซ้ำและพบว่า ผู้ป่วยมีอาการสโตรก (Stroke – โรคหลอดเลือดสมอง) จึงรีบส่งตัวต่อไปอีกโรงพยาบาลเป็นการด่วน

สามี เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาล เป็นเวลาประมาณ 18 ชั่วโมง ก่อนจะเสียชีวิตด้วยสาเหตุ เส้นเลือดในสมองแตก

ภรรยา กล่าวด้วยความเสียใจว่า หากในตอนแรกแพทย์และพยาบาลยอมรับฟังคำอธิบายและประวัติการรักษาที่ตนพยายามสื่อสาร สามีของเธอก็อาจจะไม่ต้องมาเสียชีวิตเช่นนี้

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้โลกโซเชียลมีเดียมีการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของโรงพยาบาลแห่งนี้อย่างหนัก ประชาชนจำนวนมากที่เคยเข้าใช้บริการต่างแสดงความคิดเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงเวลาแล้วที่ผู้บริหารควรจัดอบรมและพัฒนาทักษะบุคลากรทางการแพทย์ โดยเฉพาะเรื่องการสื่อสารและความใส่ใจต่อผู้ป่วยและญาติ

อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านบางส่วนยังระบุว่า โรงพยาบาลแห่งนี้ ก็ยังมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ดีและปฏิบัติหน้าที่ด้วยความใส่ใจเปรียบเสมือนญาติเช่นกัน

​ในขณะที่ชาวบ้านรายอื่น ๆ ที่เคยเข้ารับการรักษาก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมว่า ปัญหาที่มักพบเจอส่วนใหญ่คือพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่บางราย เช่น การเล่นโทรศัพท์ขณะปฏิบัติงาน การปล่อยให้ผู้ป่วยรอนาน จนบางครั้งเกิดการโต้เถียงกันระหว่างผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน