ปอนด์ ณราวิชญ์ ควง “คุณแม่-อาม่า” ออกงานครั้งแรก! เผยเรื่องที่ไม่เคยเล่า แม่ป่วยตอนท้อง 8 เดือน ภูมิใจวันนี้เป็นเสาหลักได้ดูแลครอบครัว

ถือเป็นการออกงานด้วยกันครั้งแรก สำหรับ ปอนด์ ณราวิชญ์ ที่ล่าสุดควงคุณแม่และอาม่ามาร่วมงานเนื่องในโอกาสวันแม่ พร้อมเปิดเรื่องราวที่ไม่เคยเล่าที่ไหนมาก่อนว่า เมื่อครั้งคุณแม่ตั้งครรภ์ตนเองได้ 8 เดือน เกิดป่วยเป็นไข้เลือดออก จนคุณหมอให้คุณพ่อตัดสินใจว่าจะรักษาชีวิตแม่หรือลูกเอาไว้

โดย ปอนด์ เผยว่า เจ้าตัวรับรู้เรื่องราวที่คุณแม่ป่วยเป็นไข้เลือดออกขณะตั้งครรภ์มานานแล้ว แต่ไม่ค่อยกล้าเล่าให้ใครฟัง เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และรู้สึกเศร้าทุกครั้งที่นึกถึง พร้อมยอมรับว่าภูมิใจมากที่วันนี้สามารถเติบโต และก้าวมาถึงจุดนี้ได้

ครั้งแรกไหมที่พาแม่กับอาม่าออกงาน? “ครั้งแรกเลยครับ ปกติจะเป็นคนค่อนข้างขี้เขินหน่อย แต่พอเขารู้ว่าจะได้มาร่วมงานนี้ก็เต็มใจที่จะมา ผมไม่ค่อยได้บอกอะไรเท่าไหร่ เพราะคุณแม่กับอาม่ามีโอกาสมาดูผมเวลาออกอีเวนต์เยอะ เขาน่าจะเข้าใจว่าต้องทำอะไรบ้าง (ปกติวันแม่ทำกิจกรรมอะไร?) ถ้าในวันแม่เลยผมก็พยายามจะหาเวลาให้ได้อยู่กับที่บ้าน อย่างน้อยได้ทานข้าวเย็นด้วยก็ยังดี คือเราทำงานกันค่อนข้างโหดนิดนึง”

มีอะไรอยากบอกแม่กับอาม่า? “ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของคุณแม่แล้วก็หลานของอาม่า คือรู้สึกว่าช่วงเวลาชีวิตที่ได้เติบโตมา ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องราวหรือลำบากบ้าง แต่อย่างน้อยเขาก็เลี้ยงดูเรามาเป็นคนที่ดี ผมเชื่อแบบนั้น”

ขออนุญาตถามเรื่องที่คุณแม่เล่า รู้มานานหรือยัง? “ผมรู้มานานแล้วครับ แต่ไม่กล้าเล่าให้ใครฟังเท่าไหร่ ถ้าเกิดจะให้เล่าก็ต้องให้คุณแม่เป็นคนเล่าเอง มันค่อนข้างเป็นเรื่องที่อ่อนไหว จริงๆ เมื่อกี้ก็แอบตกใจนิดนึงที่คุณแม่กล้าเล่า (ครั้งแรกที่รู้เรื่องนี้?) เอาตรงๆ รู้สึกเศร้านะครับ สมมติเวลามีเรื่องราวที่โกรธคุณแม่ พอกลับมานึกเรื่องนี้เราจะให้อภัยคุณแม่ได้เสมอ คนท้องแปดเดือนก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านเรื่องเลวร้ายแบบนั้นไปได้”

ตอนนั้นเป็นเหมือนการตัดสินใจที่ยาก? “ตอนรู้ที่คุณแม่เล่าให้ฟังก็แอบตกใจนะ คือคุณหมอเขาให้เลือกไงในวันนั้น แต่ไม่เป็นไรอย่างน้อยคุณแม่ก็สู้อย่างเต็มที่ จนสามารถหายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ และได้มีผมออกมาด้วย”

พอมาวันนี้เรามีคนรักเยอะมาก ได้พูดอะไรกับคุณแม่ไหม? “ผมก็จะมีไปเล่นๆ กับเขาบ้าง แต่ส่วนตัวผมจะไม่ค่อยแสดงออกกับเขา 100% ว่าเรารักหรือยังไง แต่ผมจะเน้นที่การกระทำกับครอบครัว ผมกับแม่ผมสนิทกันมาก เหมือนเป็นเพื่อนกันเลย ชีวิตเราเจออะไรกันมาบ้างก็จะเล่าให้กันฟัง วันนี้ได้ไปงานนี้นะ ได้ทำอันนี้นะ ผมเชื่อว่าลึกๆ แล้วเขาได้รับฟังก็น่าจะมีความสุข”

คุณแม่กับอาม่าบอกไหมว่าพอได้เห็นเราในวันนี้เขาภูมิใจแค่ไหน? “ถ้าเกิดคุณแม่จะเป็นคนที่ไม่ค่อยพูด แต่คนที่จะพูดตลอดก็คืออาม่าของผมเอง เขาจะพูดทุกครั้ง ถ้าครั้งไหนได้มีโอกาสโทรหาผม หรือมีโอกาสพิมพ์ข้อความหาผม เวลามีงานใหญ่ๆ อาม่าก็จะส่งมาหาว่าภูมิใจมากๆ เก่งมากๆ เลย แอบคอยดูอยู่ตลอด”

ตอนนี้ได้บอกกับคุณแม่ไหมเพราะเราก็เป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว? “จริงๆ ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบพูดว่าวันนี้เราตั้งใจทำไปเพื่ออะไร เราไม่ได้อยากให้คุณแม่กับอาม่าเรารู้สึกว่าเป็นบุญคุณ หรือเป็นสิ่งที่เขานึกว่าวันนี้เราเลี้ยงดูเขา การที่เขาอยู่กับเรา เราอยากให้เขาสบายใจที่สุด

วันนี้เราเป็นเสาหลักแล้ว จะต้องดูแลครอบครัวเยอะ เราจะเน้นที่การกระทำมากกว่า ผมว่าลึกๆ แล้วเขาน่าจะรู้แหละ แต่อยากให้เขาสบายใจ ไม่อยากให้เขารู้สึกว่ามาทำให้ลูกเหนื่อย”

ภูมิใจไหม? “ภูมิใจมากนะครับ ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะมาอยู่ในจุดนี้เหมือนกัน เราก็รู้สึกว่าเราก็ใช้ชีวิตแบบเด็กคนนึงมาตลอด มีคุณแม่กับอาม่าที่คอยดูแลเรามาตลอด แค่เชื่อฟังคำสอนของคุณแม่กับอาม่า ทำอะไรให้คิดก่อนพูด เชื่อแบบนั้นมาตลอด”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน