หมอ ไขคำตอบ “น้ำฝน” ไม่ได้มีเชื้อหวัด ทำไมเด็กตากฝนถึงป่วยทุกที เพราะสาเหตุอะไร เผย 3 ข้อที่ควรทำทันที หากลูกเผลอโดนฝน ต้องทำอย่างไรบ้าง

วันที่ 13 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.นพเมศฐ์ ศรีจารุสิทธิ์ หรือ หมอยีน สูตินรีแพทย์ โพสต์ผ่านเพจเฟซบุ๊กชื่อ “คลอดกับหมอยีน” โดยระบุแคปชันว่า “น้ำฝนไม่ได้มีเชื้อหวัด… แล้วทำไมเด็กตากฝนทีไร ถึงป่วยทุกที?”

นพ.นพเมศฐ์ อธิบายเพิ่มเติมไว้ใต้โพสต์ดังกล่าวว่า “คุณแม่ครับ หยดน้ำฝนไม่ได้มีเชื้อหวัด และหยดน้ำฝนไม่ได้ทำร้ายลูกครับ”

เชื่อไหมครับว่า นี่คือความเข้าใจผิดที่ใหญ่ที่สุดอย่างหนึ่งในสังคมไทย ที่เล่าต่อ ๆ กันมาหลายเจนเนอเรชั่น จนทำให้พ่อแม่หลายคนรู้สึก “ผิด” ทุกครั้งที่เห็นลูกโดนฝน

ในทางการแพทย์ น้ำฝนคือน้ำ H₂O บริสุทธิ์ที่ตกลงมาจากฟ้า (แม้อาจมีฝุ่นละอองบ้าง) แต่มันไม่มี “เชื้อไวรัสไข้หวัด” ลอยปะปนอยู่ในหยดน้ำฝนลงมาจากเมฆแน่นอนครับ

แล้วทำไมเด็ก ๆ ถึงชอบป่วยหลังโดนฝนจริง ๆ

คำตอบไม่ได้อยู่ที่ “หยดน้ำ” แต่อยู่ที่ “สิ่งที่เกิดขึ้นกับร่างกาย” เมื่อสัมผัสความเย็นครับ เวลาที่ละอองฝนกระทบผิวหนังและศีรษะของเด็ก อุณหภูมิบริเวณผิวหนังจะลดลงอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะตอบสนองด้วยกลไกอัตโนมัติ คือ การหดตัวของเส้นเลือดฝอย (Vasoconstriction)

โดยเฉพาะเส้นเลือดฝอยบริเวณเยื่อบุทางเดินหายใจ เยื่อบุเยื่อเมือกในรูจมูก และลำคอ เมื่อเส้นเลือดฝอยหดตัว เลือดที่เคยนำ “เม็ดเลือดขาว” และ “ภูมิคุ้มกัน” มาคอยตรวจตราจับสิ่งแปลกปลอมในจมูก ก็น้อยลงตามไปด้วย พูดง่าย ๆ คือ เกราะป้องกันทางเดินหายใจของเด็กอ่อนกำลังลงชั่วคราว

ประจวบกับช่วงฝนตก อากาศจะมีความชื้นสูง อุณหภูมิเย็นลง ซึ่งเป็นสภาวะที่ไวรัสกลุ่ม Rhinovirus หรือ RSV เจริญเติบโตและลอยเคว้งอยู่ในอากาศได้ดีที่สุด พอเด็กที่มีเกราะป้องกันในจมูกอ่อนแอลง หายใจเอาอากาศที่มีไวรัสเข้าไป ไวรัสจึงยึดพื้นที่และเพิ่มจำนวนได้อย่างง่ายดาย

สรุปคือ น้ำฝนไม่ได้ทำให้เป็นหวัด แต่ความเย็นจากฝนทำให้ภูมิคุ้มกันด่านแรกของลูกลดลง จนไวรัสฉวยโอกาสโจมตี ต่างหากครับ

หมอไม่ได้บอกให้พาเด็ก ๆ ออกไปวิ่งเล่นกลางฝนตกหนักนะครับ เพราะนอกจากภาวะอุณหภูมิกายต่ำ (Hypothermia) แล้ว ละอองฝนในเมืองใหญ่อาจมีสารก่อการเคืองตาและผิวหนังได้

แต่ถ้าลูกเผลอโดนฝน สิ่งที่คุณแม่ต้องทำทันทีไม่ใช่การดุลูก หรือนั่งรู้สึกผิดครับ ให้รีบทำ 3 ข้อนี้

  1. เช็ดตัวและสระผมเป่าผมให้แห้งทันที : เพื่อให้อุณหภูมิบริเวณศีรษะและร่างกายกลับมาอบอุ่น เส้นเลือดฝอยจะได้ขยายตัวกลับมาส่งเม็ดเลือดขาวตามปกติ
  2. เปลี่ยนเสื้อผ้าที่แห้งและอบอุ่น : อย่าปล่อยให้ผ้าเปียกชื้นแนบผิวหนังนานๆ
  3. จิบน้ำอุ่น : ช่วยปรับอุณหภูมิภายในช่องคอและเพิ่มความชื้นให้เยื่อบุทางเดินหายใจ

การเลี้ยงลูกยุคนี้ การเข้าใจวิทยาศาสตร์เบื้องหลังอาการป่วย จะช่วยลดความกังวลของคุณแม่ไปได้เยอะมากครับ หากลูกมีอาการไข้สูง ซึม หอบเหนื่อย หรือกินนมไม่ได้ อย่าลังเลที่จะพาลูกมาพบแพทย์นะครับ เพราะบางครั้งอาจไม่ใช่แค่ไข้หวัดธรรมดา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน