เจ้าของ Station เส้นสด เล่าไทม์ไลน์ ดราม่าลูกค้านั่งยาว 5 ชั่วโมง สั่งอาหารจานเดียว เผยเป็นร้านอาหาร ไม่ใช่เวิร์กสเปซ ย้ายกระเป๋าเพราะมีโต๊ะจอง ยันไม่ได้ไล่ลูกค้า

กรณีร้าน Station เส้นสด ออกมาโพสต์ชี้แจง หลังลูกค้าเข้ามารีวิวร้าน และระบุถึงประเด็นอาหาร การบริการ รวมถึงพฤติกรรมของพนักงานและเจ้าของร้าน จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์นั้น

ต่อมาวันที่ 15 ส.ค.2569 คุณต้นหอม เจ้าของร้าน เปิดใจกับ “ข่าวสดออนไลน์” ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเล่าว่า ร้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนคาเฟ่ และโซนร้านอาหาร ซึ่งเป็นคนละร้านและมีเจ้าของคนละคน โดยร้านอาหารใช้ชื่อว่า “Station เส้นสด” ส่วนคาเฟ่ใช้ชื่อ “Husk of ธุระ” ขณะที่ชื่อร้านอาหารมีที่มาจากการให้เกียรติเจ้าของพื้นที่เดิม ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของคุณหลวงธุรประกาศ

คุณต้นหอม ระบุว่า ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเดินทางมาที่คาเฟ่ก่อน และมีการสอบถามทางคาเฟ่ว่า ร้านอาหาร Station เส้นสด และคาเฟ่เป็นร้านเดียวกันหรือไม่ ซึ่งทางคาเฟ่ได้ชี้แจงหลายครั้งว่าเป็นคนละร้านกัน

จากนั้นลูกค้าผู้หญิงที่เป็นคู่กรณีเดินเข้ามาที่ร้าน Station เส้นสด เพื่อสั่งอาหาร โดยประมาณเวลา 15.58 น. สั่งผัดไทย 1 จาน ก่อนนั่งพูดคุยและทำงานอยู่ที่ร้านเป็นเวลานาน โดยทางร้านระบุว่าลูกค้าเข้ามาตั้งแต่ประมาณ 13.00 น. และอยู่ต่อเนื่องจนถึงช่วงประมาณ 18.00 น.

กระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น. ลูกค้าได้ลุกออกจากโต๊ะเพื่อไปส่งเพื่อน และกลับมานั่งบริเวณริมน้ำ พร้อมฝากกระเป๋าไว้กับทางร้าน ทางพนักงานจึงเก็บโต๊ะและจัดพื้นที่ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากทางร้านมีลูกค้าจองโต๊ะล่วงหน้าอีกประมาณ 3-4 โต๊ะ พนักงานจึงจำเป็นต้องจัดโต๊ะเพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มดังกล่าว และเห็นว่ากระเป๋าของลูกค้าวางอยู่บนเก้าอี้ จึงเกรงว่าจะมีลูกค้าคนอื่นเดินชน ทำให้สิ่งของตกหล่นหรือได้รับความเสียหาย จึงย้ายกระเป๋าไปวางบริเวณหน้ากล้องวงจรปิดใกล้ทางออก

เมื่อเจ้าของกระเป๋ากลับมาและเห็นว่ามีการย้ายของ จึงสอบถามถึงสาเหตุ รวมถึงถามถึงเครื่องดื่มที่เหลืออยู่ โดยพนักงานยืนยันว่าเก็บไว้ให้ ทางร้านจึงนำเครื่องดื่มและน้ำแข็งไปให้ลูกค้าที่บริเวณริมน้ำ

จากนั้นลูกค้าได้สอบถามว่าใครเป็นผู้จัดการร้าน ก่อนที่คุณต้นหอมจะแนะนำตัวว่าเป็นเจ้าของร้าน พร้อมชี้แจงว่า ลูกค้านั่งอยู่ที่ร้านตั้งแต่ประมาณ 13.00-18.00 น. ขณะที่ร้านเป็นร้านอาหารและมีลูกค้าจองโต๊ะต่อ จึงจำเป็นต้องจัดพื้นที่ เพราะทางร้านไม่ได้มีลักษณะเป็นคาเฟ่หรือเวิร์กสเปซที่สามารถนั่งทำงานได้ตลอดทั้งวัน

คุณต้นหอม ยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาไล่ลูกค้าออก และยังนำน้ำกับน้ำแข็งไปให้ลูกค้านั่งบริเวณริมน้ำต่อ ก่อนลูกค้าจะนั่งอยู่ประมาณ 20 นาทีและเตรียมเดินทางกลับ

คุณต้นหอม เล่าต่อว่า ก่อนกลับ ลูกค้าได้ชะโงกหน้าเข้ามาบริเวณร้านและพูดว่า เดิมตั้งใจจะกลับมารับประทานอาหารอีกมื้อ แต่จะไม่รับประทานแล้ว และระบุว่าจะไม่กลับมาใช้บริการอีก ทางร้านจึงตอบเพียงว่า “ไม่เป็นไรค่ะ ยินดีค่ะ” ก่อนลูกค้าจะพูดในลักษณะไม่พอใจและตะโกนว่า “ร้านห่วยแตก” จากนั้นจึงเดินทางกลับ

หลังเกิดเหตุ ลูกค้าได้โพสต์รีวิวผ่าน Google Maps และช่องทางโซเชียลมีเดีย โดยวิจารณ์ทั้งเรื่องอาหารและการบริการ รวมถึงระบุว่าการบริการของพนักงานและเจ้าของร้านไม่เหมาะสม รวมถึงมีการพาดพิงถึงเรื่องเพศ

คุณต้นหอม กล่าวว่า หลังเห็นรีวิว ทางร้านได้แคปข้อความทั้งหมดไว้ และช่วงแรกพยายามเลือกที่จะไม่ตอบโต้ เพราะมองว่าลูกค้าคือลูกค้า และไม่ต้องการมีปัญหาหรือต่อล้อต่อเถียง แต่เมื่อมีบางประเด็นที่มองว่าเกินขอบเขต จึงตัดสินใจออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของทางร้าน

ส่วนกรณีที่ลูกค้ารีวิวว่าอาหารไม่สดและรสชาติไม่อร่อย คุณต้นหอม กล่าวว่า เรื่องรสชาติเป็นความชอบส่วนบุคคล ซึ่งยอมรับว่าความอร่อยของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่หากลูกค้าพบว่าอาหารไม่สดหรือไม่ได้คุณภาพ สามารถแจ้งทางร้านได้ทันที เพราะทางร้านพร้อมเปลี่ยนอาหารหรือทำจานใหม่ให้ รวมถึงสามารถให้ลูกค้านำกลับไปรับประทานที่บ้านได้ แต่ในเหตุการณ์ดังกล่าว ลูกค้าไม่ได้แจ้งปัญหาเกี่ยวกับอาหารกับทางร้าน

นอกจากนี้ คุณต้นหอม ระบุว่า ลูกค้ายังรับประทานผัดไทยไม่หมด โดยช่วงประมาณ 17.00 น. พนักงานเข้าไปเก็บจานและยังพบว่ามีอาหารเหลืออยู่ จึงมองว่าการจะบอกว่าอาหารไม่อร่อยเป็นความคิดเห็นส่วนบุคคล แต่หากเป็นเรื่องคุณภาพหรือความสด ทางร้านยินดีรับผิดชอบหากได้รับการแจ้งในขณะนั้น

คุณต้นหอม ยังเปิดเผยเพิ่มเติมว่า ลูกค้ากลุ่มดังกล่าวเคยมาใช้บริการก่อนหน้านี้แล้ว โดยครั้งแรกเดินทางมากับเพื่อนประมาณ 3 คน และนั่งพูดคุยกันประมาณ 4 ชั่วโมง และได้คูปองของทางร้าน ซึ่งเป็นโปรโมชั่นในช่วงเปิดร้านเมื่อเดือนเมษายน โดยลูกค้าที่มียอดสั่งซื้อครบ 1,000 บาท สามารถจับสลากรับอาหารภายในร้านได้

ในกรณีดังกล่าว ลูกค้าเคยจับได้คูปอง 2 ใบ จึงเอามาใช้บริการ แต่เงื่อนไขของร้านคือต้องเปิดบิลโต๊ะด้วย แต่ลูกค้าไม่ได้เปิดยอดใช้จ่ายตามเงื่อนไขที่ร้านกำหนด อย่างไรก็ตาม ทางร้านไม่ได้ติดใจและอนุญาตให้ใช้คูปองดังกล่าวได้

สำหรับการมาใช้บริการครั้งล่าสุด คุณต้นหอม ย้ำว่า ลูกค้ารู้อยู่แล้วว่าคาเฟ่และร้านอาหารเป็นคนละร้านกัน เนื่องจากทางคาเฟ่เคยแจ้งลูกค้ากลุ่มดังกล่าวหลายครั้ง และก่อนที่ลูกค้าจะเดินเข้ามาที่ Station เส้นสด เพื่อนของลูกค้ายังมีการพูดคุยกับทางคาเฟ่ว่าจะไปนั่งที่ร้านอาหาร

ซึ่ง ทางร้านพยายามให้บริการลูกค้าอย่างเต็มที่ แม้ไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการเซอร์วิสชาร์จ เนื่องจากต้องการให้ลูกค้ามารับประทานอาหารในบรรยากาศสบาย ๆ เป็นอาหารแบบ “คอมฟอร์ตฟู้ดบ้าน ๆ” และยอมรับว่าการบริการของร้านอาจไม่ได้เทียบเท่าโรงแรมหรือร้านอาหารระดับสูงที่มีการเรียกเก็บค่าบริการ

“ความอร่อยของลูกค้าแต่ละคนไม่เท่ากัน เรารับฟังได้ แต่ถ้าอาหารไม่สดหรือไม่ได้คุณภาพ สามารถแจ้งเราได้เลย เราพร้อมเปลี่ยนให้ใหม่ แต่ครั้งนี้ลูกค้าไม่ได้แจ้งอะไรกับเราเลย” คุณต้นหอม กล่าว

ส่วนกรณีที่มีการโพสต์วิจารณ์ร้าน ทางร้านได้โพสต์ชี้แจงในเพจช่วงประมาณ 20.00-21.00 น. ของวันเกิดเหตุ โดยนำข้อความที่ลูกค้าโพสต์มาเผยแพร่ให้ลูกค้าของร้านได้รับทราบ พร้อมอธิบายเหตุการณ์ในมุมของทางร้าน

คุณต้นหอม ย้ำว่า การออกมาชี้แจงไม่ได้มีเจตนาจะด่าหรือโจมตีลูกค้า แต่ต้องการให้สังคมได้รับฟังข้อมูลจากทั้งสองฝ่าย เนื่องจากมองว่าบางพฤติกรรมของลูกค้าไม่เหมาะสม และการให้เกียรติกันควรเกิดขึ้นทั้งสองฝ่าย

“เราเป็นมนุษย์เหมือนกัน ทุกคนมีคุณค่าความเป็นมนุษย์เท่ากัน การให้เกียรติซึ่งกันและกันก็ควรได้รับด้วยกัน เราให้เกียรติลูกค้าทุกคนเท่าเทียมกัน แต่ในเมื่อมีการแสดงกิริยาแบบนี้ เราก็ไม่สามารถให้บริการได้เหมือนลูกค้าท่านอื่น” คุณต้นหอม กล่าว

ทั้งนี้ คุณต้นหอม ยืนยันว่า ตลอดเหตุการณ์ทางร้านไม่ได้โต้เถียงหรือใช้ถ้อยคำรุนแรงกับลูกค้า โดยตอบกลับเพียง “ขอบคุณค่ะ” และ “ยินดีค่ะ” พร้อมยอมรับว่าความรู้สึกหรือความพอใจของลูกค้าเป็นสิ่งที่แต่ละคนตัดสินใจเอง แต่ทางร้านขอชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมของตนเองเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน