พ่อจีน ขุดหลุมศพลูกสาว 2 ขวบ หวังช่วยให้ทำใจเรื่องความตาย หลังลูกป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง ก่อนปาฏิหาริย์หายป่วย กลายเป็นสวนดอกไม้แทน
วันที่ 15 ส.ค. 69 สื่อต่างประเทศ รายงานว่า พ่อชาวจีนตัดสินใจขุดหลุมศพไว้ในที่ดินของครอบครัว และพาลูกสาววัย 2 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงตั้งแต่กำเนิด ลงไปนอนเล่นด้วยกัน หวังให้ลูกคุ้นเคยลดความหวาดกลัวต่อความตาย
จางลี่หย่ง ผู้เป็นพ่อ ตัดสินใจขุดหลุมศพ หลังลูกสาววัย 2 ขวบป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมียชนิดรุนแรงตั้งแต่กำเนิด ต้องได้รับการถ่ายเลือดเป็นประจำ และเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนด้านพัฒนาการและหัวใจ
ขณะที่ครอบครัวมีรายได้เพียงเดือนละ 2,500 หยวนหรือราว 12,200 บาท แต่ต้องแบกรับค่ารักษามากกว่า 140,000 หยวนหรือราว 7 แสนบาทภายใน 2 ปี จนเงินเก็บแทบหมด แม้จะได้รับความช่วยเหลือจากคนในชุมชน
โดยผู้เป็นพ่อ เผยว่า เขาเรียกหลุมศพที่ขุดไว้ให้ลูกสาวแห่งนี้ว่า “ที่พักสุดท้าย” เพราะหวังให้ลูกของเขาคุ้นเคยกับหลุมศพและลดความหวาดกลัวต่อความตาย
การกระทำดังกล่าวสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก บางคนเห็นใจและเรียกร้องให้ภาครัฐช่วยเหลือ ขณะที่บางส่วนมองว่า เป็นการละเมิดข้อห้ามทางวัฒนธรรมและใช้ความทุกข์ของลูกเพื่อเรียกร้องความสนใจ

ภาพประกอบ
อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของครอบครัวได้รับความสนใจไปทั่วประเทศ จนนำไปสู่การระดมทุนช่วยเหลือ และรัฐบาลท้องถิ่นเข้ามารับผิดชอบค่ารักษาส่วนใหญ่ ต่อมาในเดือนสิงหาคมปีเดียวกัน
ต่อมาในปีเดียวกัน แม่ได้ให้กำเนิดลูกอีกคน ครอบครัวจึงเก็บเลือดจากสายสะดือไว้ ก่อนที่ลูกสาวจะเข้ารับการปลูกถ่ายสเต็มเซลล์จากเลือดสายสะดือเป็นเวลานานถึง 8 ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นแนวทางรักษาที่อาจช่วยให้โรคดีขึ้นอย่างถาวร
หลังผ่านช่วงพักฟื้น ผลตรวจเลือดของลูกกลับมาอยู่ในระดับปกติ และไม่จำเป็นต้องถ่ายเลือดทุกเดือนอีกต่อไป เหลือเพียงการฟื้นฟูร่างกายอย่างสม่ำเสมอ
ปัจจุบันเธอเติบโตเป็นเด็กร่าเริง ชื่นชอบการวาดรูปและเต้นรำ อีกทั้งมีผลการเรียนดี โดยครอบครัวยังเปลี่ยนหลุมศพเดิมให้กลายเป็นสวนทานตะวัน และเรียกอย่างอบอุ่นว่า “สวนมหัศจรรย์ของซินเหล่ย” พร้อมมองว่าเป็นสัญลักษณ์ของชีวิตใหม่และความโชคดีของครอบครัว
ขอบคุณที่มา scmp
เรียบเรียงโดยทีมข่าวสดออนไลน์