ชนนพัฒฐ์ พร้อมต่อสู้คดีเว็บพนัน พิสูจน์ข้อเท็จจริง ขอให้ศาลชี้ขาด ไม่อยากให้สังคมตัดสินจากข้อกล่าวหา ยันเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม
วันที่ 15 ส.ค. 2569 นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีศาลแขวงสงขลา รับฟ้องคดีทำเว็บพนันออนไลน์ ว่า ขอให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้พิสูจน์ความจริง
จากกรณีที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับคดีที่ผมตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา และขณะนี้ศาลได้มีคำสั่งประทับรับฟ้องนั้น ผมรับทราบถึงความสนใจ ความกังวล ตลอดจนคำถามต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมอยู่ท่ามกลางข้อกล่าวหา ข้อสงสัย และคำวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมมาเป็นเวลานาน หลายครั้งผมเลือกที่จะไม่ตอบโต้ผ่านสื่อ เพราะผมเชื่อมาโดยตลอดว่า ข้อกล่าวหาควรได้รับการพิสูจน์ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานภายใต้กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ตัดสินกันด้วยกระแสของสังคม
วันนี้ เมื่อคดีเดินมาถึงขั้นตอนของศาล ผมไม่ได้ต้องการหลีกหนีจากกระบวนการดังกล่าว ตรงกันข้าม ผมต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างเต็มที่ เพื่อใช้สิทธิในการต่อสู้คดี นำข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณา และพิสูจน์ข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นกับผมต่อหน้ากระบวนการที่ผมให้ความเคารพและเชื่อมั่น
สำหรับผม ศาลคือสถานที่ที่ข้อกล่าวหาและข้อเท็จจริงจะได้รับการพิจารณาตามกฎหมายและพยานหลักฐาน
ผมเชื่อมั่นในความเป็นอิสระขององค์กรศาล เชื่อมั่นว่าการพิจารณาคดีจะดำเนินไปตามหลักกฎหมายและพยานหลักฐาน โดยปราศจากการแทรกแซงจากบุคคลหรืออำนาจใด ๆ และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ผมต้องการเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพื่อให้ข้อเท็จจริงทั้งหมดได้รับการพิสูจน์อย่างเป็นธรรม
ผมอยากให้ศาลเป็นผู้ชี้ขาด ไม่ใช่ให้กระแสสังคมเป็นผู้ชี้ขาด หากวันหนึ่งกระบวนการยุติธรรมดำเนินไปจนถึงที่สุด และศาลมีคำพิพากษาออกมา ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ผมพร้อมเคารพคำตัดสินนั้น เพราะเมื่อถึงวันนั้น คำพิพากษาของศาลจะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุดต่อข้อกล่าวหาและข้อสงสัยที่เกิดขึ้นกับผมมาโดยตลอด
ผมเข้าใจดีว่า ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมย่อมต้องถูกตรวจสอบจากประชาชน และผมไม่เคยคิดว่าตำแหน่งทางการเมืองควรทำให้บุคคลใดอยู่เหนือกฎหมาย ในทางกลับกัน ผมพร้อมเข้าสู่กระบวนการเดียวกันกับประชาชนทุกคน และใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
นอกจากคดีที่ปรากฏเป็นข่าวในขณะนี้ ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมายังมีข้อครหาและข้อกล่าวหาอีกหลายประเด็นที่เกิดขึ้นกับผม ผมพร้อมเผชิญและพิสูจน์ข้อเท็จจริงในทุกเรื่องผ่านช่องทางและกระบวนการตามกฎหมาย
เพราะผมเชื่อว่า การตอบข้อสงสัยของสังคมที่ดีที่สุด ไม่ใช่การที่ผมออกมาประกาศด้วยตัวเองว่าผมถูกหรือผิด แต่คือการเปิดโอกาสให้ข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานได้รับการตรวจสอบ และให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ให้คำตอบ
วันนี้ผมจึงไม่ได้ออกมาเพื่อขอให้ทุกคนเชื่อผม และไม่ได้ออกมาเพื่อโต้เถียงกับผู้ที่ตั้งคำถามต่อผม ผมขอเพียงโอกาสในการต่อสู้และพิสูจน์ตัวเองตามสิทธิที่กฎหมายให้ไว้ ผมไม่ขอให้สังคมเชื่อผมเพียงเพราะคำชี้แจงของผม และผมก็ไม่อยากให้สังคมตัดสินผมเพียงเพราะข้อกล่าวหาที่ปรากฏในวันนี้
ขอให้พยานหลักฐาน ข้อเท็จจริง และกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ให้คำตอบ เมื่อถึงวันที่กระบวนการทั้งหมดสิ้นสุดลง ผมพร้อมให้คำตัดสินของศาลเป็นคำตอบต่อทุกข้อสงสัยของสังคม
ผมยังคงเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม เชื่อมั่นในความเป็นอิสระขององค์กรศาล และพร้อมเดินเข้าสู่กระบวนการนั้นอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความจริง ไม่ใช่ด้วยคำพูดของผม แต่ด้วยข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่อหน้าศาล