“หลวงพ่ออดุล” กลับมาจำวัดแล้ว หลังเข้ารพ.เมื่อคืน กำลังใจยังดี บอกญาติโยมไม่ต้องห่วง ชินกับเรื่องนี้แล้ว ไม่มีผลกระทบต่อจิตใจ พร้อมวอนอย่าตำหนิวัด
วันที่ 16 ส.ค. 2569 ที่วัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีคนในชุมชนและญาติโยม รวมทั้งผู้ที่ทราบข่าวข้อพิพาทที่ดินของวัด มาติดตามความเคลื่อนไหวและร่วมให้กำลังใจพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม และคณะสงฆ์ของวัดอย่างต่อเนื่อง
ภายหลังจากพระครูอดุลสารนิเทศถูกส่งตัวด่วนเข้ารับการรักษาเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา จากอาการอ่อนเพลีย ส่งผลให้ความดันโลหิตต่ำ โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการฟอกไต พักผ่อนน้อย และความเครียดจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ก่อนจะกลับมาจำวัดได้ตามปกติ
โดยญาติโยมยังคงนำสังฆทาน จตุปัจจัย และภัตตาหารเช้ามาถวายให้แก่เจ้าอาวาส รวมทั้งคณะสงฆ์ของวัด ขณะที่บางส่วนได้ช่วยกันทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกวัด โดยเฉพาะบริเวณโดยรอบศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพื้นที่ส่วนกลางต่าง ๆ เพื่อให้เกิดความสะอาดเรียบร้อย รองรับคลื่นมหาชนที่มาติดตามความเคลื่อนไหวของวัดอย่างเนืองแน่น ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง ที่มารักษาความปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกวัดอย่างเข้มงวด
พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม กล่าวว่า ไปโรงพยาบาลเมื่อคืนนี้เพราะออกซิเจนต่ำ เมื่อไปพบแพทย์และได้รับออกซิเจนก็มีอาการดีขึ้น และกลับมาที่วัดเมื่อเวลา 00.30 น. โดยแพทย์กำชับว่า หากมีอาการอีกให้มาพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ได้เลย
“อาการที่เป็นไม่ได้ตำหนิญาติโยมหรือสื่อมวลชนที่มาพบมาหาจำนวนมาก แต่เป็นเพราะเป็นวันฟอกไต จากที่เคยฟอกไตในวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ก็เปลี่ยนมาฟอกไตในวันเสาร์ ซึ่งใช้เวลาประมาณ 4 ชม. ร่างกายจึงเกิดอาการเปลี่ยนแปลงเท่านั้นเอง จึงขอให้ญาติโยมไม่ต้องเป็นห่วง หลวงตายังสบายดีและชินกับเรื่องนี้แล้ว ไม่มีผลกระทบต่อจิตใจแต่อย่างใด”
พระครูอดุลสารนิเทศ กล่าวต่อว่า หากจะบริจาคให้วัด ขอให้บริจาคผ่านเข้าบัญชีวัดโดยตรงผ่านธนาคาร และอย่าบริจาคผ่านคนกลาง วัดไม่มีคนกลาง และวัดนี้ไม่มีตู้บริจาค หากจะบริจาคให้ผ่านธนาคารเท่านั้น เพราะเกรงว่ามิจฉาชีพจะนำไปหาผลประโยชน์ หากผู้ที่มีจิตศรัทธาต้องการทำบุญ ขอให้มาทำบุญด้วยตัวเอง
“เมื่อคืนที่ผ่านมา เดี๋ยวทางคู่กรณีจะหาว่าโดนแค่นี้ก็ป่วยแล้ว ยังไม่ป่วย ฝ่ายนั้นก็อย่าหาว่าหลวงพ่อพลาดพลั้ง และอย่ามาสั่งพระ อย่ามาต่อว่าพระ อยากทำอะไรก็ขอให้มาช่วยกันทำจะดีกว่า”