เท้ง โต้ตรวจเข้มฮั้วสว. ไม่เกี่ยวแตกพรรคน้ำเงิน ไม่ขัด‘ไอซ์’เรียกร้องอย่าอยู่เฉยกับคลิปเสียงอ้างเบื้องบน ดักคอกลุ่มการเมือง-นักร้องใช้มาตรฐานเดียวกัน ขู่รัฐบาลปรับครม.หนี เจอปชช.ตัดสินเลือกตั้งครั้งหน้า

เมื่อเวลา 13.25 น.วันที่ 17 ส.ค.2569 ที่อาคารอนาคตใหม่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน(ปชน.) ให้สัมภาษณ์กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ระบุคดีฮั้วสว. ไม่เกี่ยวกับฝ่ายรัฐบาล และหากพรรคประชาชนชนะเลือกตั้งคงไม่ตรวจสอบว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ใช่การพิสูจน์ทราบเพื่อสิ้นข้อสงสัย

ตนเชื่อว่านายกฯ อยู่ในการเมืองมานาน รู้อยู่แล้วว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเพียงแค่การมีมูลอันควรเชื่อได้ว่า ก็นำมาอภิปรายไม่ไว้วางใจได้แล้ว ซึ่งเป็นกระบวนการปกติมากในสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะฝ่ายค้าน ผ่านการจัดเวทีเสวนาคดีฮั้วสว. จะเห็นว่าเรามีหลักฐานชี้ชัดว่า ขบวนการครั้งนี้มีการจัดตั้ง แลกเปลี่ยน รับผลประโยชน์แน่นอน ที่เรียกกันว่าขบวนการโกงสว.

จากคำให้การของพยาน รวมถึงหลักฐานการจองโรงแรม เส้นทางการเงิน ก็ควรจะพาดพิงกลับไปยังพรรคการเมือง นักการเมืองที่สังกัดพรรคภูมิใจไทย ดังนั้น เรื่องนี้ปฏิเสธได้ยากที่จะใช้เทคนิคบังคับกฎหมาย เพื่อมาสกัดไม่ให้เรื่องนี้เข้าสู่กระบวนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่าถ้าชนะเลือกตั้ง จะไม่ตรวจสอบใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า พรรคประชาชนทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ ประเด็นการโกงสว. หลักฐานชัดมาก จึงไม่มีอะไรที่อยากเรียกร้องไปมากกว่าอยากให้นายกฯ และรัฐบาลเป็นนักการเมืองก็ควรถูกตรวจสอบได้จากสภาฯ

เมื่อถามว่ามีประเด็นเรียกร้องให้ตรวจสอบ สว.สีส้ม ด้วย จะตรวจสอบควบคู่กันหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราตรวจสอบทุกคนอยู่แล้ว แต่ในกระบวนการเลือกสว. ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไม่ได้ห้ามเรื่องการแนะนำตัวผู้สมัครแต่ละคนได้ เป็นกระบวนการที่ควรเป็นด้วยซ้ำ เพราะแต่ละคนต่างที่มา ต่างกลุ่มอาชีพ การที่จะให้รู้จักกัน ที่จะตัดสินใจลงคะแนนก็จะยาก

ฉะนั้น กระบวนการแนะนำตัวไม่ได้ขัดต่อระเบียบ กกต. แต่สิ่งที่ทำให้ผิด คือการสัญญาว่าจะให้ เรื่องผลตอบแทนด้านการเงิน ตำแหน่งต่างๆ ที่เราเรียกว่ากระบวนการโกง สว. ยืนยันว่าตรวจสอบทุกคน เพียงแต่หลักฐานที่เรามี อิงไปถึงบุคคลที่อยู่ตามคำร้อง ที่ตอนนี้รอมติ กกต. วันที่ 31 ส.ค.นี้

เมื่อถามว่าทำไมถึงมาตรวจสอบตอนนี้ เป็นเพราะแตกกับฝั่งสีน้ำเงินใช่หรือไม่ คลิปเสียงก็ออกมาตั้งแต่ช่วงนั้น แต่พรรคประชาชนก็เพิกเฉย บอกว่าให้เป็นการดำเนินการของ กกต. นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอด แต่หลักฐานอาจจะมีทั้งเก่าและใหม่

หลักฐานที่ได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เกิดจากคนในขบวนการนี้ ส่งข้อมูลหลักฐานมาให้ จึงขอ ยืนยันว่าเราตรวจสอบเรื่องนี้มาตลอดอยู่แล้ว ยิ่งหลักฐานที่เราได้มากขึ้นทุกวัน ก็จะเป็นสิ่งที่มัดตัวการกระทำผิดจากฝั่งรัฐบาล ที่เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้พรรคภูมิใจไทยมีส่วนพัวพันกับขบวนการโกงเลือก สว.จริงๆ

เมื่อถามว่าพอจะบอกได้หรือไม่ว่าคลิปเสียงที่อ้างถึงเบื้องบนล่าสุด หมายถึงใคร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรายืนยันคุ้มครองแหล่งที่มาของข้อมูลและเชื่อว่านายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เป็นคนเปิดเผยข้อมูลก็ไม่ให้ชื่อเหมือนกัน

เมื่อถามว่ามีดราม่าที่มีนักวิชาการและนักวิเคราะห์ไม่เห็นด้วยที่ น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้คนรักสถาบันอย่าอยู่นิ่งกับคลิปเสียง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ถ้ามองในภาพกว้างจริง ประเทศไทยมีระบบการเมืองที่อนุญาตให้กลุ่มคนที่มีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงครามทำลายล้างระบบการเมือง จึงเป็นที่มาที่รณรงค์ในอดีตและมีการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย

แต่ขณะเดียวกัน คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ก็ไม่ได้เอามาเป็นประเด็นในการรณรงค์ อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าแก้ไขระบบการเมืองของพรรคประชาชน เราดำเนินการแก้ไขในส่วนอื่นๆ อยู่ ไม่ว่าการแก้ฐธรรมนูญ การแก้ไขให้องค์กรอิสระยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด

ถ้าเห็นในคลิปเสียงว่ามีการพาดพิงถึงเบื้องบน จะเห็นบางกลุ่มบางก้อนการเมืองในอดีต หรือนักร้อง ก็จะร้องทำลายล้างมายังพรรคประชาชนมาโดยตลอด ซึ่งกรณีนี้ ในคลิปเสียงก็มีหลักฐานค่อนข้างชัด จึงอยากให้ประชาชนลองดูว่ากลุ่มก้อนทางการเมืองเหล่านั้น นักร้องต่างๆเหล่านั้น จะเอาประเด็นนี้เขียนคำร้อง ร้องคนที่อยู่ในกลุ่มก้อนการเมืองฝั่งเดียวกับตนเองหรือไม่

การร้องในส่วนนี้เป็นประเด็นต่างๆ ที่ชี้ให้เห็นชัดที่สุดว่า สิ่งที่ตนพูดมาทั้งหมดในภาพใหญ่ ว่าปัจจุบันประเทศไทยอยู่ในระบบการเมืองที่เปิดโอกาสให้คนมีอำนาจใช้กระบวนการนิติสงคราม ทำลายล้างทางการเมืองมากกว่าการปกป้องคุ้มครองสถาบันที่เป็นที่รักของพวกเราทุกคน

เมื่อถามว่าแสดงว่าพรรคประชาชน เรียกร้องให้มีการยื่นคำร้องคดีตาม ม.112 ด้วยใช่หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่สามารถเรียกร้องอะไรได้ แต่พูดให้เห็นเส้นมาตรฐาน และให้ประชาชนเป็นคนตัดสินเองว่าการตัดสินใจดำเนินการในลักษณะเดียวกัน ถ้าปิดหน้าปิดชื่อ ไม่ได้ดูว่ามาจากกลุ่มก้อนการเมืองไหน สังกัดพรรคไหน หรือเป็นพรรคพวกใคร มีการดำเนินการแบบเดียวกันหรือไม่

เห็นได้ชัดว่าการร้องหรือไม่ร้องใครในเรื่องข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน อาจจะเป็นการเลือกปฏิบัติ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อโจมตีทางการเมืองเท่านั้น

เมื่อถามว่าจะไม่ขัดกับหลักการพรรคใช่หรือไม่ที่ไม่ควรร้องคดี ม.112 นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หลักการของพรรคประชาชนยืนยันมาโดยตลอดว่า มุ่งหวังให้เป็นสถาบันที่อยู่คู่กับสังคมไทย และการจะทำแบบนั้นได้ เราจะต้องปรับปรุงระบบกฎหมาย ระบบการเมืองที่จะนำไปสู่จุดนั้น แต่เชื่อว่าไม่มีข้อกังวลใด

เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปก่อน จะทำอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า หากดูบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ก่อนปรับ ครม. หากมีข้อชี้แจงก็ต้องเข้ามาชี้แจงต่อสภาฯ ตนเชื่อว่า สิ่งที่ประชาชนต้องการจะได้จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้คือฝ่ายรัฐบาลพร้อมเข้ามาชี้แจงและตอบข้อคำถามทุกคำถาม

การกล่าวหาจากฝ่ายค้านที่ทำหน้าที่ถ่วงดุลตรวจสอบ ถ้าจงใจปรับ ครม.เพื่อเลี่ยงการตรวจสอบ สุดท้ายคนที่ตัดสินรัฐบาลได้ดีที่สุดก็คือประชาชนผ่านการเลือกตั้งครั้งหน้า

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน