“ป้าดา” บุกสำนักพุทธฯ ยื่นขอดูหนังสือจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม พร้อมย้ำ! ไม่ได้มาทวงที่ดิน แต่ต้องการพิสูจน์ความจริงด้วยหลักฐาน ลั่น! ไม่รู้สึกเหนื่อย พร้อมสู้ต่อ บ่ายวันศุกร์รู้ผลแน่

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 18 ส.ค.2569 ที่สํานักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ น.ส.ชมมณี น้อยจันทร์ อายุ 62 ปี หรือป้าดา พร้อมผู้ติดตาม เดินทางมายัง สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถนนพุทธมณฑลสาย 4 ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม เพื่อขอตรวขสอบหลักฐานการจัดตั้งวัดป่าอดุลยาราม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ว่ามีการขออนุญาต จัดตั้งวัดตามกฎระเบียบของสำนักพุทธฯ และ พรบ.สงฆ์ หรือไม่

หลังจากก่อนหน้านี้ไม่พบรายชื่อวัดป่าอดุลยาราม ในทำเนียบของสำนักงานพระพุทธศาสนาชาติ โดยมี นายธีรเดช จันทรัตน์ ผู้อำนวยการ สำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นตัวแทนลงมารับหนังสือ

โดยป้าดา เปิดเผยภายหลังยื่นหนังสือว่า ต้องการตรวจสอบเอกสารสำคัญ ทั้งเอกสารเกี่ยวกับการขอจัดตั้งวัด หนังสือถวายฎีกา รวมถึงเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้นัดหมายให้เข้ามาตรวจสอบเอกสารในช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.นี้

ป้าดา ระบุว่า ที่ผ่านมาตนและครอบครัวพยายามขอตรวจสอบ และขอถ่ายสำเนาเอกสารดังกล่าวมานานหลายปี รวมถึงเคยยื่นคำร้องหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับเอกสารตามที่ร้องขอ จึงต้องการให้ครั้งนี้เป็นการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา ทุกฝ่ายควรมีโอกาสตรวจสอบว่าอะไรถูกหรือผิด หากท้ายที่สุดพบว่าฝ่ายครอบครัวเข้าใจผิด ก็พร้อมยอมรับข้อเท็จจริง

ส่วนสาเหตุที่ต้องการเห็นเอกสารทั้งหมดก่อน ป้าดา ระบุว่า ครอบครัวต้องการตรวจสอบที่มาที่ไปของวัดป่าอดุลยราม และยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนารังแกพระ หรือโจมตีวัด เพียงต้องการตามหาความจริง ยอมรับว่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อคนในครอบครัวอย่างมาก จนทายาทหลายคนล้มป่วย

ป้าดา ยังกล่าวว่า จากข้อมูลที่มี รวมถึงข้อมูลจากสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ยืนยันว่าโฉนดที่ดินยังเป็นชื่อของนายเฮียง และครอบครัวยังมีหลักฐาน ส.ค.1 เลขที่ 56 โดยยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวไม่ใช่ที่สาธารณะ แต่เป็นที่ดินที่มีการจับจอง ก่อนจะมีการออกโฉนดอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี33

ส่วนกรณีที่มีข้อมูลว่า พื้นที่ดังกล่าวในอดีตเคยเป็นป่าช้าฝังศพ ป้าดา ระบุว่า ในอดีตพื้นที่บริเวณนี้เป็นป่า และในยุคนั้นผู้ที่เข้าไปจับจองพื้นที่ก็ต้องแจ้งสิทธิ์ เพื่อนำไปสู่กระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ต้องการสรุปข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ จนกว่าจะได้ตรวจสอบเอกสารทั้งหมดในวันศุกร์นี้

สำหรับกรณีที่มีการถามถึงหมายเรียก ให้เดินทางไปจังหวัดขอนแก่น ป้าดา ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีทายาทคนใดได้รับหมายเรียก และขอให้รอตรวจสอบเอกสารจากสำนักงานพระพุทธฯก่อน จากนั้นจึงจะพิจารณาว่า จำเป็นต้องเดินทางไปตรวจสอบข้อมูลหรือประสานหน่วยงานใดเพิ่มเติมหรือไม่

ป้าดา เปิดเผยอีกว่า ในการร้องขอครั้งนี้ เชื่อว่าจะได้รับเอกสารตามที่ร้อง เนื่องจากผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติรับปากแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไร ยังไม่คิดล่วงหน้า หรือสรุปแทนผลการตรวจสอบ ขอให้ได้เห็นเอกสารทั้งหมดก่อน และหากผลออกมาว่าวัดดำเนินการอย่างถูกต้องจริง ก็จะให้คำตอบกับสังคมในวันนั้น

“ขอดูเอกสารก่อน เดี๋ยวค่อยว่ากัน ตนก็เป็นคน ไม่ใช่โจร ไม่ได้โหดร้าย แต่ก่อนที่จะมาประณามครอบครัว อยากให้ตรวจสอบและรับฟังข้อมูลจากทายาทด้วย”

ป้าดา ย้ำว่า ครอบครัวไม่ได้เดินทางมาเพื่อทวงสิทธิ์ หรือเรียกร้องเอาที่ดินคืนในขณะนี้ แต่ต้องการดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อตรวจสอบว่าวัดป่าอดุลยรามเป็นวัดที่จัดตั้งอย่างถูกต้องหรือไม่ และเหตุใดจึงมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเอกสารหลายประเด็น โดยพร้อมยอมรับผลการตรวจสอบไม่ว่าข้อเท็จจริงจะออกมาในทางใด

“ถ้าทายาทผิดก็ว่ากันไป แต่ถ้าทายาทไม่ผิดแล้วจะอย่างไร สังคมจะอยู่ได้ก็ต้องอยู่กับความจริง สู้หรือไม่สู้ก็ต้องว่ากันด้วยหลักฐาน”

ส่วนกรณีที่มีการกล่าวถึงนายกรัฐมนตรี ป้าดา ระบุว่า ต้องการมีโอกาสพูดคุยและสอบถามข้อเท็จจริง เพื่อให้เรื่องทั้งหมดเกิดความกระจ่างต่อสังคม พร้อมทิ้งท้ายว่า เรื่องนี้ยังไม่ขอพูดถึงประเด็นอื่น และยืนยันว่าไม่ได้รู้สึกเหนื่อย หรือคิดจะถอย เพราะสิ่งที่ครอบครัวต้องการในขณะนี้ คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงด้วยเอกสารและหลักฐาน โดยวันศุกร์ที่ 21 ส.ค.จะเป็นอีกวันสำคัญ หลังครอบครัวได้เห็นเอกสารที่ร้องขอทั้งหมด

ขณะที่ นายก้อง ผู้ติดตามของป้าดา ยืนยันว่าตนไม่มีการทิ้งป้าดาไว้กลางทางแน่นอน พร้อมช่วยป้าดาตลอด ความสัมพันธ์เหนียวแน่นมาหลาย 10 ปี ส่วนเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยากที่สุดหรือไม่ นายก้องบอกว่า ไม่ยาก ยากกว่านี้ก็เจอมาแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน