การดี แฉเงื่อนไข TH-AI Passport บังคับส่งข้อมูลประมวลผลต่างแดน ชี้ขัดTOR ชัดเจน จี้ ‘ดีอี’ เปิดรายละเอียดสัญญา เตือนอย่าใช้ยอดลงทะเบียนล่วงหน้า เบิกงบทั้งที่ยังไม่ใช้งาน

เมื่อวันที่ 19 ส.ค.2569 นางการดี เลียวไพโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์คลิปวีดีโอและข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงกรณี สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เปิดให้ประชาชนไทยลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ TH-AI Passport ล่วงหน้า ผ่านเว็บไซต์ de.aipass.net ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 ส.ค.นี้ ว่า วันนี้ระบบ AiPASS เปิดให้ลงทะเบียนแล้ว

ตนได้เข้าไปอ่านประกาศความเป็นส่วนตัวและข้อกำหนดการใช้งานอย่างละเอียด และพบข้อความหนึ่งที่สำคัญมาก โดยในเอกสารระบุไว้ว่า “แพลตฟอร์มไม่สามารถรับคำสั่ง ประมวลผล และสร้างคำตอบให้แก่ท่านได้ หากปราศจากการส่งต่อข้อมูลไปยังโมเดล AI ที่ท่านเลือกใช้งาน หากท่านไม่ประสงค์ให้มีการประมวลผลข้อมูลดังกล่าว ท่านจะไม่สามารถใช้บริการได้”

พูดง่ายๆ คือกระทรวงดีอี ยอมรับด้วยเอกสารตัวเองแล้วว่าการส่งข้อมูลของคนไทยไปประมวลผลที่ต่างประเทศ ไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขบังคับ

“ประเด็นนี้ขัดกับทีโออาร์ ข้อ 2.2 อย่างชัดเจน ที่ระบุว่าโครงการนี้จะต้องจัดเก็บและประมวลผลภายในประเทศไทย พร้อมยกระดับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมายไทยอย่างสูงสุด เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ข้อสงสัยของฝ่ายค้านอีกต่อไป แต่เป็นความจริงที่ปรากฏออกมาแล้ว” นางการดี ระบุ

นางการดี ระบุว่า ตนขอย้ำจุดยืนในการตรวจสอบเรื่องนี้ ดังนี้ 1.ต้องไม่มีการเบิกจ่ายเงินงวดใดๆ เพิ่มเติม จนกว่าจะมีคำชี้แจงที่ชัดเจนและโปร่งใส ถึงความขัดแย้งระหว่างทีโออาร์ กับเงื่อนไขการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง

2.ต้องเปิดเผยรายละเอียดสัญญาที่แก้ไข ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีการแก้ไขสัญญาเสร็จแล้ว แต่กระทรวงฯ ยังไม่มีการชี้แจงรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นเรื่องรูปแบบการจ่ายเงินแบบ Pay per use

3.ยอดผู้ลงทะเบียนไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่า และตนขอคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าเลยว่า ต่อจากนี้จะมีความพยายามนำยอดผู้ลงทะเบียนมาเป็นตัวประกัน เพื่อสร้างความชอบธรรมในการเดินหน้าโครงการต่อ ซึ่งยอดผู้ลงทะเบียน ไม่ใช่ตัวชี้วัดความคุ้มค่า

นางการดี ระบุอีกว่า ประเด็นสำคัญที่ต้องระวังที่สุด คือหน้าต่างลงทะเบียนนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมืออ้างสิทธิ์ว่าเป็น Active User เพื่อให้เกิดการ จ่ายเงินรายหัวโดยทันที ทั้งที่ในความเป็นจริง ประชาชนอาจจะแค่กดลงทะเบียน แต่ยังไม่ได้ใช้งานจริง หรือยังไม่ได้เกิดการพัฒนาทักษะตามวัตถุประสงค์ของโครงการเลย

“ตัวเลขผู้ลงทะเบียนไม่ใช่คำตอบของการประมวลผลข้อมูล ไม่ใช่คำตอบของการนับ Token และไม่ใช่คำตอบของการจ่าย Pay per use ที่ยังค้างคาอยู่แม้แต่ข้อเดียว และเดาว่าผู้ที่ pre register นี้จะโดนเหมารวมนับเพื่อจ่ายตังค์แม้ว่าจะไม่มีการใช้งานเลยก็ตาม ขณะนี้รอเอกสารอย่างเป็นทางการจากกระทรวง ในทุกประเด็นที่เคยตั้งคำถามไว้

ขอยืนยันว่าจะไม่หยุดตรวจสอบเพียงเพราะมีตัวเลขผู้ลงทะเบียนสวยๆ มาอ้างอิง เพราะหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติไม่ใช่การนั่งนับยอดผู้ใช้งาน แต่คือการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ และเงินภาษีของประชาชนทุกบาททุกสตางค์ให้ถึงที่สุด” นางการดี ระบุ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน