กมธ.ศาสนา บุกอุบลฯ ชู “บ้าน-วัด-โรงเรียน” ผนึกกำลังพาวัดก้าวสู่ยุคดิจิทัล ย้ำเทคโนโลยีต้องเดินคู่หลักธรรม-ความโปร่งใส รับปมสำนักสงฆ์ทดหลวงรอใช้พื้นที่ป่ามานาน เร่งประสานหน่วยงานหาทางออก

วันที่ 22 ส.ค.2569 นางธิวัลรัตน์ อังกินันทน์ สส.เพชรบุรี ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มอบหมาย กมธ.ศาสนาฯ นำโดย นายสมศักดิ์ บุญประชม กมธ.และที่ปรึกษากมธ. พร้อมที่ปรึกษาประจำกมธ. และคณะอนุกมธ.ด้านการศาสนา จัดสัมมนาเรื่อง “สานพลังบวร สู่การบริหารจัดการวัดในยุคดิจิทัล” ณ สำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง ต.ตาเกา อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี

การสัมมนาครั้งนี้มี พระครูสุทธิพัฒนกิจ เจ้าคณะอำเภอน้ำขุ่น พระครูโอภาสศาสนการ เจ้าคณะตำบลตาเกา พระครูวชิรปัญญาวิสุทธิ์ เจ้าคณะตำบลไพบูลย์ พระอาจารย์อภิรักษ์ สิริภัทโท ประธานสำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง ตลอดจน นายอำนวย ทองรินทร์ ปลัดอาวุโสอำเภอน้ำขุ่น พร้อมคณะสงฆ์และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม

วงสัมมนาเน้นย้ำถึงความสำคัญของสถาบันหลักของคนไทย ทั้งชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของสังคมและเทคโนโลยี โดยเฉพาะบทบาทของ “วัด” ที่วันนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ แหล่งเรียนรู้ด้านคุณธรรม จริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมถึงเป็นพื้นที่สร้างความสามัคคีและความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ขณะเดียวกัน ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีดิจิทัลกำลังเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินชีวิต การสื่อสาร และการเรียนรู้ วัดและองค์กรพระพุทธศาสนาจึงต้องปรับตัว นำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ทั้งการบริหารจัดการ การเผยแผ่พระพุทธศาสนา การประชาสัมพันธ์กิจกรรม การจัดการองค์ความรู้ การอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม และการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม

อย่างไรก็ตาม การก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลต้องไม่ทิ้งรากเหง้าและหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา แต่ต้องเดินควบคู่กับธรรมาภิบาล ความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และการมีส่วนร่วม เพื่อให้เทคโนโลยีเป็น “เครื่องมือ” ยกระดับกิจการพระพุทธศาสนา ไม่ใช่เข้ามาเปลี่ยนแปลงคุณค่าและอัตลักษณ์ของวัด

สำหรับแนวคิด “บวร” หรือ บ้าน-วัด-โรงเรียน ถือเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนชุมชน โดย “บ้าน” เป็นพลังของประชาชน “วัด” เป็นศูนย์กลางด้านจิตใจและศีลธรรม ขณะที่ “โรงเรียน” เป็นแหล่งสร้างความรู้และพัฒนาศักยภาพคน หากทั้ง 3 ส่วนผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะสามารถสร้างชุมชนเข้มแข็ง พร้อมขับเคลื่อนพระพุทธศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่งของการสัมมนา คณะสงฆ์และชาวบ้านได้หยิบปัญหาคาราคาซังขึ้นมาสอบถามกลางวง ถึงความคืบหน้าการขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าไม้เพื่อสร้างและตั้งวัดของสำนักสงฆ์อุทยานธรรมทดหลวง หลังยื่นคำขอมาเป็นเวลานาน แต่กระบวนการยังไม่แล้วเสร็จ

กมธ.ได้ชี้แจงข้อสงสัย พร้อมถวายความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง และรับปัญหาดังกล่าวไปพิจารณา โดยระบุว่า ปัญหาการขอสร้างและตั้งวัดในพื้นที่ของรัฐมีความซับซ้อน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมธนารักษ์ และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงจำเป็นต้องนำทุกฝ่ายมาร่วมศึกษาและหาแนวทางคลี่คลายปัญหา

อย่างไรก็ตาม การดำเนินการทุกขั้นตอนต้องเป็นไปตามกฎหมาย กฎกระทรวง และระเบียบที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยกมธ.จะนำหลัก “บวร” มาเป็นส่วนหนึ่งในการศึกษาและประสานทุกภาคส่วน เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาการตั้งและสร้างวัดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน