ยิ่งชีพ แฉซ้ำพิรุธเลือก สว. พบเสื้อเหลือง-รถรับส่ง ชี้ระบบมีช่องโหว่ พบความสัมพันธ์สว.เชื่อมโยง โชว์กองเอกสารสำนวนคดีฮั้วสว. ชี้ถ้า กกต.ไม่สั่งฟ้องจะเปิดข้อมูลทั้งหมดให้ ปชช.รู้ บอกยกฟ้องใครก็เปิดคนนั้น อ้างผู้สมัคร สว. อ่างทอง โทรหา ‘ภราดร-กรวีร์’ วันเลือกระดับประเทศ ทั้งที่ควรถูกยึดโทรศัพท์อยู่
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ส.ค.2569 ที่โรงแรมมารวยการ์เด้น โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) นำโดยนายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการไอลอว์ จัดงานในหัวข้อ “ชนกำแพงให้จบๆ ผ่าพิภพ สว.” เลคเชอร์สด คลี่ทุกปมการเลือก สว. เปิดข้อมูลใหม่ แฉกลไกโกง และเปิดสายสัมพันธ์เครือข่ายสีน้ำเงิน
โดยมีพยานผู้สมัคร สว. ได้แก่ น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 8 สิ่งแวดล้อม และ น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ อดีตผู้สมัคร สว. กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชน ร่วมแลกเปลี่ยนความเห็น ดำเนินรายการโดยนายสมภพ รัตนวลี และน.ส.จอมขวัญ หลาวเพ็ชร์
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า วันเลือก สว. ที่เมืองทองธานี พบกลุ่มผู้สมัครสวมเสื้อเหลืองจับกลุ่ม มีรถรับส่ง โดยเอกสารดีเอสไอระบุว่า กลุ่มดังกล่าวแต่งเสื้อสีเดียวกับเจ้าหน้าที่ กกต. เพื่อสะดวกต่อการพูดคุย และช่วงตี 4 พบรถตู้สีขาวทะเบียนบุรีรัมย์ รถเก๋ง และรถตู้สีดำทะเบียนกรุงเทพฯ จอดรอรับกลุ่มดังกล่าว ขณะที่การเลือกรอบไขว้พบผู้ได้คะแนนสูงเท่ากัน 6 คนใน 20 กลุ่ม มีรูปแบบเขียนหมายเลข 10 ช่องเหมือนกัน ซึ่งมีโอกาสเกิดขึ้น 1 ใน 5.56 ล้านล้านล้านครั้ง
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า ยังพบการลงคะแนนซ้ำในกลุ่ม 4 จำนวน 20 ใบ กลุ่ม 9 จำนวน 18 ใบ กลุ่ม 10 จำนวน 22 ใบ และกลุ่ม 13 จำนวน 13 ใบ พร้อมระบุ 10 จังหวัดที่มีผู้ผ่านเข้ารอบสูงสุด โดยบุรีรัมย์มี สว.มากที่สุด 14 คน ขณะที่ 13 จังหวัดไม่มี สว. รวมถึงพบ สว.อดีตข้าราชการ 46 คน และผู้ประกอบการ 58 คน แต่ไม่มีกลุ่มผู้สูงอายุ ผู้พิการ คนชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
นายยิ่งชีพ ยังเปิดข้อมูลความสัมพันธ์ สว.ปี 2567 กับบุคคลในพรรคภูมิใจไทย โดยพบพี่น้องกัน 4 ราย ได้แก่ นายประเทือง มนตรี พี่ชายนายนาที รัชกิจประการ, นายพรเพิ่ม ทองศรี พี่ชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี, นายอภิชาติ งามกมล พี่ชายนายไตรเทพ งามกมล และ น.ส.มาเรีย เผ่าประทาน พี่สาวนายพงษ์พันธ์ เหล่าประทาน
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า นอกจากนี้พบ สว.ที่เคยเป็นผู้สมัคร สส. 6 ราย และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรี 3 ราย รวมถึง พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา พร้อมกล่าวถึงโครงสร้างการหาโหวตเตอร์ที่มี สส.ในพื้นที่ ตัวกลางหรือ “Dealer” ซึ่งอาจเป็นผู้ช่วย สส. ญาติ หรือคู่ชีวิตของ สว. และผู้สมัคร โดยพบเส้นทางเงินใน จ.หนองบัวลำภู จ.ลำพูน ไปยังผู้สมัคร สว.ก่อนวันเลือกตั้ง
นายยิ่งชีพ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 24-25 มิ.ย.2567 วันคืนหมาหอน มีการนำผู้สมัคร สว.รวมตัวตามโรงแรมต่างๆ เพื่อจัดทำโพย หากดูผู้ถือหุ้นก็จะพบว่ามีนามสกุลเดียวกับบ้านใหญ่ที่เป็นสส. โดยเก็บโทรศัพท์มือถือ แจกเอกสาร สว.3 และกำหนดหมายเลขให้ลงคะแนน พร้อมระบุผลประโยชน์ที่จะได้รับหากเลือกตามโพย
“จึงเรียกร้อง กกต.อย่าใช้ดุลพินิจตัดสินว่าใครผิดหรือไม่ผิด เพราะ กกต.ไม่ใช่ศาล หากมีเหตุอันควรเชื่อว่ามีการทุจริตต้องส่งศาลพิจารณา พร้อมย้ำว่าหลักฐานทั้งกลุ่มเสื้อเหลือง คะแนนผิดปกติ การลงคะแนนซ้ำ และเครือข่าย สว. สส. Dealer โหวตเตอร์ สะท้อนว่าขบวนการดังกล่าวมีขนาดใหญ่” นายยิ่งชีพกล่าว
นายยิ่งชีพ กล่าวอีกว่า เรารู้ว่าคนที่จะโกงระดับยึด สว. 140-150 คนได้ ขบวนการใหญ่มากและมีผู้ที่เกี่ยวข้องเยอะมากมีสว. มี สส. มี Dealer มีโหวตเตอร์ระดับอำเภอหลายคน เราไม่ได้โง่ เพราะคนที่จะโกงและทำผิดตามเนื้อแท้แล้วเขาก็ต้องปกปิดความผิด ซึ่งกระบวนการใหญ่มาก หากท่านสั่งฟ้องไปไม่ถึงแสดงว่า กกต.ไม่มีน้ำยา เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าที่มาของ กกต.ชุดนี้ 4 คนมาจาก สว.ชุดนี้ ซึ่งเราต้องรอดูว่าหากมีการลงมติ สว. 4 คนนี้จะโหวตอย่างไร ซึ่งไม่เกินวันที่ 31 ส.ค. เราจะได้เห็นว่าเขาจะสั่งฟ้องคดีนี้หรือไม่ และหากสั่งไม่ฟ้องใครเลย ข้อมูล 9 หมื่นกว่าหน้าในสำนวน จะไม่ถูกนำเสนอต่อศาลเลย ประชาชนจะไม่มีโอกาสรู้ความจริง สว.ทั้งหมดจะลอยนวล เราจะย้อนกลับมารื้อสิ่งนี้อีกไม่ได้แล้ว
“ซ้ำร้ายหากประชาชนเสนอแก้ระบบเลือก สว. ก็ต้องเสนอผ่าน สว. ชุดสีน้ำเงินที่จะมาลงมติปกป้องที่มาของตัวเอง คราวหน้าการเลือก สว.ก็ต้องใช้กระบวนการแบบนี้ ซึ่งทุกคนก็จะวิ่งเข้าหากลุ่มพวกนี้ และรู้แล้วว่ามีวิธีจัดการ กกต. อย่างไร” นายยิ่งชีพกล่าว
นายยิ่งชีพ ยกส่วนหนึ่งของกองเอกสารสำนวนฟ้องคดีทุจริตการเลือก สว. ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีส่วนร่วมในกระบวนการสืบสวนสอบสวนมอบให้ เพราะรู้สึกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาอะไรได้ พร้อมกล่าวว่า ตนอ่านแล้วและรู้สึกเจ็บปวดจนไม่อาจจะรู้อยู่คนเดียวได้ และหาก กกต.ตัดสินใจไม่สั่งฟ้อง ตนจะเปิดเผยเนื้อหาในสำนวนฟ้องทั้งหมดให้ประชาชนได้รับรู้ และหาก กกต.เลือกสั่งฟ้องแค่บางคน เราจะดูว่าท่านปล่อยใครไป หรือยกคำร้องใคร เราจะเปิดข้อมูลของคนนั้น กกต.ไม่ฟ้องคนไหน เราเปิดคนนั้น
นายยิ่งชีพ กล่าวอ้างว่า ตนขอยกตัวอย่างคำให้การของผู้ช่วย สส.อ่างทอง ที่พาผู้สมัคร สว.จากอ่างทองมาพักที่โรงแรมมารวยการ์เด้นในคืนก่อนวันเลือก สว.ระดับประเทศ โดยอ้างว่าอยู่ใกล้สถานที่เลือกระดับประเทศคือ อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี ซึ่งเมื่อวัดระยะทางกันแล้วไกลออกไปถึง 14 ก.ม. แต่ที่อยู่ใกล้จริงคือ ศูนย์กลางอำนาจของการเลือก สว.ต่างหาก ยังมีข้อมูลการใช้โทรศัพท์ของผู้สมัคร สว.หลายคนจากอ่างทอง ที่โทรหานายภราดร ปริศนานันทกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในช่วงเช้า
นายยิ่งชีพ กล่าวอ้างว่า วันเดียวกันในช่วง 00.00 น. โดยประมาณ ที่ผู้สมัครทุกคนต้องถูกยึดโทรศัพท์มือถือ แต่กลับมีหมายเลขโทรศัพท์ของผู้สมัคร สว.จากอ่างทอง ที่โทรออกไปหานายภราดรและนายกรวีร์ ทั้งที่ผู้สมัครคนอื่นยังใช้โทรศัพท์ไม่ได้ ต้นทางชัดเจนว่าโทรจากอิมแพคอารีนา เมืองทองธานี และปลายสายก็อยู่ที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี เช่นกัน
นายยิ่งชีพ กล่าวด้วยว่า ขอการเรียกร้องไปยัง กกต.ว่าต้องสั่งฟ้องผู้ต้องสงสัยในสำนวนคดีฮั้ว สว. ทั้งหมด 229 คนเท่านั้น หากละเว้นใครไว้ จะเปิดเผยข้อมูลของบุคคลนั้นในสำนวนคดีให้ประชาชนได้รับรู้ ย้ำว่าอย่าตัดตอนคดีเลือกสั่งฟ้องแค่บุคคลระดับเล็ก