ผอ.ข่าวกรอง ประเมิน 3 ปัจจัย ป่วนชายแดนใต้ 50 กว่าจุด เตรียมประสานมาเลเซีย คุมเข้มชายแดน สกัดผู้ก่อเหตุหนีข้าม เชื่อเจ้าหน้าที่รู้มือก่อเหตุ แต่บอกไม่ได้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 24 ส.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฐนัตถ์ สุวรรณานนท์ ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ และหัวหน้าการพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประเมินถึงสาเหตุการก่อเหตุการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายจุดในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ประเมินมี 3 สาเหตุหลัก 1.การพูดคุยสันติสุขกำลังจะเดินหน้า ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงปลายเดือน ต.ค.

ฉะนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นอาจจะเป็นการสร้างอำนาจเพื่อต่อรองในโต๊ะเจรจา และถ้าเรารีบวิ่งไปเจรจาก็จะเสียเปรียบ และรีบยอมรับข้อเสนอของเขา เพื่อส่งผลให้เราเสีย ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เราจะต้องวางแผนต่อไปว่าจะต้องเตรียมการพูดคุยอย่างไร

2.ขณะนี้เป็นช่วงใกล้สับเปลี่ยนกำลังของทหาร เขาอาจจะมองเป็นช่องว่าง เพื่อประเมินท่าทีของเจ้าหน้าที่ว่ามีจุดแข็งหรือจุดอ่อนอย่างไร และการก่อเหตุลักษณะนี้เป็นลักษณะการก่อกวน อย่างเช่นในพื้นที่ จ.ยะลา และมีหลากหลายมิติในการก่อเหตุ

นอกจากนี้ยังมีการก่อเหตุเชิงสัญลักษณ์ เห็นได้จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นเป้ามากกว่าเห็นได้จากการเผาสถานที่และรถของทางราชการ ซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยข่าวจะต้องมาประเมิน และมาชี้ให้เห็นว่ามีปัจจัยอะไรบ้าง และ 3.ขณะนี้อยู่ในช่วงฤดูฝน ของที่เตรียมอาจจะเสียหาย ซึ่งช่วงนี้ก็ได้จังหวะพอดี

“มีคำถามเสมอว่า ทำไมรัฐไม่รู้ว่ามีผู้ก่อเหตุเยอะกันขนาดนี้ ผมอยากจะบอกว่าบางครั้ง พวกเขาก็ไม่ต้องบอกกันล่วงหน้า แต่เมื่อเกิดเหตุก็จะรู้กันโดยทันที ไม่ใช่หมายความว่าวางแผนตรงนี้เวลานี้ต้องมาพร้อมกัน” นายฐนัตถ์ กล่าว

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นไปตามที่ฝ่ายทหารอ้างหรือไม่ว่าเกิดจากการเสียผลประโยชน์จากที่รัฐบาลปราบสิ่งผิดกฎหมาย นายฐนัตถ์ กล่าวว่า ก็มีส่วน อย่างเช่นในพื้นที่ จ.ยะลา เป็นเหตุก่อกวนส่วนใหญ่ และในพื้นที่ก็ไม่มีเหตุการณ์จับสิ่งผิดกฎหมาย

แต่ในพื้นที่ จ.นราธิวาส มีการจับสิ่งผิดกฎหมาย เช่น จับยาบ้าจำนวนมาก รวมถึงในจ.ปัตตานี ฉะนั้นจึงต้องมาจำแนกแยกว่าเป็นกลุ่มของใครและเชื่อมโยงไปกลุ่มใด พื้นที่ไหน ซึ่งหากนำมาจัดหมวดหมู่ก็จะเห็นภาพ แต่ถ้าถามระบุให้ชัดตอนนี้ว่าเป็นกลุ่มใด ขณะนี้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่กำลังรวบรวมหลักฐานอยู่ ยังไม่สามารถตอบได้ชัดเจน

เมื่อถามย้ำว่า รู้ตัวผู้ก่อเหตุในพื้นที่หรือไม่ ผอ.ข่าวกรอง ระบุว่า เขารู้กันแหละ แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้เนื่องจากเป็นเรื่องความมั่นคง เช่น หากเป็นเรื่องอาชญากรรมก็จะรู้ว่าซุ้มมือปืนไหนเป็นผู้ก่อเหตุ เพราะจะรู้กันว่าแต่ละกลุ่มมีวิธีปฏิบัติการแบบไหนก็จะเป็นซิกเนเจอร์ซึ่งรู้กัน

เมื่อถามว่า การข่าวในพื้นที่ไม่ทราบเรื่องหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่และแม่ทัพภาคที่ 4 ที่เป็นเจ้าภาพหลักในการให้ข่าว

เมื่อถามว่า หลังจากนี้จะมีมาตรการรับมืออย่างไรเมื่อเกิดสถานการณ์ถี่ขึ้น นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มองได้ 2 อย่าง ซึ่งทหารจะต้องจัดเตรียมกำลังกันใหม่และจะต้องออกแนวทางแก้ปัญหาใหม่หรือไม่ รวมถึงนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่โต๊ะการพูดคุยและประเมินกันอีกที เช่น ควรจะมีพื้นที่ปลอดภัยหรือไม่ และคณะผู้แทนพิเศษก็จะต้องคุยกับทหารในพื้นที่ว่าจะดำเนินการกันอย่างไร

เมื่อถามว่า จะต้องให้ทางการมาเลเซียช่วยอะไรหรือไม่ นายฐนัตถ์ กล่าวว่า มาเลเซียเขาเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุยอยู่แล้ว แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะต้องมีความร่วมมือจากมาเลเซียในการควบคุมดูแลชายแดนด้วย เพื่อไม่ให้ผู้ก่อเหตุข้ามไปข้ามมา และช่วงนี้อาจจะต้องขอความเข้มข้นในเรื่องการเฝ้าระวังตามแนวชายแดนด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน